บทที่ 5 บทที่ 4 ข้าวตังไปกินซูซู

บทที่ 4

ข้าวตังไปกินซูซู

ฉันเดินลงจากรถของพี่ภีม ห้างในกรุงเทพฯ มันใหญ่โตจริง ๆ ฉันเดินหมุน ๆ มองบรรยากาศรอบ ๆ ที่ดูแปลกตา พี่ภีมหันมาจับแขนฉันแล้วพาฉันเดินตามพี่ริวกับพี่ไนท์มาที่ร้านซูซูที่ฉันอยากมา

ฉันถูกพามานั่งด้านในติดกระจกพี่ภีมกักขังฉันเอาไว้ คงกลัวว่าฉันจะไปซนโต๊ะอื่น พนักงานคนสวยรีบหยิบเมนูเอามาให้ฉัน สายตากวาดมองหาแต่ผู้ชาย แต่ฉันไม่เปิดอ่านเพราะจำได้ว่าพี่ภีมเคยพูดซูซูไว้

"เอาซูซูใส่นมค่ะ เอาเฉาก๊วยกับทับทิมกรอบด้วยนะคะ น้ำแดงกับน้ำมะลิราดมาอย่างละครึ่งใส่นมเยอะ ๆ ค่ะ"

"อะ อะไรนะคะ?"

นอกจากพนักงานจะงงพวกพี่สามคนก็ทำหน้าเหลอหลาไปด้วย ทำไมล่ะตอนอยู่บ้านนอกก็กินแบบนี้ คนกรุงเทพฯ กินไม่เป็นเหรอ

"เดี๋ยวฉันสั่งให้ เธอนั่งเงียบ ๆ ไม่ต้องพูดอะไร"

"พี่ภีมน่ารักมาก ใจดีที่สุดค่ะ"

"ไอ้ไนท์มึงกับกูคิดถูกหรือคิดผิดวะที่มากับยัยนี่"

"คิดผิด! ดีนะคนไม่เยอะ อายเขาฉิบหายสั่งอะไรก็ไม่รู้"

"ก็ซูซูไง!"

ฉันแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ไนท์กับพี่ริวจนถูกพี่ภีมผลักหัวเบา ๆ ไม่ถึงยี่สิบนาทีเจ้าซูซูมีสตรอว์เบอร์รีเต็มไปหมดก็ถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ

"ว้าววว สวยจนไม่กล้ากินเลย"

"มีขนมปังสังขยาด้วยรอก่อนนะ"

ฉันหันไปยิ้มให้พี่ภีมคนดีคนเดิมของฉัน แล้วหันไปจิกตาแต่พี่ไนท์กับพี่ริว สองคนนี้คบไม่ได้ แค่ฉันหันไปหาพี่ภีมหันกลับมาเจ้า

สตรอว์เบอร์รี่บนยอดสูง ๆ ก็หายไป มันไปอยู่ในปากของพี่ไนท์แล้ว

"ตอนเด็ก ๆ แม่พี่ไม่ได้สอนเรื่องมารยาทหรือไง จะกินของใครก็ต้องขอก่อน แต่ฉันเข้าใจคนเราโตมาในสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน บางทีพ่อกับแม่พี่อาจจะสอนมาดี แต่ของแบบนี้มันอยู่ที่ตัวบุคคลจริง ๆ"

"ยะ ยัยบ้านนอก!!"

"จุ๊ ๆ อยู่ข้างนอกพูดจาให้มันมีสกุลหน่อยสิ เกรงใจคนอื่นเขาบ้าง"

พี่ริวรีบก้มหน้าก้มตาทานขนมปังสังขยาที่ถูกยกมาเสิร์ฟ ส่วนพี่ไนท์ขยับไปนั่งเงียบ ๆ ติดขอบกระจก ไม่รู้เป็นอะไรอยู่ ๆ ก็ไม่พูดไม่จากับใครเลย

ฉันนั่งทานซูซูจนหมด มันเย็นชื่นใจอร่อยดีนะทุกคนลองไปทานสิ เดินออกมานอกร้านพี่ภีมรีบพาฉันขึ้นมาซื้อของ ส่วนพี่ไนท์กับพี่ริวเดินแยกไปซื้อของใช้ส่วนตัวอีกทาง

"ทำกับข้าวอะไรเป็นบ้าง หรือเป็นหมดทุกอย่างเลย"

"เป็นหมดทุกอย่างเลย แม่ใหญ่สอนตั้งแต่น้อย ๆ บ้านฉันต้นตระกูลแม่ใหญ่บอกว่าเคยเป็นแม่ครัวอยู่ในวัง ตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณนู่น"

"บ้านฉันมีเชื้อหม่อม ฉันชอบทานอาหารไทย มันเป็นอาหารที่ครอบครัวของฉันอนุรักษ์เอาไว้ คุณยายของฉันเคยห้ามทุกคนเสิร์ฟอาหารฝรั่งอาหารตะวันตกบนโต๊ะ เพราะท่านต้องการอนุรักษ์ความเป็นไทย"

"แสดงว่าบ้านพี่ภีมค่อนข้างเข้มงวดใช่ไหมคะ ดูเป็นคนเจ้าระเบียบแน่ ๆ"

"จะพูดแบบนั้นก็ถูก ฉันถึงเบื่อ บางครั้งคนเรามันก็ต้องออกมาใช้ชีวิตนอกกรอบบ้าง แค่เรียนฉันก็เหนื่อยพอแรงแล้ว กลับไปบ้านก็ต้องทำตัวให้อยู่ในกรอบอีก"

"อ๋อ! แบบนี้นี่เอง พี่ภีมถึงชอบเรียกสาวมาสวิงกิ้งทุกคืนใช่ไหมคะ!"

"พูดอะไรของเธอนี่มันห้างนะไม่ใช่บ้าน!"

ฉันรีบยกมือขึ้นปิดปากแต่ก็คงไม่ทัน เสียงของฉันเมื่อกี้มันคงทำให้ทุกคนแถวนี้ได้ยินหมดแล้ว สายตาของคนรอบข้างมองมาด้วยความตกใจ บางคนก็รีบขยับหนี บางคนก็พากันซุบซิบ ที่หนักสุดคงจะเป็นพวกเจ๊ชม้อยกะเทยหัวโปกที่พากันซู๊ดปากเก็บน้ำลายของตัวเอง สายตามองมาที่ภีมน้อย จนพี่ภีมรีบเอารถเข็นมาบังไว้

"ขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าจะมีใครได้ยิน"

พี่ภีมรีบพาฉันมายังโซนผลไม้ เขาเลือกซื้อกล้วยหอมผลไม้ที่ไม่ค่อยมีน้ำตาลใส่ตะกร้า ฉันเองก็ช่วยเลือกเหมือนกัน

"ทำไมมันแพงจัง ดูสิแตงโมลูกละ 70 - 80 บาทเลย"

"ก็ปกตินะ"

"ไม่นะ! ไม่ปกติค่ะ ตอนอยู่บ้านนอกแตงโมลูกละ 10 บาทเอง"

"ของขึ้นห้างต้องมีการคัดเกรดมีการตรวจคุณภาพ ราคานี้ถือว่าปกติแล้ว"

"อ๋อ.... มีการคัดเกรดตรวจคุณภาพ"

"วันนี้ไม่ต้องทำข้าวเย็นก็ได้นะ ดูท่าจะอิ่มถึงพรุ่งนี้เลย"

"นั่นสิฉันยังอิ่มอยู่เลย แล้วพี่สองคนนั้นไปไหน ทำไมทำตัวไม่คัดเกรดไม่มีคุณภาพเลยล่ะ"

"หึ คงไปหาซื้อของพวกมันนั่นแหละ"

ฉันเริ่มใช้ความคิดบางอย่างกับตัวเอง จนกระทั่งกลับมาถึงบ้าน ฉันก็เริ่มวางแผนการทำงานของตัวเอง เริ่มจากการทำงานบ้าน จัดสรรปันส่วนให้เรียบร้อย แต่ละคนชอบมีมุมของตัวเอง พี่ภีมชอบอ่านหนังสือบนห้อง ส่วนพี่ไนท์ชอบลงมาเล่นเกม ตัดมาที่พี่ริว... นอกจากกินไม่เป็นที่ยังทิ้งเรี่ยราด ไม่นึกถึงคนทำความสะอาดบ้างเลย

ฉันเอาของว่างมาเสิร์ฟให้พวกพี่ ๆ ทุกคนได้ทาน มีทั้งผลไม้น้ำส้มและน้ำเปล่า ถาดของพี่ภีมมีกล้วยหอมทอง บลูเบอร์รี สตรอว์

เบอร์รี กีวี่จัดเรียงอย่างสวยงาม

"ไอ้ริวทำไมของไอ้ภีมน่ากินจังวะ แล้วของกูกับมึงทำไมเป็นกล้วยน้ำว้าเปลือกดำ ๆ แบบนี้?"

"เออนั่นดิ เหมือนไปเอามาจากศาลเจ้าเลย ของไอ้เหี้ยภีมมีทั้งนม ทั้งน้ำส้ม ส่วนมึงกับกูมีน้ำเปล่า แล้วนี่อะไรน้ำแดงแฟนต้า เห็นกูเป็นศาลพระภูมิหรือไง!"

"กูว่ายัยนี่มันกวนตีน มึงกับกูไปเยี่ยวรดหัวมันหรือไง แม่งปั่นฉิบหาย!"

"ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงนะกูจะตบให้หัวทิ่ม กวนตีนกูตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาแล้ว"

"เออ!"

"พวกพี่ไม่เข้าใจหรอกว่าฉันต้องคัดเกรด คัดคุณภาพ พี่ภีมเป็นคนมีคุณภาพ ส่วนพวกพี่เป็นคนไม่มีคุณภาพ ไร้ความสามารถ ไร้ความคิด ไร้จิตสำนึก กินแค่นั้นก็หรูแล้ว"

"รู้ได้ไงว่าพวกฉันไร้คุณภาพ ไร้ความสามารถ เธอรู้ไหมว่าน้ำกามของฉันเป็นสิ่งที่สาว ๆ หลายคนเฝ้าปรารถนา ถ้ามันได้อัดฉีดใส่หน้าใส่ปากใครรับรองติดใจรสชาติของฉัน ไม่มีวันลืมเลยล่ะ"

"ไอ้ไนท์ยัยเด็กนี่มันไม่เชื่อมึงหรอก มึงพูดไปมันจะเข้าใจหรือไงหน้าซื่อ ๆ ดูเหมือนจะไม่ทันคนแบบนี้"

"เรื่องนั้นฉันพอเข้าใจ แต่พวกพี่ต้องลองคิดดูนะว่าน้ำอสุจิของผู้ชายมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรขนาดนั้น อีกอย่างเชื้อของพวกพี่ก็ไม่ได้เป็นที่ต้องการของใครหลาย ๆ คนนักหรอก ใครจะไปอยากได้เชื้อที่ไม่มีคุณภาพแบบนี้ พี่พาผู้หญิงมากินทุกคืน น้ำที่มันออกมาทุก ๆ วันนั่นน่ะ ลองเก็บตัวอย่างไปส่องกล้องดูสิ บางทีอสุจิของพวกพี่อาจจะพิการก็ได้นะ"

"โหวว นี่เธอ! ไอ้ภีมมึงจัดการเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นกูกับไอ้ริวจะหนีออกจากบ้าน!"

"โตเป็นควายแล้วคิดว่าพี่ภีมเขาจะตามหรือไง อยากออกไปไหนก็ไปเถอะ"

"กรี๊ดดด ไอ้ภีมมึงจัดการให้กูเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

ฉันรีบขยับเข้ามาหาพี่ภีมเพราะพี่ไนท์กำลังสติแตก ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน หรือเมื่อเช้าเขาไม่ได้กินยาตกเย็นมาระบบประสาทถึงทำงานผิดปกติ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป