บทที่ 8 บทที่ 7 : กองเพลิงที่ถอนตัวไม่ขึ้น
บทที่ 7 : กองเพลิงที่ถอนตัวไม่ขึ้น
"จะคร่ำครวญอะไรนักหนา... เมื่อคืนนี้นายเองก็ชอบไม่ใช่เหรอไง?"
กระแสเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสวนขึ้นมาอย่างไร้ความปรานี คำพูดตอกย้ำความจริงชวนสะอิดสะเอียนทำเอาคนฟังหันขวับมามองด้วยแววตาเกรี้ยวกราด "ชอบบ้าอะไร! ผมเมามากจนภาพตัด จำอะไรได้ที่ไหนล่ะ!"
"นี่... อย่าบอกนะว่านายจะบอกว่าพี่ข่มขืนน่ะ"
ว่าแล้ว อัคนี ก็จัดการรีเพลย์ความหลัง ย้อนซีนว่าเมื่อคืนตัวเองพูดอะไร ทำอะไร และสายฟ้ามีปฏิกิริยารีแอ็กชันตอบสนองดุเดือดอย่างไรบ้าง แม้สมองจะพร่าเลือนจนจำไม่ได้ทั้งหมด ทว่าส่วนใหญ่สายฟ้าก็พอจะจับไทม์ไลน์ได้ โดยเฉพาะช่วงแรกที่เขาเป็นฝ่ายโน้มใบหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายก่อนเองแท้ ๆ
"โอ๊ยยยยย..."
ชายหนุ่มร้องก้องในใจให้กับความจริงชวนช็อกที่ไม่อยากยอมรับ ในขณะที่อีกฝั่งเข้าใจผิดคิดว่าเขาแกล้งทำเป็นรับความจริงไม่ได้ "อ้าว... ก็มันจริงนี่นา ก็เห็นร่วมมือร่วมใจกันดีทุกสเตป พี่ก็นึกว่านายชอบ ถ้านายไม่ยอม พี่ก็ไม่ทำหรอก คนอย่างพี่ไฟไม่เคยคิดจะฝืนใจใคร... จำไว้ด้วย"
คำพูดกึ่งถือดีนั้นทำเอาสายฟ้าแทบคลั่ง สมองตื้อจนเถียงไม่ออกเพราะเมื่อคืนนี้เขาสมยอมจริง ๆ และไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตัวไหนดลใจให้ทำเรื่องเหี้ย ๆ แบบนั้นลงไปได้
"แล้วต่อไปจะมองหน้ากันติดได้ยังไง!"
"มองหน้าไม่ติด... ก็มองอย่างอื่นได้นี่" อัคนีพูดยิ้ม ๆ ด้วยจริตแพรวพราวอันตราย ทว่าสายฟ้ากลับตวัดตาเขียวปั้ดใส่ทันที
"ไม่ตลกเลยนะ!"
"แล้วจะให้ทำยังไง? ก็เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว"
"ลืมไปซะ"
"หา... ว่าไงนะ?"
"ลืมเรื่องเมื่อคืนนี้ไป คิดซะว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น!"
"บ้าหน่า... แล้วนายลืมได้หรือไง?" อัคนีเลิกคิ้วถามอย่างนึกท้าทาย
"ได้สิ! เมื่อคืนผมเมามาก ผมจำอะไรไม่ได้หรอก!"
ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าเป็นแค่การพูดข้าง ๆ คู ๆ สีซอให้ควายฟัง แต่นี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสเตตัสของเขาในตอนนี้ เพราะคงไม่มีชอยส์ไหนจะดีไปกว่าการเซตซีโรทำใจให้ลืมความผิดพลาดที่เคยก่อไว้
ได้ยินคำสบถแบบนั้น อัคนีถึงกับเสียความมั่นใจไปพอสมควรเลยทีเดียว ที่ผ่านมาคู่ขาคนไหน ๆ หลังจากมีเซ็กซ์แมตช์แรกกับเขา มักจะติดอกติดใจจนอยากมีอะไรด้วยเรื่อย ๆ กับสายฟ้าเขาก็มั่นใจว่ากูรูเรื่องเซ็กซ์อย่างเขาทำให้อีกฝ่ายฟินจนบินได้ ทว่ามาวันนี้... นอกจากเจ้าเด็กดื้อจะทำท่าเหมือนไร้ความสุขแล้ว ยังกล้ามาบอกให้เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
แบบนี้มันหยามศักดิ์ศรีและดูถูกกันชัด ๆ!
อัคนีอ้าปากเตรียมจะเปิดฉากเถียง ทว่าสายฟ้ากลับตัดบทไม่ยอมฟัง "ไม่รู้แหละ ผมจะเอาแบบนี้!"
ว่าแล้วร่างโปร่งก็รีบสับขาพุ่งตัววิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที ปล่อยให้ความเงียบเข้าเล่นงานอีกครั้ง
'โธ่เอ๊ย... ไม่น่าเลยกู' สายฟ้าคร่ำครวญกับตัวเองในใจ ขณะยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เงาสะท้อนในนั้นเผยให้เห็นเรือนร่าง เปลือยเปล่าที่มีรอยช้ำรักสีกุหลาบเป็นจ้ำ ๆ กระจายอยู่เต็มผิวเนียน คิดแล้วก็นึกเศร้า... ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับกองเพลิงกองนี้ขนาดนั้น
ชายหนุ่มจมดิ่งอยู่กับความหม่นหมองครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงสติตัวเองกลับมา... 'ถึงคิดมากยังไงเวลาก็ไม่ย้อนกลับ อะไรที่เกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับและผ่านมันไปให้ได้' เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงรีบจัดการทำความสะอาดร่างกายเพื่อที่จะได้พาตัวเองรีทรีตไปให้พ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ซะที
.
หลังจากจัดการอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ สายฟ้าก็ค่อย ๆ แง้มประตูห้องน้ำออกมา หันซ้ายหันขวาสแกนหาเจ้าของห้องทว่ากลับไร้เงา ได้ยินเพียงกระแสเสียงทุ่มต่ำแว่ว ๆ ดังมาจากโซนระเบียง ชายหนุ่มเดาทางได้ทันทีว่าอีกฝ่ายน่าจะกำลังดีลสายโทรศัพท์อยู่ เขาจึงรีบสาวเท้าไปเก็บข้าวของ กะว่าถ้าแพ็กของเสร็จก่อนอีกฝ่ายคุยเสร็จ จะย่องเบาออกจากห้องโดยไม่ให้รู้ตัว
"รู้แล้ว ๆ เดี๋ยวเข้าไปนะ"
ใจหนึ่งก็อยากจะอันตรธานหายไปให้ไว ทว่าพอได้ยินเสียงของคนที่ปู้ยี่ปู้ยำเขาเมื่อคืนดังขึ้นมา มันก็ทำเอาสายฟ้าเสียอารมณ์อย่างรุนแรง แม้จะพยายามทำใจไม่ให้คิดมาก แต่เอฟเฟกต์เพิ่งเกิดสด ๆ ร้อน ๆ จะให้เขาเทิร์นโหมดเป็นปกติเลยก็คงยาก ไม่เหมือนไอ้รุ่นพี่ตัวร้ายที่ยืนคุยโทรศัพท์สบายอารมณ์ไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเลยสักนิด
"ไม่รับสาย? โอ๊ย ปกติ! ช่วงนี้พ่อกับแม่ยุ่งมาก ขนาดผมโทรไปบางทีก็ยังไม่รับเลย"
"ไม่เมาหรอก แค่ปาร์ตี้เล็กๆ ถึงเมาก็ไม่ได้โง่ถึงกับจำอะไรไม่ได้"
ประโยคนั้นของอัคนีเหมือนใบมีดโกนที่กรีดลึกลงกลางใจสายฟ้า แม้คนปลายสายจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทว่าพอสมองประมวลผลคำว่าปาร์ตี้และเหล้าขึ้นมา เรื่องราวมันก็รันกลับไปสู่จุดผิดพลาดจนกู่ไม่กลับ คิดแล้วก็พาลทำเอามือไม้อ่อน หมดเรี่ยวแรงจะเก็บของเอาดื้อ ๆ ทำไมกัน... ทำไมเรื่องเหี้ย ๆ แบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับชีวิตเขาด้วย
การที่เราจะนอนกับใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย... ทว่าวินาทีนี้สายฟ้าไม่ได้อยู่ในสเตตัสที่จะนอนกับใครไปทั่วได้ เพราะเขามีแฟนอยู่แล้วทั้งคน นั่นคือพอยต์ใหญ่ที่ค้ำคออยู่ แล้วหลังจากนี้ไทม์ไลน์ชีวิตจะรันไปทางไหนต่อ
ความจริงแล้ว... เรื่องทุกอย่างมันควรเทอร์มิเนตจบลงตั้งแต่เช้าวันนั้น เขาควรถอยออกมาแล้วกดลบความทรงจำทุกอย่างทิ้ง ทว่า... กองไฟกองนี้มันช่างเร่าร้อนดุดันและอันตรายเกินกว่าจะสับขาถอยออกมาได้ง่าย ๆ สายฟ้าเสพติดรสรักสุดป่าเถื่อนที่อัคนีปรนเปรอให้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น สุดท้ายพวกเขาก็เลือกที่จะสานสัมพันธ์สวาทลับ ๆ กันนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา
"มึงกำลังจะบอกกูว่า... มึงจะดึงเจ้าอัคนีอะไรนั่นเข้ามาในเกมแก้แค้นของมึง โดยที่ไม่ให้กูโต้แย้งอะไรงั้นเหรอ? โทษทีว่ะ พอดีต่อมคนดีกูก็ไม่ได้บกพร่องซะด้วย"
ไทเลอร์ พ่นคำพูดออกมาอย่างหัวเสียเมื่อได้รับรู้กลยุทธ์จากปากเพื่อนสนิท หลังจากที่เขารีบเคลียร์คิวพุ่งตัวมาหาที่คอนโดเมื่อไม่กี่นาทีก่อน สองขายาวสับเดินวนไปมาอยู่ตรงหน้าเหมันต์ราวกับหนูติดจั่น มือหนายกขึ้นเกาท้ายทอยสลับกับลูบไปตามเรือนผมของตัวเองเพื่อระบายความหงุดหงิดขั้นสุด
"แย้งได้ แต่มึงคิดหรือว่ากูจะฟัง? สายฟ้ารนหาที่มาหยามหน้ากูขนาดนั้น... กูจะเอาคืนให้สาสม!"
คนตัวเล็กกว่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสะอึก ใบหน้าสวยกำลังกรุ่นโกรธผสมปนเปกับความน้อยใจ และมันก็แสดงชันสูตรออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทไทป์อันตรายอย่างไทเลอร์มองออกทะลุปรุโปร่ง... ยิ่งเห็นเหมันต์เจ็บปวด ไฟในอกของเขาก็ยิ่งปะทุตามไปด้วย!
