บทที่ 3 บทที่ 1: ใต้หน้ากากความรักอันแสนหวาน
บทที่ 1: ใต้หน้ากากความรักอันแสนหวาน
บนชั้นที่ 42 ของคอนโดมิเนียมหรูหราใจกลางเมืองพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับหรู ทัศนียภาพโดยรอบสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของมหานครได้ทั้งยามกลางวันและยามค่ำคืนผ่านกระจกใสบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ซึ่งถูกลดทอนความจ้าของแสงด้วยผ้าม่านสีทึบโทนเคร่งขรึม การตกแต่งภายในเน้นความทันสมัยและเฉียบคม เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ยิ่งไปกว่านั้นทำเลที่ตั้งยังสะดวกสบายใกล้กับมหาวิทยาลัยชื่อดัง เรียกได้ว่าเป็นที่พักอาศัยในฝันของใครหลายคน
หากทว่าในเวลานี้ บรรยากาศภายในห้องกลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดอันเงียบงันจากชายหนุ่มสองคนที่ก้าวผ่านประตูเข้ามาในเวลาไล่เลี่ยกัน
อันที่จริงจะบอกว่าก้าวเข้ามาเองก็คงไม่ถูกนัก ต้องเรียกว่าร่างสูงโปร่งผู้มีส่วนสูงมากกว่าไม่ถึงสิบเซนติเมตร เป็นฝ่ายกึ่งจูงกึ่งบังคับรั้งข้อมือคนตัวเล็กกว่าเจ้าของดวงหน้านวลหวานให้เดินตามเข้ามาด้านในเสียมากกว่า
"ปล่อยได้แล้วมั้ง ก็ยอมเข้ามาด้วยแล้วไง จะเอาอะไรอีก"
น้ำเสียงติดประชดของ ‘เหมันต์’ เอ่ยขึ้นพร้อมกับพยายามสะบัดข้อมือตนเองให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของแฟนหนุ่มตรงหน้า ทว่าคนตัวโตกว่ากลับไม่ยอมปล่อยมือโดยง่าย นอกเหนือจากจะไม่ยอมคลายพันธนาการแล้ว ชายหนุ่มยังขยับกายโถมเข้าหา โอบวงแขนกว้างกอดรัดเรือนร่างเพรียวบางเอาไว้เต็มอ้อมอก ปลายจมูกโด่งสันกดลงบนพวงแก้มเนียนใสของคนในอ้อมแขนอย่างประจบประแจง หวังจะใช้ความแนบชิดตีมึนลบล้างท่าทีบึ้งตึงขั้นสุดของอีกฝ่าย
"แก้มของแฟนเรานี่... หอมไม่เปลี่ยนเลยนะครับ"
"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย นึกจะใช้มุกนี้กลบเกลื่อนความผิดอะไรของตัวเองอยู่งั้นเหรอ"
คำประชดนั้นทำเอาคนฟังแอบหน้าถอดสีไปวูบหนึ่งโดยที่คนในอ้อมกอดไม่ทันสังเกตเห็น ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำกลั้วหัวเราะจะดังแก้ต่างออกมา "ความผิดอะไรกันล่ะเหม เราก็แค่ชมแฟนตัวเอง ไม่เห็นจะผิดตรงไหนเลยสักนิด"
"แต่เอาตรงๆ นะสายฟ้า พฤติกรรมของนายตอนนี้มันทำให้เราอดคิดมากไม่ได้จริงๆ ว่ะ" จู่ๆ แววตากลมโตก็หม่นแสงลงจนคนมองใจหาย "นายไม่มีเวลาให้เราเลย นัดกี่ครั้งต่อกี่ครั้งนายก็เบี้ยวตลอด เหมือนมีเรื่องให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลา... จนบางทีมันก็ทำให้เราอดน้อยใจไม่ได้ว่าตัวเองยังเป็นแฟนนายอยู่รึเปล่า หรือจริงๆ ก็แค่เพื่อนแก้เหงาคนหนึ่งเท่านั้น"
