บทที่ 5 บทที่ 4: (NC 18+)

บทที่ 4: (NC 18+)

“อ๊าาา... เสียวครับ... อาจารย์... ซินจะเสร็จแล้ว... ช่วยเร่งหน่อย...”

“ซี๊ดดส์... ตอดแน่นชะมัด!”

ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!

ตัวตนอันใหญ่โตบวมเปล่งจนถึงขีดสุด สองเรือนร่างสั่นกระเพื่อมโยกคลอนเข้าหากันอย่างรุนแรงมากขึ้นและมากขึ้น ใบหน้าที่ฉายสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่บ่งบอกถึงแรงปรารถนาในกายที่โหมกระหน่ำ ยิ่งทวีให้อารมณ์รักพลุ่งพล่านหนักหน่วงชนิดที่ไม่สนถูกผิดศีลธรรมใดๆ อีกต่อไป นอกจากการระบายความอัดอั้นที่ใกล้จะถึงปลายทาง

ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!

ฝ่ามือหนากำรอบเอวกิ่วคอดไว้แน่น ดวงตาคมกริบทอดมองช่องทางรักสีหวานที่กำลังกลืนกินความแข็งขืนของตนเข้าออกซ้ำๆ อย่างชวนให้สยิวสะโพก สะโพกกลมกลึงเด้งรับตามแรงกระแทกกระทั้นของฝ่ายคุมเกมอย่างมีจังหวะ ยิ่งวายุส่งแรงตอกย้ำลงไปหนักหน่วงเท่าไร ร่างบางก็ยิ่งตอบสนองกลับมาอย่างเร้าอารมณ์มากเท่านั้น

“อาจารย์ครับ... ซินจะเสร็จ... ฮือออ...”

“ปล่อยออกมาเลยเด็กดี... พี่ก็จะเสร็จแล้วเหมือนกัน... ซี๊ดส์...”

พรวด!!!!!!

“อ๊าส์...!”

“อ่าาส์... อุ่นดีจัง”

หยาดน้ำรักสีขาวขุ่นฉีดพุ่งเข้าไปในโพรงเนื้ออุ่นร้อนอย่างรุนแรงจนล้นทะลัก เช่นเดียวกับซิลเวอร์ที่ปลดปล่อยของเหลวอุ่นใสจนกระเซ็นเปรอะพื้นกระเบื้องห้องน้ำ ความอุ่นร้อนที่เชื่อมโยงกันสร้างความรู้สึกซ่านเสียวให้สองหนุ่มอย่างไม่อาจปฏิเสธ สองร่างยังคงกระตุกเกร็งเข้าหากันเบาๆ ตอกย้ำว่าต่างฝ่ายต่างอิ่มเอมกับรสสวาทครั้งนี้ ทว่าเมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา คนที่เอ่ยปากประท้วงขึ้นก่อนก็คงหนีไม่พ้นคนในฐานะว่าที่น้องสะใภ้

“คนบ้า... นิสัยไม่ดี... แตกในทำไมครับ...”

“ดัดนิสัยไงครับ... ก็บอกอยู่ว่าจากนี้จะฝากฝังไว้ข้างในทุกครั้ง อย่าลืมไปหายากินด้วยนะ”

วายุเอ่ยเสียงพร่าพลางฝังจมูกลงบนเรือนผมของคนตัวเล็กอย่างแสนรัก นัยน์ตาคมทอดมองใบหน้าหวานผ่านกระจก ก่อนจะจับร่างของหนุ่มน้อยให้หันกลับมา แล้วบดเบียดริมฝีปากแลกลิ้นพัวพันนัวเนียเนิ่นนานหลายนาทีจนพึงพอใจ แกนกายแกร่งยังคงเชื่อมต่ออยู่ภายในช่องทางรักที่แสนคิดถึง... ชายหนุ่มได้แต่ตั้งคำถามในใจว่า เหตุใดในอดีตเด็กคนนี้ถึงได้ทิ้งเขาไปดื้อๆ ทว่าในยามนี้เขายังไม่มีเวลามากพอจะรั้งรอเอาคำตอบ

บ๊วบบบ...

อาจารย์หนุ่มมาดร้ายค่อยๆ ถอนความต้องการของตนเองออกช้าๆ ส่งผลให้หยาดน้ำรักสีขาวไหลย้อยตามออกมาจากช่องทางรักอันอ่อนนุ่ม เด็กหนุ่มใบหน้าหวานละมุนแสร้งทำเป็นกระเง้ากระงอดไม่พอใจ ทั้งที่เนื้อตัวเบาหวิวและซาบซึ้งดีว่าตนเองก็โหยหาสัมผัสนี้มากเพียงใด ซึ่งวายุก็รู้เท่าทันความคิดนั้นดี

รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นที่มุมปากพร้อมเสียงแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนที่พี่ชายสายดาร์กจะพาเรือนร่างสูงใหญ่เดินนวยนาดออกไปจากห้องน้ำ ทิ้งให้ซิลเวอร์ต้องจัดการจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นระทึก

“ซินไปไหนแล้วล่ะพี่ลม?”

‘น้ำ’ หรือ ‘นที’ ที่เพิ่งกลับมาจากปากซอยเอ่ยทักพี่ชายแท้ๆ ที่กำลังเดินอยู่กลางบ้าน สภาพเสื้อผ้าของวายุยับเยินเล็กน้อยและใบหน้าหล่อเหลาก็กำลังยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ทว่าชายหนุ่มผู้คลั่งรักกลับไม่ได้เฉลียวใจหรือสังเกตเห็นรายละเอียดยิบย่อยเหล่านั้นเลย

“ไม่รู้สิ ไม่เห็นเหมือนกัน เข้าห้องน้ำอยู่รึเปล่า” ชายหนุ่มตัวใหญ่ตอบเสียงเรียบก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟารับแขกอย่างคนอารมณ์สุนทรีย์

ฝ่ายซิลเวอร์ที่เพิ่งจัดการชำระคราบราคีเสร็จสรรพ เมื่อได้ยินเสียงของคนรักก็รีบก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน ดวงตาคู่กลมโตมองไปยังสองพี่น้องตรงหน้าด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว

“ซิน... เข้าห้องน้ำนี่เอง น้ำก็นึกว่าหายไปไหน”

“อื้อ... ครับ... ครับ” ซิลเวอร์ตอบตะกุกตะกัก น้ำเสียงและแววตาสั่นเครือด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ทว่านทีก็ยังคงไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเช่นเคย

“ขึ้นไปบนห้องกันมั้ยครับ”

แฟนหนุ่มผู้แสนดีเอ่ยชวนคนรักขึ้นห้องตามประสาคู่รักทั่วไป ทว่ามันกลับไม่ปกติสำหรับคนท่ีเพิ่งถูกพี่ชายแท้ๆ ของแฟนจับกดจนเสร็จสมอารมณ์หมายไปหมาดๆ ขนาดที่ว่าในยามนี้เรียวขาบางยังคงสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ แต่กระนั้นซิลเวอร์ก็ไม่อาจปฏิเสธคนรักได้ จึงต้องยอมปล่อยเลยตามเลยให้นทีทำตามใจชอบ เพราะอย่างไรเสียฝ่ายนั้นก็ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟน ซิลเวอร์จึงคล้ายกับตกเป็นเครื่องบำเรอกามของสองพี่น้องไปโดยปริยาย

นทีเองก็ไม่ใช่ไก่อ่อนในเรื่องรัก ยามที่เปิดฉากบทสวาทอันเร่าร้อน ฝ่ายนั้นก็เดินหน้าบดเบียดบั้นเอวเข้าใส่ดุดันไม่แพ้ผู้เป็นพี่ชาย จนซิลเวอร์ทำได้เพียงเปล่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ ในอ้อมอก

“เหนื่อยเหรอครับซิน...” ชายหนุ่มร่างหนาเอ่ยถามคนในอ้อมกอดด้วยความอาทร หลังจากเห็นร่างบางนอนหอบหายใจรวยรินจากการถูกจัดหนักติดต่อกันเป็นรอบที่สาม มือหนาลูบกลุ่มผมของคนรักอย่างทะนุถนอม พร้อมบรรจงประทับจูบแผ่วเบาตรงหน้าผากนวล

“ครับ... ซินขอพักสายตาหน่อยนะครับ...”

“อืม... พักผ่อนเถอะครับเด็กดี”

แม้จะบอกว่าขอพักสายตาเพียงครู่ ทว่ากว่าจะรู้สึกตัวอีกที ซิลเวอร์ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาในช่วงค่ำเสียแล้ว พนักงานออฟฟิศป้ายแดงกะพริบตาถี่ๆ มองไปรอบห้องเพื่อประมวลผล จนระลึกได้ว่ายามนี้ตนนอนอยู่ที่ห้องนอนของนที ไม่ใช่คอนโดส่วนตัวของตัวเอง ร่างเล็กหยัดกายลุกขึ้นพลางกวาดสายตาหาแฟนหนุ่มด้วยความสงสัย

“ซินตื่นแล้วเหรอครับ” นทีเดินเปิดประตูเข้ามาพอดี

“เย็นมากแล้ว... เราลงไปทานข้าวด้านล่างกันมั้ยครับ” ซิลเวอร์เอ่ยถามเมื่อเหลือบมองนาฬิกาข้อมือแล้วพบว่าเป็นเวลาค่ำมืด

“ไปครับ... คุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็ ‘ว่าที่พี่สะใภ้’ กำลังรออยู่เลย” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจะเดินเข้ามาจูงมือน้อยของแฟนตัวเล็กให้ก้าวออกจากห้องนอน

“พี่สะใภ้...?” คนตัวเล็กทวนคำ เสียงแผ่วเบาพร้อมกับดวงตาที่วูบไหวไม่ต่างจากก้อนเนื้อในอกที่กำลังเต้นระรัวด้วยความตระหนก

“ครับ... คู่หมั้นของพี่ลมไงครับ”

สีหน้าลำบากใจและซีดเผือดปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานละมุนทันที ทว่านทีกลับทึกทักไปเองว่าคนรักคงแค่เกิดอาการเกรงใจผู้ใหญ่เท่านั้น

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ไปทานข้าวกันเถอะ เดี๋ยวคืนนี้ค้างที่บ้านน้ำนี่แหละนะ กลับดึกๆ มันอันตราย”

แฟนหนุ่มยังคงเอ่ยชวนด้วยความหวังดี โดยหารู้ไม่ว่าคำชวนนั้น... กำลังจะทำให้ค่ำคืนนี้กลายเป็นนรกบนดินที่ยากลำบากที่สุดสำหรับซิลเวอร์อย่างแท้จริง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป