บทที่ 8 ตอนที่ 7 เพื่อนใหม่ (รถไฟรู้จักกัน)
ตอนที่ 7 เพื่อนใหม่ (รถไฟรู้จักกัน)
เจ้าของอู่เอสเคหันกลับไปมองในห้องกระจกที่มันคนนั้นนั่งอยู่ที่เดิมราวกับไม่ได้สนใจไยดีคนของเขา ทว่าอีกใจกลับลนลานรู้สึกปวดหนึบขึ้นมาดื้อ ๆ เหมือนมีลางบอกเป็นนัย
มือใครคนหนึ่งคว้าไหล่ของเขาอย่างแรงจนแทบหงายหลัง จนเมื่อหันไปสบตา ไฟที่ลุกโชนในใจก็เริ่มอ่อนลง..
"แค่ลูกค้า กูติดต่อให้เอง"
"มึงเอาให้แน่นะ มายุ่งคนของกูหน้าไหนกูก็ไม่เอาไว้ทั้งนั้นอะ"
"กูพี่มึงนะ เชื่อใจกูดิวะ" เจมส์ตบบ่าปลอบรุ่นน้องคนสนิท พลางหันมองถนนด้านนอกที่รถผ่านไปมา เขารั้งลำคอมันเข้ามาใกล้แล้วดึงเข้าไปในห้องทำงานแทนการยืนคุยกันต่อหน้าพนักงาน
ทันทีที่ประตูห้องปิดลงพี่เจมส์ก็พูดขึ้นทำเขาหันไปมองค้อนไม่ชอบใจกับประโยคที่ได้ยิน
"เลิกกันก็นานแล้ว มึงเลิกหวงก้างเถอะ"
"..."
"ดูแลไม่ได้ก็อย่าไปทำร้าย ปล่อยให้คนอื่นเข้ามาดูแลไม่ดีกว่าเหรอ ?"
"พี่จะให้ผมทนมองเมียตัวเองไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นเหรอ ผมกับขิงคบกันมาห้าปีตั้งแต่ไม่มีเหี้ยอะไร จนตอนนี้มีทุกอย่าง.."
"ทุกอย่างที่มึงมีแลกกับการเสียผู้หญิงคนนั้นไปแล้วไง"
"พี่พูดเหี้ยอะไร แม่งโคตรไม่เข้าหูผมเลย" เขายกสองมือปิดหูไม่อยากรับรู้รับฟัง ทำรุ่นพี่ส่ายหน้า เอือมระอา
"มึงยอมรับความจริงสักทีเถอะ สองปีแล้วนะเว้ย"
"ขิงจะเลิกก็ให้มันเลิกไปดิ ผมจะอยู่แบบนี้"
"แบบนี้ของมึงมันทำร้ายเขานะเว้ย"
"..." ก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้หรือเปล่าวะ
"พอน้องมันคุยกับใคร จะเริ่มต้นใหม่ มึงก็ไปตัดแข้งขา ดักทุกทาง มึงทำแบบนี้เพื่ออะไร ?"
"ผมนี่นะคนทำ พวกมันไปกันไม่รอดมากกว่า" เขาหันไปพูดเสียงแข็งใส่พี่เจมส์
"น้ำขิงอาจจะไม่รู้ แต่พวกกูอยู่กับมึง รู้นะเว้ย"
"พี่อย่าพูดมั่วเหอะ ผมขอ" มือข้างหนึ่งยกขึ้นปรามรุ่นพี่ พร้อมกับส่ายหน้ารัว ๆ ไม่ยอมรับความจริง
อย่างเขานี่นะจะไปตัดแข้งขาดักทางใคร..แค่รู้ว่าเริ่มคุยกันเขาก็จัดการแล้ว จะมีวันได้ตกลงคบหรือเริ่มต้นอะไรใหม่กันเหรอ ไม่มีทาง ผู้หญิงอย่างน้ำขิงต้องมีเขาเป็นเจ้าของแค่คนเดียว กล้า ๆ กลัว ๆ แบบนั้น ไม่มีทางทำอะไรนอกลู่นอกทางหรอก ให้เปรียบเทียบ..ขิงก็เหมือนนกน้อย ที่ตอนนี้เจ้าของอย่างเขาให้อิสระ แค่นั้นเลย
"ถ้าวันหนึ่งน้ำขิงเริ่มต้นใหม่เงียบ ๆ มึงจะว่ายังไง"
"ก็เริ่มไปดิ ผมก็ทำใจ.." ทำใจไว้ไปใส่หน้าคนใหม่ของเธอ เอาให้ยับกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เลย อยากจะรู้เหมือนกัน ถ้านอนหยอดน้ำข้าวต้มยังจะรักอยากเริ่มต้นใหม่กับมันอยู่ไหม แต่อย่างขิงไม่หล่อก็คงไม่เลือก ไม่ดีก็ไม่เอา เขารู้จักเธอดี
เมื่อไหร่ที่แค่ทำความรู้จักยังไม่ผูกพันจนถึงขั้นรัก ตัดขาดง่ายนิดเดียว แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ขิงพูดว่ารัก..ตอนนั้นคนที่ตกที่นั่งลำบากคงเป็นเขา เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ถ้ารอให้ลมพัดไฟมาคงเผาวอดวายฉิบหายกันหมดพอดี..
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะสองคนในห้อง สายตาสองคู่ที่สบกันหันไปมองยังบานประตูทันที..
"กูพาเพื่อนมาแนะนำ ชื่อพัตเตอร์เป็นเจ้าของสนามยิงปืน PhatGun ที่กูบอกว่าอนาคตเราจะได้ไปล่าสัตว์ในสนามยิงปืนอะ เพื่อนกูคนนี้แหละ" บอลตบบ่าพัตเตอร์เอ่ยบอกคนสองคนในห้องที่นั่งมองนิ่ง
"เออ ๆ รู้จักกันไว้ไม่เสียหาย มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน" เจมส์พูดแล้วพยักหน้า ยืนขึ้นยื่นมือไปจับทำความรู้จักกับพัตเตอร์เพื่อนสนิทไอ้บอล ทว่าคนด้านข้างเขานี่..ดูไม่ชอบใจเลย จำต้องเตะขาเรียกมันให้ทักทายเพื่อนใหม่
"ผมซันเดย์ เจ้าของเอสเคยินดีที่ได้รู้จักนะ..ครับ" ซันยื่นมือไปจับกับคนตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา สองมือที่จับทักทายกันขยับไปมาอย่างเป็นมิตร จนพัตเตอร์พยักหน้ายิ้ม
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ ฝากสนามใหม่ด้วยนะครับ อีกไม่นานเกินรอ" ชายหนุ่มยิ้มหันมองคนสองคนในห้อง สายตาสะดุดเข้ากับเจ้าของอู่ที่เดินมาตามน้ำขิงไป แต่ก็ต้องเก็บความสงสัยไว้ในใจ ตอนนี้อยู่ถ้ำเสือจะให้ข่มเสือคงไม่ได้ ถ่อมตัวไว้ก่อนจะดีกว่า
ซันเดย์หรี่ตามองเจ้าของสนามยิงปืนอย่างคนที่มีอะไรในใจ จำต้องเอ่ยถาม..
"ที่ดินเปล่าเป็นไงบ้างครับ ?"
"อ่า..ดีเลยครับ คุณน้ำขิงแนะนำดีเลย เจ้าของก็คุยง่าย เงินไปของมาครับ รวดเร็วทันใจ ปกติเวลาผมซื้อที่ นายหน้าจะมีลูกเล่นเยอะ แต่พอมาเจอคุณน้ำขิงที่บอลแนะนำมา ถูกใจเลยครับ เธอพูดจาฉะฉาน ทำงานเร็วทันใจ" พัตเตอร์พูดถึงหญิงสาวด้วยความชื่นชม นาน ๆ ทีจะเจอผู้หญิงที่มีจุดยืนชัดเจน ไม่หวังสิ่งของนอกกายจากเขา ยิ่งเห็นเธอตอนทำงานก็ยิ่งถูกใจ อยากรู้จักให้มากยิ่งขึ้น
"ได้ค่าขนมเยอะเลยสินะครับ" ซันเดย์พูดแล้วมองนิ่งเหมือนจับพิรุธ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีแค่เรื่องงาน ทำให้เขาเริ่มวางใจ เพราะส่วนใหญ่ผู้ชายเวลาอยู่ด้วยกันมักจะพูดถึงผู้หญิง แต่คนตรงหน้าไม่เลย..
"เจ็ดหลักมั้งครับ ผมไม่ได้ต่อรองราคา ถูกใจก็ซื้อเลย"
"สายเปย์สุดอะไรสุด บอกไอ้ซันไปดิมึงทิปเท่าไหร่" บอลพูดแล้วตบบ่าเพื่อนรัก ทำไอ้ซันหันมามองตาแข็งกร้าว ใจเขาที่คิดอยากจะแซวเล่นหล่นตุบลงไปอยู่บนพื้นทันที
"ไม่ได้ทิป คุณน้ำขิงไม่รับ"
"อ้าวเหรอ กูนึกว่ามึงจะเปย์เหมือนตอนเปย์สาว"
"ไม่เหมือนกัน นี่มันเรื่องงาน"
"..เออว่ะ" บอลพูดแล้วเกาหัวยิ้มมองสองสามคนที่จ้องมาทางเขาคนเดียว
"เออแล้วนี่มีไปไหนต่อไหม ไปนั่งดื่มทำความรู้จักกันหน่อย คลับข้าง ๆ นี่เลยก็ได้ ทำความรู้จักกันไว้เผื่ออนาคตจะได้ร่วมงานกัน" เจมส์วางมือลงบนไหล่พัตเตอร์ตบบ่าชวนอีกฝ่ายเบา ๆ เหมือนเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ เพราะการจะร่วมงานกันของผู้ชายต้องได้นั่งกินนั่งดื่มกันก่อน เหล้าเข้าปากจะได้คุยง่ายคุยคล่อง พัตเตอร์แหงนหน้าขึ้นสบตาเจมส์นิ่งจำต้องพยักหน้ายิ้มด้วยที่ไม่อยากปฏิเสธ ทั้งที่มีนัดอยู่แล้ว ซึ่งนัดก่อนหน้านี้ก็สำคัญมาก
"เอองั้นก็ไป ๆ ไปด้วยกัน" บอลพูดขึ้นอีกคน
"เดี๋ยวกูหาเด็กรอ เดี๋ยวออกไปบอกไอ้หนึ่งไอ้สองที่กำลังล้างรถด้วย" เจมส์ยิ้มกริ่มตบบ่าพัตเตอร์สองสามครั้ง ลุกขึ้นเดินหันหลังให้ออกจากห้องทำงานส่วนตัวของไอ้ซันไป
"มึงจะเอาเด็กเปล่า ถ้าไม่เดี๋ยวให้เรียกมาเอนอย่างเดียว" บอลเอ่ยถามคนสองคนที่นั่งเว้นระยะห่างกัน ทำทั้งสองเงยหน้าขึ้นสบตา บอลเลยขมวดคิ้ว เลิกคิ้วถามและสบตาทั้งสองซ้ำ
"ถามใคร ?" ซันเดย์ถามเสียงเรียบ
"มึงสองคน"
"แค่เอนพอ" ซันตอบแล้วลุกไปเข้าห้องน้ำ
"มึงอะ เอาไหม ?" คราวนี้บอลหันไปถามเพื่อนรักที่เพิ่งพามาทำความรู้จักเพื่อนอีกกลุ่มของตัวเอง จนเห็นพัตเตอร์ส่ายหน้าเขาก็แค่นหัวเราะในลำคอ ไม่เค้นถามต่อเพราะรู้ ๆ กันอยู่
พัตเตอร์เดินออกมาสูบบุหรี่ด้านนอกโดยที่มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงจับโทรศัพท์มือถือ ภายในใจสับสนกับการขอยกเลิกนัดอีกฝ่าย แต่เมื่อลองนึกถึงอนาคตที่อาจมีลูกค้าเพิ่มขึ้น เขาก็เลือกส่งข้อความไปบอกหญิงสาวตามตรง..
