บทที่ 5 ตอนที่ 4 เริ่มที่ทานข้าวจบที่เตียง
ตอนที่ 4 เริ่มที่ทานข้าวจบที่เตียง
07.00 นาฬิกา เสียงโทรศัพท์แผดเสียงดังจนน้ำขิงที่กำลังแต่งหน้าต้องเอื้อมมือไปคว้ามากดรับสาย..
(ขอให้ขายได้นะ)
"ขอบคุณนะ"
(ให้เค้าไปด้วยไหม พี่บอลก็ชวนเค้านะ)
"ฉันทำงาน"
(อ่า..ครับ ขิงทำงาน ดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าดื้อนะ)
"ขอบคุณที่อวยพรนะ แค่นี้ก่อน ฉันกำลังแต่งหน้า"
(ครับ เค้ารอเธอกลับมา..นะ)
น้ำขิงไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ เธอก็ชิ่งตัดสายก่อน ไม่อยากต้องมาอาลัยอาวรณ์มันน่าเบื่อน่ารำคาญจะพานทำให้หงุดหงิดในเช้าวันนี้เสียมากกว่า
ร่างเล็กรีบเร่งแต่งตัวให้เหมาะกับการไปดูสถานที่ และการแต่งหน้าของเธอวันนี้ก็ดูเรียบง่าย แค่เติมนิดแต่งหน่อยก็พอไปวัดไปวาได้แล้ว สถานที่ที่จะไปไม่ได้มีแอร์หรืออะไรที่คอยอำนวยความสะดวก มีแต่แดดเปรี้ยงและไม่รู้ว่าฝนฟ้าอากาศจะเป็นใจหรือเปล่า เลยแต่งเบาไว้ก่อน
07.55 นาฬิกา
ประตูลิฟต์เปิดออกเผยให้เห็นร่างเล็กเดินออกมานั่งรอที่ล็อบบี้ จนกระทั่งถึงเวลานัดหมายพี่บอลก็โทรเข้ามาและบอกให้มาขึ้นรถได้เลย..
เธอเดินไปเปิดประตูที่นั่งด้านหลัง แต่เสียงเรียกของพี่บอลทำให้ต้องปิดประตูเดินอ้อมไปนั่งข้างคนขับแทน
"สวัสดีค่ะพี่บอล สวัสดีค่ะคุณ.." สองมือพนมไหว้รุ่นพี่ที่อายุมากกว่าและหันไปไหว้คนด้านหลังที่เธอเองก็พอจะคุ้นเคยอยู่บ้าง..
"พัตเตอร์ครับ คุณน้ำขิง" เขาตอบรับการไหว้เป็นรอยยิ้ม ยื่นมือไปหวังจะจับมือทักทายคนตรงหน้าแล้วก็ต้องแปลกใจที่ไอ้เพื่อนเวรมันปัดมือเขาลง
"แนะนำตัวก็พอ พอแล้ว" บอลหันไปจ้องเขม่นเพื่อนรักที่หวังจะหลอกจับมือสาว
"ครับ" พัตเตอร์กัดฟันจำใจพยักหน้าตอบ ทั้งที่ในใจอยากข้ามไปกินหัวไอ้เพื่อนเวรให้รู้แล้วรู้รอด ถ้ารู้ว่านายหน้าอสังหาเป็นน้ำขิง เขาคงไม่ต้องพึ่งหรือเรียกมันมาช่วยต่อรองราคาหรอก กับคนนี้พร้อมเปย์ไม่อั้น ทว่าสีหน้าน้ำขิงที่แสดงออกดูลำบากใจแปลกชอบกล
"ร้อนเหรอครับ ?" เขาเอียงคอถามนายหน้าอสังหาที่นั่งสีหน้าไม่สู้ดี จนเธอหันมาสบตา ทำให้รู้ว่าเธอกำลังหวาดกลัว คงไม่แคล้วกลัวเรื่องคืนนั้นของเราจะถูกพูดถึงสินะ..
"ค่ะ.." น้ำขิงพยักหน้าตอบเพื่อไม่ให้มีพิรุธ ในใจเต้นระส่ำคิดแล้วว่าคงไม่ได้แน่ ๆ วันนั้นเล่นปฏิเสธคุณเขาไปเสียงแข็ง ถ้าวันนี้จะโดนปฏิเสธกลับบ้างก็คงไม่แปลกอะไร ใช่ไหม ?
พัตเตอร์ที่เห็นสีหน้าไม่สู้ดี เขาเอื้อมมือไปบีบจับแขนเรียวเล็กของขิงตรงช่องว่างเล็ก ๆ ทางประตูคนนั่งข้างเป็นการปลอบให้วางใจ จนเมื่อเห็นเธอหลับตาถอนหายใจเขาก็คลายมือที่ปลอบเธอออก และชวนคุยเรื่องบ้านแทน
"เห็นบอลบอกคุณน้ำขิงเก็บเงินซื้อบ้านเหรอครับ เล็งที่ไหนไว้ครับ แล้วอยากสร้างเองหรือซื้อ.." ยังไม่จบประโยคคำถามของพัตเตอร์ ไอ้เพื่อนเวรก็พูดแทรกขึ้น
"วุ่นวายนัก มึงจะซื้อให้หรือไง"
"เสียมารยาท ผมถามน้ำขิงไม่ได้ถามมึงครับ"
"ไม่ต้องลดนะขิง คนนี้บวกเพิ่มแล้วแต่ศรัทธาเลยครับ" บอลหันไปยิ้มกับน้ำขิง ขยิบตาส่งซิกให้ ทำคนด้านหลังรีบเอ่ย
"บวกเพิ่มได้ ไม่ต้องลดก็ได้ แลกกับการเลี้ยงข้าวผมสักมื้อ.."
"ต้องเลี้ยงกูด้วยนะ" บอลพูดแทรกขึ้น
"ได้ไหมครับคุณน้ำขิง" พัตเตอร์ส่งสายตาให้คนนั่งข้างคนขับแววตาใสซื่อ จนคนขับรถที่มองจากกระจกมองหลังส่ายหน้ารัว ทั้งที่เตือนไปแล้วให้เพลา ๆ เดี๋ยวน้องกลัว เสือก็ไม่วายอยากออกล่าเหยื่อ แต่เสียใจด้วย เหยื่อตัวนี้เสืออีกตัวมันหวงมาก ถ้าอยากกินก็คงยากหน่อย..
"กูเลี้ยงเอง ตัดปัญหา" บอลพูดแทรกขึ้นอีกครั้ง เพราะไม่อยากให้สายตาของไอ้พัตเตอร์ทำแฟน(เก่า)ของรุ่นน้องคนสนิทอึดอัดใจ
บนรถมีการพูดคุยเป็นระยะ จนกระทั่งมาถึงสถานที่แรก..
"ถนนศรีค่ะ ถนนทางเข้าโอเคเลย แต่ถ้าเป็นกลางคืนอาจจะเปลี่ยวหน่อยเพราะยังไม่เจริญมากเท่าที่ควรค่ะ"
"นี่ถ้าออกจากสนามตอนพระอาทิตย์ตกดิน จะเจอเพื่อนข้างทางไหมครับ ?" พัตเตอร์ถามเสียงราบเรียบ มองนัยน์ตาน้ำขิงไม่กะพริบ
"เท่าที่ฉันดูรายละเอียดและคุยกับเจ้าของที่ แถวนี้มันเปลี่ยวเกินกว่าจะเจอเพื่อนร่วมทางค่ะ ถ้าให้แนะนำ..ควรกำหนดเวลาที่ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า รวมไปถึงพนักงานและคุณค่ะ"
"ผมชอบที่นี่นะ ห่างไกลผู้คนดี"
"ฉันขอถามได้ไหมคะ มาเปิดไกลขนาดนี้จะมี..เอ่อ.."
"ลูกค้าเหรอครับ.." เขาถามเธอที่อ้ำอึ้ง จนเธอพยักหน้าเหมือนว่าเห็นด้วย
"..มีครับ เปิดให้พวกนักการเมือง นักธุรกิจ ประเภทที่เสพติดความรุนแรงหน่อยมาใช้แรงที่นี่ครับ นี่ผมกะจะจำลองเลี้ยงสัตว์มีชีวิตที่นี่ด้วยนะ ให้อารมณ์เหมือนมาเข้าป่าล่าสัตว์ คุณว่าเหมาะไหม ?"
"เอ่อ.." น้ำขิงอ้ำอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ทำคนด้านข้างที่ยืนขนาบข้างกันคลี่ยิ้มกว้าง
แน่นอนว่าคำตอบของน้ำขิงคือไม่โอเค ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมันรุนแรงเกินไปสำหรับผู้หญิงตัวน้อย ๆ อย่างเธอ ไอ้กินใคร ๆ ก็กินได้ แต่ให้ล่า..ทำไม่ได้จริง ๆ
"ผมทำงานสุจริตนะ ไม่ต้องกลัว" ชายหนุ่มก้มกระซิบข้างกกหู แล้วก็รีบผละออกเพราะเสียงที่ดังขึ้น
"โทษที น้องกูโทรมา สงสัยอากาศร้อน" บอลพูดแล้วปรายตามองน้ำขิง น้ำขิงเองก็สบตากับรุ่นพี่คนสนิทของแฟนเก่าตัวเอง แม้สองคนจะสนิทกันไม่เท่าพี่เจมส์แต่อยู่กลุ่มเดียวกันมีอะไรก็คงพูดบอกต่อกัน การถามไถ่ก็คงไม่แปลก
"เออ มาแล้วก็เงียบ ๆ กูกำลังคุยงานอยู่"
"เออ!" บอลกระแทกเสียง เดินเลี่ยงไปสูบบุหรี่อีกมุมหนึ่ง
"ผมตกลงซื้อที่นี่เลย คุณร้อนมากแล้ว แก้มแดงไปหมด ไม่อยากพาไปตะลอนแล้ว.."
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากให้คุณถูกใจ"
"ก็ถูกใจนะ ถูกใจตั้งแต่นายหน้าแล้วครับ" เขาพูดไปยิ้มไปมองตากลมสวยของเธอไม่กะพริบ
"ตกลงที่นี่นะคะ"
"ครับ คุณได้กี่เปอร์เซ็นต์เหรอ ไม่ต้องลดให้ผมนะ จะบวกก็ได้ผมไม่มีปัญหา"
"ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุณพัตเตอร์ไม่ต่อรองราคาฉันก็ดีใจแล้ว"
"ตกลงซื้อแล้ว..เอกสารขอด่วนนะครับ เงินพร้อมมาก.."
"..ผมก็พร้อมมาก พร้อมไปทานข้าวกับคุณอีก" พูดแล้วขยิบตาเป็นนัยให้หญิงสาวจนเธอก้มหน้าแค่นหัวเราะ น้ำขิงเงยหน้าแดงก่ำที่ร้อนแดดและเขินอายขึ้นสบตา ก่อนจะเอ่ย..
"พูดมาขนาดนี้..เริ่มที่ทานข้าวจบที่เตียงหรือเปล่าคะ ?" น้ำขิงยิ้มตาแทบหยียื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ชายหนุ่ม เพื่อดูท่าทีว่าเขาจะเขินอายเธอเหมือนวันก่อนหรือเปล่า ทว่าสายตาเขามองผ่านหลังของเธอไป ก่อนจะ..จุ๊บ ทำตากลมโตเบิกโพลงรีบหันมองไปทางพี่บอล โชคดีที่รุ่นพี่ยืนหันหลังเล่นโทรศัพท์อยู่ ไม่อย่างนั้นซวยแน่ ๆ
"เดี๋ยวขึ้นรถขอนามบัตรหน่อยนะครับ เวลาคิดถึงจะได้ส่งข้อความหาได้เลย"
"..." น้ำขิงมองตามแผ่นหลังกว้างนิ่ง จนท่อนเพลง เพลงหนึ่งดังขึ้น 'อย่ามาเล่นกับไฟ ร้อน ๆ จะไม่ดี..' และมันก็คงจะไม่ดีจริง ๆ ถ้าสานต่อ ขอให้จบที่เลี้ยงข้าวขอบคุณก็แล้วกันเถอะ สาธุ
