บทที่ 12 ความลับที่ซ่อนอยู่
รถหรูสีดำจอดสนิทที่หน้าประตูคฤหาสน์อัครเกษมราช ฉวีรีบเดินออกมาต้อนรับทันที ด้วยจำได้ดีว่านั่นคือรถของคุณชายผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้าน
ทำไมวันนี้คุณธีถึงกลับมาเร็วกว่าปกติกัน
สายตาของหัวหน้าแม่บ้านประจำคฤหาสน์อัครเกษมราชลอบมองนาฬิกาบนข้อมือตนเอง 15.00 น. เวลานี้ตามปกติแล้วธีรพลมักจะอยู่ที่บริษัท หรือไม่ก็อยู่ในห้องประชุมที่ไหนสักแห่งไม่ใช่หรือไร หรือว่ามีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น
ทว่าแม้ในใจจะสงสัยมากแค่ไหน แต่ฉวีก็ไม่กล้าเอ่ยถามออกมาตรงๆ ทำได้เพียงก้มศีรษะ ยืนนิ่งรอต้อนรับอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม
ธีรพลก้าวลงจากรถ ใบหน้าคมคายยังคงเรียบนิ่งเช่นทุกครั้ง ทว่าความเย็นชาในแววตากลับทำให้บรรยากาศรอบตัวกดต่ำลงอย่างประหลาด
“เธอกลับมาหรือยัง"
คำถามของธีรพลทำให้ฉวีชะงักไปชั่วขณะ แต่เมื่อประมวลได้ว่า เธอ ที่คนตรงหน้าหมายถึงคือใคร หัวหน้าแม่บ้านฉวีก็รีบตอบคำถามอีกฝ่ายในทันที
“คุณนายน้อยเพิ่งกลับมาค่ะ"
"แล้วตอนนี้อยู่ไหน” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามต่อด้วยท่าทางหงุดหงิดกับคำตอบที่ไม่ครบตามความต้องการ
"ตอนนี้น่าจะพักผ่อนอยู่บนห้องค่ะ”
ธีรพลพยักหน้ารับด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่พูดอะไรต่อ ทว่าแม้ท่าทีของเขาจะนิ่งสงบเหมือนปกติ แต่น้ำเสียงที่เข้มกว่าทุกครั้ง และจังหวะการก้าวเดินที่เร็วกว่าปกติ กลับทำให้เกิดแรงกดดันบางอย่างจนคนรอบตัวไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ฉวีผ่อนลมหายใจยาว มองตามแผ่นหลังของเจ้านายหนุ่มด้วยความโล่งอก ก่อนหันไปกระซิบถามคนที่ยืนอยู่ข้างรถ
“คุณวิชิต เกิดอะไรขึ้นหรือคะ ทำไมวันนี้คุณธีถึงกลับบ้านเร็วกว่าปกติ แล้วยังดูหงุดหงิดด้วย”
วิชิต เป็นคนสนิทที่ทำงานข้างกายธีรพลมานาน รู้ใจอีกฝ่ายชนิดที่แค่เส้นผมธีรพลขยับ เขาก็เข้าใจความต้องการของผู้เป็นนายแล้ว แน่นอนว่าเขาย่อมรู้สาเหตุของอาการผิดปกตินี้ แต่รู้แล้วอย่างไร ต่อให้มีความกล้าแค่ไหนเขาก็ยังไม่อาจหาญถึงขั้นเอาเรื่องของธีรพลมาเล่าต่อ เพราะนั่นไม่ต่างจากการหาเรื่องฆ่าตัวตายเลยสักนิด สุดท้ายที่ทำได้จึงมีเพียงถอนหายใจเบาๆ แล้วส่งยิ้มแห้งให้แม่บ้านตรงหน้า
เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน ธีรพลก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ทว่าภายในห้องกลับมีเพียงความว่างเปล่า ไร้เงาของคนที่เขาต้องการพบ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันในทันที
ไม่ใช่ว่าเธอกลับมาแล้วหรือ แล้วคนอยู่ที่ไหนกัน ขณะที่ความหงุดหงิดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นอย่างไร้เหตุผล เสียงน้ำไหลจากด้านในห้องน้ำก็ดังแว่วออกมา ที่แท้เธอกำลังอาบน้ำ
ความหงุดหงิดในใจของธีรพลผ่อนลงโดยที่เขาไม่รู้ตัว มือหนาขยับถอดเสื้อสูทตัวนอกโยนลงบนเตียงอย่างไม่ใส่ใจ ปลดเนกไท แล้วคลายกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแข็งแรงภายใต้ผ้าเนื้อดี
ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องอีกครั้ง ก่อนสายตาจะหยุดลงที่กระเป๋าถือสีดำของลลิตาซึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
ลลิตาจะอย่างไรก็เป็นคุณหนูจากตระกูลวิมลพันธุ์ เหตุใดกระเป๋าที่ใช้จึงเป็นเพียงหนังเทียม ราคาต่ำ
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างสงสัย แต่สิ่งที่ทำให้หางตาของเขากระตุกจนคิ้วขมวดแน่น กลับเป็นซองเอกสารสีน้ำตาลสามซองที่ถูกวางซ้อนกันไว้ใต้กระเป๋า
ธีรพลพับแขนเสื้อขึ้นอย่างช้าๆ พลางเดินไปหยิบซองเอกสารทั้งสามซองขึ้นมาเปิดดูอย่างถือวิสาสะ เนื้อหาด้านในเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ทั้งหมดล้วนเป็นโครงการพัฒนาที่ดินของตระกูลวิมลพันธุ์ มุมปากของธีรพลยกขึ้นยิ้มเย้ยหยัน ก่อนแค่นเสียงในลำคออย่างเย็นชา
ดูเหมือนว่าวิมลพันธุ์ก็ไม่ได้ต่างจากสี่ตระกูลก่อนหน้านี้ อย่างนั้นก็อย่ามาโทษ หากในอนาคตเขาจะลงมือโหดเหี้ยมเช่นเดียวกัน
มือหนาวางซองเอกสารกลับลงที่เดิมด้วยท่าทีรังเกียจอยู่ในที แต่ในจังหวะที่กำลังจะละสายตาออกไป ดวงตาคมกลับเหลือบเห็นบางอย่างในกระเป๋าถือที่ปิดไม่สนิทของลลิตา
ถุงกระดาษสีขาวใบเล็กถูกสอดอยู่ด้านใน ตราสัญลักษณ์บนถุงทำให้คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันทันที ประโยคที่วิชิตรายงานก่อนออกจากบริษัทผุดขึ้นมาในความคิด
หลังกลับจากตระกูลวิมลพันธุ์ คุณนายน้อยไปโรงพยาบาลบวรกิจวัฒนา แต่ไม่มีประวัติการตรวจครับ
ไม่มีประวัติการตรวจ แต่กลับมีถุงยาจากโรงพยาบาลติดตัวมา หรือการไปโรงพยาบาลครั้งนี้ของลลิตาจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่จริง ๆ
ธีรพลมองถุงกระดาษใบนั้นนิ่ง ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น แต่เรื่องนี้ผิดปกติมากเกินไป ชายหนุ่มจึงค่อยๆ ยื่นมือเข้าไปในกระเป๋า ใช้ปลายนิ้วแตะเปิดถุงกระดาษแล้วดึงซองยาออกมาตรวจสอบ ทว่ายังไม่ทันได้อ่านชื่อยา เสียงเปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน มือหนาพลันหยุดชะงักในทันที
“คุณธี...” เสียงของลลิตาดังขึ้นด้วยความตกใจ “นั่นคุณกำลังทำอะไรคะ”
.................................................
