บทที่ 7 บทที่ 6

บทที่ 6

หลังจากมื้อค่ำอันแสนกระอักกระอ่วนผ่านพ้นไป สุดท้ายเด็กหนุ่มใบหน้าหวานละมุนก็เลือกที่จะค้างคืนกับคนรักตามคำชวนอย่างคร้านจะโต้แย้ง ภายในอกข้างซ้ายยังคงอุ่นวาบไปด้วยความรู้สึกดีต่อความห่วงใยของอีกฝ่าย ทว่าในขณะเดียวกัน... ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกลับคอยตามหลอกหลอนกัดกินก้อนเนื้อในอกอย่างบ้าคลั่ง

“ซิน... ซิน... ซิลเวอร์!”

ร่างโปร่งบางที่กำลังนั่งเช็ดผมอยู่บนเตียงสะดุ้งโหยงสุดตัว ทำเอาหัวคิ้วเข้มของนทีขมวดเข้าหากันด้วยความหลากใจ

“เป็นอะไรไปหรือเปล่าครับดูเหม่อๆ ชอบกล... หรือว่าไม่สบายตรงไหน?” น้ำเสียงห่วงใยสะท้อนความร้อนใจอย่างเด่นชัด ยิ่งเป็นตัวเร่งให้กระแสความรู้สึกผิดในใจของซิลเวอร์ทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกเท่าตัว

“เอ่อ เปล่าครับ ไม่ได้เป็นอะไรเลย... ซินแค่คิดเรื่องงานเพลินไปหน่อย”

พนักงานออฟฟิศป้ายแดงพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติพลางคลี่รอยยิ้มหวานส่งไปให้ ซึ่งนทีก็ไม่ได้ติดใจสงสัยสิ่งใด ฝ่ามือหนาเอื้อมมาฉวยผ้าขนหนูผืนเล็กในมือของคนรักไปถือไว้เอง ก่อนจะบรรจงเช็ดเรือนผมนุ่มสลวยอย่างเบามือ ตอกย้ำถึงความทะนุถนอมระคนรักใคร่ที่ชายหนุ่มมีให้เสมอมา

“อื้อ ไม่ต้องก็ได้นะน้ำ เดี๋ยวซินทำเองดีกว่า”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่นี้เอง... หน้าที่ดูแลซินน่ะ ต่อให้ต้องทำมากกว่านี้ น้ำก็ทำมาแล้วนะ” คำพูดกำกวมกับกระแสเสียงเจ้าเล่ห์ส่งผลให้คนเรือนผมสีน้ำตาลหน้าแดงซ่านลนลานอย่างช่วยไม่ได้

กำปั้นน้อยๆ ทุบอัดเข้าที่แผงอกกว้างของแฟนหนุ่มแก้เขิน ทว่าไม่ได้จริงจังนัก เรียกเสียงหัวเราะทุบต่ำจากคนตัวโตได้ไม่ยาก วงแขนแกร่งตวัดรั้งร่างที่เพิ่งประทุษร้ายเขาเข้ามาในอ้อมกอดแน่น ก่อนจะพาตัวล้มลงไปนอนเคียงคู่กันบนเตียงนุ่ม ทว่าหากทำเพียงแค่นอนกอดเฉยๆ ก็คงไม่ใช่นทีคนคลั่งรัก

“อ๊ะ... น้ำ... อื้มมม เดี๋ยวสิ... วันนี้เราทำกันไปหลายรอบแล้วนะ” คนตัวเล็กประท้วงเสียงแผ่วเมื่อแฟนหนุ่มเริ่มลากไล้เรียวลิ้นชื้นไปตามใบหูเล็ก ขบเม้มเน้นย้ำน้ำหนักเบาๆ แสดงความต้องการออกมารูปธรรม

“หืม... ก็ซินตัวหอมขนาดนี้ จะให้น้ำทนนอนกอดเฉยๆ ได้ยังไงล่ะครับ”

เขาเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ พลางเลื้อยฝ่ามืออุ่นจัดการสอดแทรกเข้าไปใต้สาบเสื้อ สัมผัสกับแผงอกเนียนละเอียด ทันทีที่ยอดอกระเรื่อถูกปลายนิ้วสะกิดหยอกเย้า ร่างสวยก็ไหวสะท้านไปตามแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าอย่างง่ายดาย

อดีตเดือนมหาวิทยาลัยพลิกกายเข้าหาคนรักอย่างโอนอ่อนผ่อนตาม เพราะส่วนลึกของร่างกายก็ต้องการการปรนเปรอที่มากกว่านี้ ซึ่งนทีรู้ใจดี โพรงปากร้อนจึงทำหน้าที่ครอบครองยอดอกสีหวานทันทีโดยไม่ต้องรอให้ร้องขอ

“ขอกินนมก่อนนอนนะครับ...”

“อื้อออ... น้ำ...”