น้ำเสียงตัดพ้อแผ่วเบาลงในท้ายประโยคทว่าช่างบีบเค้นหัวใจของคู่สนทนายิ่งนัก วงแขนแกร่งขยับเพิ่มแรงโอบตวัดรัดร่างน้อยเข้าหาตัวแน่นขึ้นไปอีก ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซร้พรมจูบไปทั่วดวงหน้าหวานคล้ายหวาดกลัวว่าคนตรงหน้าจะแปรเปลี่ยนและอันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา
"ไม่พูดแบบนั้นสิครับเหม... เราขอโทษ ต่อไปเราจะจัดการเวลาตัวเองให้ว่างมากกว่านี้ซินะ อย่าพูดประชดกันแบบนี้อีกนะครับคนดี"
คนตัวเล็กไม่เอ่ยคำใดออกมานอกจากเม้มริมฝีปากแน่นแล้วสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น ทว่าปฏิกิริยานั้นกลับเปิดโอกาสให้คนเจ้าเล่ห์เดาทางออกว่าคนรักกำลังใจอ่อนลงแล้ว รอยยิ้มกริ่มฉายชัดขึ้นบนใบหน้าคมคายโดยที่หนุ่มน้อยร่างบางไม่ทันจับสังเกตเพราะกำลังตกอยู่ในห้วงความแง่งอนปนน้อยใจ กว่าจะรู้ตัวอีกที... ฝ่ามือหนาอันร้อนผ่าวก็เริ่มลูบไล้หยอกเย้ากับยอดอกผ่านเนื้อผ้าเสื้อนักศึกษาเสียแล้ว
"นะ... นี่! ก็ไหนบอกว่าจะพามาคุยเฉยๆ ไง แบบนี้มันขี้โกงกันนี่นา"
"หื้ม ขี้โกงอะไรครับ? เหมเองก็ต้องการเราเหมือนกันไม่ใช่เหรอ... ดูซิ ยอดอกตั้งชันสู้มือขนาดนี้แล้วนะ" ชายหนุ่มกระซิบเสียงกระเส่าพร่าเลือน พลางขยับปลายนิ้วสะกิดเน้นย้ำรุกรานจุดอ่อนไหวบนอกบางหนักมือขึ้น จนคนใต้ร่างเผลอยกมือขึ้นกำชายเสื้อของคนเจ้าเล่ห์เอาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ
"อื้อ... สายฟ้า เหมยังไม่พร้อม ขอไปอาบน้ำก่อนได้ไหม"
"ได้ครับ... แต่ขอรอบนึงก่อนแล้วกันนะ"
‘อัสนี’ เอ่ยเย้าอย่างเอาแต่ใจตามประสาลูกคุณหนูผู้ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ปลายนิ้วเรียวเชยคางมนของคนเริ่มหอบน้อยๆ ให้หันมาสบตา ก่อนจะส่งเรียวลิ้นร้อนฉกชิมความหวานจากกลีบปากบางอย่างแสนเสน่หา และกว่าที่เหมันต์จะรู้ตัวว่าเพลี่ยงพล้ำให้กับคนเจ้าอารมณ์อีกครั้ง แผ่นหลังเปลือยเปล่าที่ถูกปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกไปตอนไหนไม่รู้ก็สัมผัสเข้ากับความอ่อนนุ่มของเตียงนอนหลังกว้างเสียแล้ว
"สายฟ้า... ให้เหมไปอาบน้ำก่อนเถอะ วันนี้อากาศร้อนจะตายไป"
"หื้ม แต่ตัวเหมก็ยังหอมฟุ้งอยู่ดีนี่ครับ ทั้งหอมทั้งน่ากินไปทั้งตัวเลย"
ไม่เพียงแค่คำพูดหวานหู ทว่าเรียวลิ้นร้อนชื้นของคนเอาแต่ใจยังเริ่มลากไล้จากใต้คางมนลงมาตามลำคอระหงระเรื่อยผ่านแผงอกขาวเนียน ก่อนจุดหมายจะมาหยุดลงตรงยอดอกเม็ดเล็กสีหวาน โพรงปากอุ่นครอบครองดูดดึงจุดอ่อนไหวราวกับของหวานชิ้นโปรด เรียวลิ้นตวัดละเลงวนรอบฐานอย่างเชี่ยวชาญ คอยปรนเปรอจนคนใต้ร่างสั่นสะท้าน ส่วนยอดอกอีกข้างก็ไม่น้อยหน้าเพราะกำลังถูกบดขยี้แผ่วเบาด้วยปลายนิ้วร้ายกาจของเขาเช่นกัน
"อึก... สายฟ้า อย่ากัดแรง..."
แม้จะปากจะเอ่ยห้ามปรามทว่าเนื้อกายกลับตอบสนองสวนทาง ร่างบางแอบแอ่นอกสู้อัมพาตแห่งความเสียวซ่าน ส่งผลให้คนบนร่างยิ่งได้ใจ มือซุกซนเลื่อนไล้ลงต่ำผ่านสีข้างเนียนละเอียดก่อนจะมาหยุดลงตรงกึ่งกลางกายภายใต้กางเกงนักศึกษาที่บัดนี้ขยายตัวคับแน่นตึงนูนไม่ต่างจากของเขาเลย ร่างสูงลอบยิ้มอย่างพึงใจก่อนจะผละออกมาจัดการปราการชิ้นสุดท้ายของตนเองและแฟนหนุ่มออกไปอย่างรวดเร็ว
"ดูซิ... ว่าเหมต้องการเรามากขนาดไหน"
ถ้อยคำยั่วเย้าดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่กุมกอบรูดรั้งท่อนเนื้อร้อนผ่าวของคนที่นอนราบกับเตียงนุ่ม ยิ่งเห็นคนรักบิดส่ายสะโพกหยัดสู้มือที่กำลังสาวรูดรักษาสลับจังหวะให้ นัยน์ตาคมยิ่งฉายแววพึงพอใจ แกนกายตึงแน่นถูกกระตุ้นขึ้นลงเป็นจังหวะถี่กระชั้น หยาดน้ำรักใสบริสุทธิ์เริ่มปริ่มล้นชโลมเคลือบทั่วฝ่ามือขี้แกล้ง แน่นอนว่าร่างสูงหาได้รังเกียจไม่ ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งโหมกระพือไฟราคะในกายให้ลุกโชน
"สายฟ้า... อื้อ... เสียว... พอก่อน เดี๋ยวจะเสร็จ..."
ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าคมคายเมื่อได้ยินเสียงครางวอนขอแสนทรมานเช่นนั้นก็ยกยิ้มกริ่มพลางผ่อนแรงมือลง เพราะเขายังอยากจะปลดปล่อยหยาดน้ำแห่งความสุขสมไปพร้อมๆ กับคนใต้ร่างมากกว่า อุ้งมือหนาจับพลิกกายคนที่กำลังนอนหอบโยนบิดเร้าด้วยความกระสันให้ไปอยู่ในท่าคุกเข่าหมอบคลานกับผืนเตียง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเครื่องป้องกันขึ้นมาสวมใส่ด้วยความคุ้นชิน
"โชคดีนะครับที่ยังเหลืออยู่อันหนึ่ง แต่เดี๋ยวเราคงต้องไปซื้อตุนใหม่ยกใหญ่แน่ เพราะรอบเดียวคงไม่พอชดเชยเวลาที่หายไปหรอก"
ร่างสูงโน้มตัวลงทาบทับแผ่นหลังขาวเนียนกระซิบพึมพำข้างใบหูบาง เรียวลิ้นอุ่นไล้เลียติ่งหูสลับหยอกเย้าอย่างหลงใหล ในขณะที่ตัวตนใหญ่โตซึ่งถูกหล่อลื่นด้วยเจลใสยี่ห้อดังเรียบร้อยแล้ว ค่อยๆ ถูกดันแทรกตัวเข้าสู่ช่องทางรักที่บีบรัดแน่นหนาของคนตัวเล็กกว่า
"อึก... สายฟ้า... เบาหน่อย มันจุก..." มือเล็กของเหมันต์จิกเกร็งลงบนผ้าปูที่นอนสีสะอาดจนยับย่นผิดตา ความอึดอัดรัดแน่นจากการถูกสอดแทรกเข้ามาลึกซึ้งยิ่งทวีความตื่นตัวให้เขาร่วมกระโจนลงสู่วังวนสวาทลึกซึ้งขึ้น
"ยังแน่นและตอดรัดดีเหมือนเดิมเลยนะครับ... ที่รัก"
สายฟ้าพึมพำเสียงกระเส่าพร่าเลือนก่อนจะเริ่มขยับไหวบั้นเอว สอบสะโพกเข้าหาจากจังหวะเนิบนาบจนกลายเป็นความถี่กระชั้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานไปกับเสียงลมหายใจหอบสะท้าน เสียงครางเครือรัญจวนใจดังลอดมาจากลำคอระหงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหมันต์ที่ถูกปลุกเร้าอารมณ์มาจนเต็มเปี่ยม บัดนี้ความเสียวซ่านพุ่งสูงจนใกล้จะแตะขอบสวรรค์รำไร
"สายฟ้า... อ๊ะ... เร่งหน่อยครับ..."
คนตัวเล็กกว่าร้องบอกอย่างลืมความอายพลางขยับร่อนสะโพกสวนรับแรงกระแทกกระทั้น ขับเน้นให้อารมณ์ของคนคุมเกมยิ่งพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย เสียงแห่งความวาบหวามดังสะท้อนถี่กระชั้นหนักหน่วงในท้ายที่สุด ก่อนที่เรือนร่างของสองชายหนุ่มจะกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยธารอารมณ์อุ่นร้อนออกมาพรั่งพร้อมกันในเวลาไล่เลี่ยกัน
"เหม... จะทำให้เราหลงไปถึงไหนกันหื้ม" อัสนีพร่ำเพ้อพลางพรมจูบไปตามแผ่นหลังเนียนที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อของคนรัก ก่อนจะเอื้อมมือดึงรั้งร่างบางให้พลิกกลับมานอนตระกองกอดเคียงข้างกันบนเตียงกว้าง
"รักนะ..." คนตัวเล็กพึมพำบอกเสียงแผ่วเครือด้วยความเพลียก่อนจะเปลือกตาจะปิดลงและเข้าสู่นิทราไป แน่นอนว่าถ้อยคำแสนหวานนั้นทำให้คนใจร้ายที่กำลังกกกอดเขาอยู่ได้ยินอย่างแจ่มชัด วงแขนแกร่งขยับกระชับอ้อมกอดแฟนหนุ่มเอาไว้แน่นขึ้นคล้ายหวาดกลัวว่าสิ่งล้ำค่านี้จะหลุดลอยหายไป
‘เราขอโทษนะเหม... เราจะจบทุกอย่างให้เร็วที่สุด’
คนตัวโตบอกกล่าวคำขอโทษอีกฝ่ายเพียงแค่ในใจ เพราะความจริงเบื้องหลังมันหนักหนาสาหัสเกินกว่าจะเอ่ยปากออกไปให้อีกคนรับรู้ได้จริงๆ ทว่า... แม้จะตั้งปณิธานในใจอย่างหนักแน่นเพียงใด แต่ตัวเขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ตนเองจะสามารถควบคุมและตัดจบเกมรักซ้อนซ่อนชู้ครั้งนี้ได้ง่ายดายอย่างที่ปากพูดจริงหรือเปล่า...
