บทที่ 1 ภรรยาในนาม

“เซ็นชื่อซะ!”

เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นพร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งถูกวางลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา ลลิตาวางโทรศัพท์ในมือทอดสายตามองไปยังเอกสารฉบับนั้นด้วยความสงสัย ก่อนจะเงยหน้าสบตาคมเจ้าของเอกสาร เขาคือ ‘ธีรพล’ ทายาทของตระกูลอัครเกษมราช ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบทั้งรูปร่าง หน้าตา ฐานะ การงาน ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้ผู้ชายสมบูรณ์แบบอย่างเขามีรอยด่างพร้อยก็คือ การแต่งงานที่ล้มเหลวมาแล้วถึงสี่ครั้ง และตอนนี้เธอก็หญิงสาวคนที่ห้าที่เพิ่งผ่านพิธีแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับเขา

“ทำไม มีปัญหาเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวยังคงนั่งนิ่ง สบตาเขา

ลลิตาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าลงมองเอกสารบนโต๊ะ มีปัญหา แน่นอนว่าตั้งแต่เธอตัดสินใจแต่งงานกับเขา คำนี้ก็คล้ายจะเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถพูดได้อีก

“ไม่มีค่ะ” มือเรียวหยิบเอกสารตรงหน้าขึ้นมาอ่าน แม้จะบอกว่าตัวเธอไม่มีปัญหากับข้อตกลงใดใดของเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยินยอมในส่วนที่ไม่ควรยินยอม

'ภรรยาในนามสองปี' คือบทสรุปของเอกสารฉบับนี้ ริมฝีปากของลลิตาเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะวางเอกสารลงบนโต๊ะอีกครั้ง แล้วหยิบปากกามาจรดลงนามโดยไม่เอ่ยโต้แย้ง หรือสอบถามอะไรเพิ่มเติมอีก

“ยังมีอะไรที่คุณต้องการแจ้งให้ฉันทราบอีกไหมคะ” คำถามที่เป็นทางการและห่างเหินทำให้คิ้วหนาขมวดแน่น ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเอ่ยเสียงหนักด้วยท่าทางที่จริงจัง

“ไม่มี แค่เธอรู้สถานะของตัวเอง ไม่เรียกร้องในสิ่งที่ไม่ควรเรียกร้อง ระหว่างเราก็จะเป็นพันธมิตรที่ดี แต่ถ้าไม่... จุดจบของเธอจะเป็นยังไงคงไม่ต้องให้ฉันพูดใช่ไหม” ดวงตาคมจดจ้องหญิงสาวนิ่ง สายตาชัดเจนว่าไม่เชื่อถือท่าทีว่าง่ายของเธอเลยสักนิด

"ฉันทราบแล้วค่ะ"

“ดี! ต่อไปฉันจะให้ค่าเลี้ยงดูกับเธอเดือนละห้าแสน แต่ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มก็แจ้งที่เลขาวิชิตได้เลย”

“ค่ะ” ลลิตาตอบรับอย่างว่าง่าย มือเรียววางบนตักบีบเข้าหากันเล็กน้อย เดือนละห้าแสนปีละหกล้าน ดูเหมือนว่าการแต่งงานนี้ก็ไม่ได้ยากลำบากอย่างที่เธอกังวล

แค่ก... เสียงลูกบิดประตูที่ดังขึ้น เบาทำให้หางตาของธีรพลกระตุก ก่อนจะถอดเสื้อสูทสีดำทิ้งลงบนพื้น ปลดเนกไทให้คลายออก สาวเท้าเดินมาคุกเข่าลงบนโซฟาคร่อมตัวของหญิงสาวไว้ใต้ร่างอย่างรวดเร็ว

“คุณธี... นี่คุณจะทำอะไร” เมื่อครู่ไม่ใช่ว่าเขาเพิ่งให้เธอลงนามในเอกสารข้อตกลงรับสถานะเป็นภรรยาเพียงในนามหรือ ทำไมตอนนี้ถึงได้... ลลิตายกมือขึ้นผลักอกแกร่งท่าทางชัดเจนว่าไม่ยินยอม ให้เขาใกล้ชิด แต่แรงจากมือเล็กหรือจะสู้แรงจากร่างหนา ธีรพลยกมือขึ้นปิดริมฝีปากที่อ้าออกราวกับจะกรีดร้อง พลางโน้มตัวกระซิบบอกเสียงทุ้มต่ำ

“มีคนแอบดูอยู่ที่ประตู” ใบหน้าคมโน้มเข้ามาประชิด แม้ปลายจมูกเป็นสันนั้นจะไม่ได้สัมผัสถูกผิวของลลิตาโดยตรง ทว่าลมหายใจอุ่นร้อนที่กระทบพวงแก้มก็ทำให้หญิงสาวนั่งนิ่งตัวเกร็ง

'รักษาภาพลักษณ์ของภรรยา ห้ามให้ผู้ใดล่วงรู้เรื่องข้อตกลง' นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องในเอกสารข้อตกลงที่เขาให้เธอลงนามไปเมื่อครู่ ลลิตาพยักหน้ารับทราบคำที่เขาบอก ลดมือที่ดันอกของเขาลงบนพื้นโซฟา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากำเอาไว้แน่น ใบหน้าคมของเขาแสร้งคลอเคลียแนบชิด จนเธอเผลอกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่ธีรพลแสร้งขยับใบหน้าไปตามพวงแก้ม และลำคอระหง ก่อนจะกระซิบบอกเสียงเบา

“ฉันจะอุ้มเธอไปที่เตียง ไม่ต้องกลัวฉันรู้ขอบเขตดี” สิ้นคำบอกของเขา ร่างกายของลลิตาก็ถูกอุ้มไปยังเตียงกว้าง และในทันทีที่เขาวางเธอลงบนฟูกนุ่ม เสียงปิดประตูห้องก็ดังขึ้นเบาๆ

ร่างสูงใหญ่ถอนหายใจยาว ขยับตัวถอยห่างจากหญิงสาวในทันทีราวกับเธอเป็นของอันตรายที่ไม่ควรอยู่ใกล้แม้เพียงเสี้ยววินาที มือหนาจัดการเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

ติ้ง! เสียงข้อความโทรศัพท์มือถือของลลิตาดังขึ้น เมื่อเธอเปิดอ่านก็พบว่าเป็นข้อความแจ้งยอดเงินถูกโอนเข้า

“คุณธี นี่คือ...”

“ถือว่าเป็นค่าเสียหายของเธอ” พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าห้องน้ำไป ลลิตาเม้มริมฝีปากบางแน่น มองยอดเงินสามหมื่นที่ถูกโอนเข้ามา ในใจเกิดความรู้สึกปวดหนึบกับการถูกตีราคา ทว่าส่วนลึกก็ต้องยอมรับว่าเงินที่เขาโอนให้ในตอนนี้จำเป็นต่อเธอมากจริงๆ

ติ้ง! เสียงข้อความโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ชื่อผู้ส่งกลับไม่ใช่ธีรพล แต่เป็น... โรงพยาบาล

[อาการของผู้ป่วยโกเมนยังคงทรงตัว ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่คุณติดต่อไว้จะเดินทางมาประเมินอาการและเริ่มทำการผ่าตัดในวันพรุ่งนี้ ทางเราจะอัพเดทข้อมูลส่งให้คุณเป็นระยะนะคะ]

ลลิตาอ่านข้อความจบน้ำตาก็พลันไหลลงอาบแก้ม ก่อนจะกอดโทรศัพท์เครื่องบางแนบอก

'พี่โกเมน พี่ต้องฟื้นขึ้นมานะ'

....................................................................................

บทถัดไป