ซิลเวอร์ครางละเมอเมื่อคนบนร่างตั้งหน้าตั้งตาดูดกลืนเนื้อนวล ขบกัดดึงรั้งแผงอกแผ่วเบาเพื่อกระตุ้นอารมณ์อย่างคนรู้จุดอ่อนเป็นอย่างดี ส่วนกลางกายของทั้งผู้รุกรานและผู้ที่เพิ่งเอ่ยปากปฏิเสธเริ่มตื่นตัวขยายขนาดตามกลไกธรรมชาติ สุดท้ายแม้จะพยายามตัดใจ ทว่าซิลเวอร์ก็ไม่อาจต้านทานตัณหาอันร้อนแรงของร่างกายได้เลย เขาปล่อยให้ความต้องการอันวาบหวามนำทางไปจนถึงฝั่งฝัน... โดยลืมสังเกตไปว่าบานประตูห้องนอนในค่ำคืนนี้ไม่ได้ปิดสนิทดังเช่นทุกที และนั่นทำให้ภาพการร่วมรักอันเร่าร้อนสมสู่ตกอยู่ในสายตาคมกริบของใครบางคนที่ยืนมองอยู่ท่ามกลางเงามืดด้วยความเจ็บปวดร้าวราน

กลางดึกสงัดในคืนเดียวกัน

ท่ามกลางความมืดมิดและเงียบสงบอันเป็นช่วงเวลาแห่งการหลับใหลของคนทั้งบ้าน ทว่ากลับไม่ใช่กับวายุ ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นระบายออกมาเป็นรอบที่เท่าไรไม่อาจทราบได้ แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านในอกของอาจารย์หนุ่มมาดร้ายเบาบางลงไปเลยสักนิด ยามที่เสียงครางสุขสมของน้องชายและคนรักเก่าผุดอื้ออึงเข้ามาในสมอง ภาพเรือนร่างโปร่งบางที่สั่นคลอนอยู่ใต้ร่างนทียังคงตามหลอกหลอน

เรือนกายเปลือยเปล่าของวายุกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมาบนเตียงกว้างพร้อมกับคำถามที่ฝังหัวเขามานับปี ทุกความรู้สึกอัดแน่นจนก้อนเนื้อในอกแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นนั่งอย่างหมดความอดทน สายตาคมกริบตวัดมอง‘จิมมี่’ คู่หมั้นหนุ่มที่นอนหลับใหลไร้สติอยู่ข้างกายครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวลงจากเตียง สวมใส่เสื้อผ้าลวกๆ แล้วเดินออกจากห้องเพื่อไปดับความคุ้มคลั่งในใจให้จบสิ้น

“พี่ลม!... เข้ามาได้ยังไงครับ!”

ซิลเวอร์อุทานถามเสียงหลงด้วยความตกใจสุดขีด อาการสะลึมสะลือก่อนหน้ามลายหายไปในพริบตา เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบร่างสูงใหญ่ของวายุยืนค้ำหัวอยู่ข้างเตียงนอนของนที และที่น่าหวาดเสียวไปกว่านั้นคืออีกฝ่ายกำลังโน้มใบหน้าคมคายเข้ามาจนชิด ก่อนจะใช้นิ้วชี้แตะลงบนริมฝีปากอิ่มของเขาเบาๆ พลางกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงดุดันเฉียบขาด

“อย่าเสียงดังสิครับ... เดี๋ยว ‘ผัว’ ซินจะตื่นเอา”

ชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะประกบริมฝีปากร้อนระอุลงบนเรียวปากบางกระจับอย่างรวดเร็ว แรงบดขยี้ไต่ระดับความรุนแรงและดิบเถื่อนขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสอารมณ์ที่คุกรุ่น ยิ่งคนตัวเล็กออกอาการดิ้นรนขัดขืนเท่าไร ความยากเอาชนะในกายของวายุก็ยิ่งทวีคูณ

เขารู้ดีว่าน้องชายของตนเป็นคนหลับลึกขนาดไหน ทว่าเขาก็ยังไม่อยากส่งเสียงดังให้เกิดเรื่องในยามนี้ ไม่ใช่เพราะนึกกลัวว่านทีจะเสียใจ เนื่องจากคนอย่างวายุไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใครอยู่แล้ว... เขาแค่กลัวว่าจะต้องอารมณ์ค้างเพราะถูกขัดจังหวะกลางคันต่างหาก

เรียวลิ้นร้ายกาจแทรกซึมเข้าสำรวจโพรงปากหวานของคนในฐานะน้องสะใภ้อย่างถือดี บดจูบดูดดึงลิ้นเล็กซ้ำๆ อย่างโหยหา โดยไม่สนใจกำปั้นน้อยๆ ที่ทุบประทุษร้ายลงบนแผงอกแกร่งของเขาเลยแม้แต่น้อย

“อึก... พี่ลม... อย่าทำแบบนี้... คิดจะทำบ้าอะไรครับ...”

ซิลเวอร์เอ่ยต่อว่าด้วยระดับเสียงที่เบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ เมื่อคนใจร้ายยอมผละริมฝีปากออกชั่วคราว ก่อนจะช้อนอุ้มร่างของเขาขึ้นมานั่งบนกึ่งกลางเตียง ส่วนตัวของวายุก็ทิ้งเข่าคุกลงตรงหน้า ส่งสายตาคมกริบสะท้อนประกายตัณหาเด่นชัด... เป็นสัญญาณเตือนว่าค่ำคืนนี้ เขาปรารถนาในตัวกวางน้อยตัวนี้ และพร้อมจะ ‘เอาจริง’ โดยไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้น!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป