บทที่ 13 คนของเขา

มือที่กำลังหยิบซองยาของธีรพลพลันชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่แขนยาวจะเลื่อนผ่านกระเป๋าตรงหน้า แล้วกดปลายนิ้วลงบนสวิตช์โคมไฟหัวเตียงอย่างเป็นธรรมชาติ

แสงสีเหลืองนวลสว่างขึ้นทันที ก่อนที่ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิตสีดำจะค่อยๆ หันกลับมาสบดวงตาเรียวของหญิงสาวด้านหลัง

“มีอะไร” น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์เอ่ยถามกลับ ราวกับว่าคนที่ควรถูกสงสัยในการกระทำไม่ใช่เขา แต่เป็นลลิตาต่างหาก

หญิงสาวยืนอยู่หน้าห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว เส้นผมยาวเปียกชื้นแนบอยู่ข้างแก้ม สองมือจับผ้าขนหนูที่พันรอบตัวอยู่ด้านในเอาไว้แน่น ดวงตากลมมองเขาสลับกับกระเป๋าถือของตนเองบนโต๊ะข้างเตียง หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

โชคดีที่ธีรพลเพียงแค่เปิดไฟ ไม่ได้สนใจกระเป๋าของเธอ ไม่อย่างนั้นเรื่องที่เธอไปโรงพยาบาลมาวันนี้คงปิดเขาไม่มิดแน่

“ไม่มีอะไรค่ะ” ลลิตาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพเว้นระยะเหมือนเคย ธีรพลไม่ได้ซักไซร้ต่อ เขาเดินกลับไปยังเตียงอีกฝั่ง แล้วทิ้งตัวลงนั่งด้วยท่าทางสงบ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูข้อความ ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

ท่าทางนิ่งสงบไร้อารมณ์ของเขาทำให้ลลิตาผ่อนลมหายใจยาวอีกครั้ง บางทีเธออาจคิดมากไปเอง ธีรพลเป็นใครกัน หากเขาสงสัยจริงๆ มีหรือจะยอมปล่อยผ่านง่ายๆ แบบนี้

หญิงสาวปลอบตัวเองเช่นนั้น ก่อนเดินเลี่ยงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้านข้าง โดยเธอเลือกเสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงขายาวเนื้อนิ่มที่ปกปิดรอยช้ำบริเวณหัวเข่าได้พอดี

เมื่อเปลี่ยนชุดเรียบร้อย ลลิตาจึงเดินกลับมายังกระเป๋าของตนเอง ทว่าทันทีที่เห็นถุงยาภายในกระเป๋า คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

ปากถุงยาเหมือนถูกเปิดออก หัวใจของหญิงสาวสั่นระรัวขึ้นมาในทันที

เธอเลื่อนสายตาลงมองซองเอกสารใต้กระเป๋า ก่อนจะลอบปรายตามองชายหนุ่มบนเตียง

หรือว่าเขาจะเห็นแล้ว...

“อย่าทำที่นอนเปียก” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากอีกฝั่งของเตียง ลลิตาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันไปมองเขา

ธีรพลยังคงก้มหน้ามองโทรศัพท์ในมือ สีหน้าเรียบเฉย เย็นชา และไร้พิรุธ ราวกับถุงยาในกระเป๋าของเธอไม่เคยผ่านสายตาเขาเลยแม้แต่น้อย

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับเสียงเบา ก่อนเดินไปนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วใช้ผ้าขนหนูซับผมด้วยความรู้สึกที่ไม่สงบนัก

หากธีรพลสงสัยเรื่องของเธอ เหตุใดเขายังนิ่งได้ถึงเพียงนี้ หรือแท้จริงแล้ว เธอเป็นฝ่ายระแวงมากเกินไปเอง

ภายในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงผ้าขนหนูเสียดสีกับเส้นผมเปียกชื้น และเสียงนิ้วของธีรพลที่แตะหน้าจอโทรศัพท์เป็นครั้งคราว

ลลิตามองเงาของตนเองในกระจก รอยแดงบนใบหน้าหลังล้างเครื่องสำอางออกไปแล้ว เด่นชัดจนสังเกตเห็นได้ง่ายกว่าที่คิด ดวงตาเรียวเลื่อนมองภาพสะท้อนของชายหนุ่มบนเตียงผ่านกระจกอีกครั้ง ธีรพลยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมจ้องหน้าจอโทรศัพท์อย่างเย็นชา ราวกับเธอไม่มีตัวตนในห้องนี้

หญิงสาวถอนหายใจยาวอีกครั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับธีรพลเป็นเพียงเรื่องของผลประโยชน์ เขาจะมาสนใจของในกระเป๋าเธอได้อย่างไร เมื่อคิดได้เช่นนั้น ความกังวลในใจของลลิตาจึงค่อยๆ สงบลง

โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าภายใต้ท่าทางทางที่นิ่งสงบ ไม่สนใจเธอของธีรพลนั้นหากสังเกตให้ดีจะพบว่าคิ้วหนาของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย มือหนาที่วางพาดอยู่บนลำตัวกำเข้าหากันแน่น สายตาคมลอบมองคนที่หน้ากระจกโดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว

วันนี้ที่ตระกูลวิมลพันธุ์เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมแก้มซ้ายของหญิงสาวจึงบวมแดงขนาดนี้ จะอย่างไรลลิตาในก็เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา คนที่กล้าแตะต้องเธอก็เท่ากับกำลังท้าทายเขาเช่นกัน ปลายนิ้วยาวกดพิมพ์ข้อความส่งให้วิชิตในทันที

ไปสืบมาว่า วันนี้ที่ตระกูลวิมลพันธุ์เกิดอะไรขึ้นกับลลิตา

ได้ครับ

แม้จะอ่านข้อความจบแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังคงถือโทรศัพท์เอาไว้ในมือแน่น ในขณะที่สายตาลอบมองไปยังหญิงสาวหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

ใช้เวลาไปนานนักโทรศัพท์ของธีรพลก็สั่นขึ้นอีกครั้ง

เช้านี้มีคนมารับคุณลลิตากลับไปบ้านวิมลพันธุ์จริงครับ แต่หลังจากไปถึงได้ไม่นานคุณลลิตากับคุณเอกภพก็มีการโต้เถียงกัน ต่อมาคุณฤดีกลับมาเห็นจึงได้ลงมือทำร้ายคุณลลิตาครับ

ธีรพลอ่านข้อความ โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย แต่ปลายนิ้วที่จับโทรศัพท์กลับออกแรงกำจนข้อนิ้วขาวซีด ลอบมองหญิงสาวที่เดินกลับมาที่เตียงด้วยความรู้สึกคับแค้นใจ

หรือเหตุผลที่หลายปีมานี้ตระกูลวิมลพันธุ์ไม่ยอมให้ลลิตาออกงานสังคม ไม่ใช่เพราะเธอร่างกายอ่อนแออย่างที่คนภายนอกเข้าใจ แต่เป็นเพราะกลัวว่า ความสกปรกในบ้านของตนเองจะถูกเปิดเผยเสียมากกว่า

สายตาคมมองรอยแดงที่แก้มขาวซึ่งตอนนี้ถูกหญิงสาวใช้เครื่องสำอางอำพรางเอาไว้ แล้วยิ่งเกิดความรู้สึกคับแค้นและสงสารปะปนกันอยู่ในอกอย่างที่เขาไม่คุ้นชิน เพียงแต่เรื่องนี้เกิดในบ้านวิมลพันธุ์ หากลลิตาไม่เอ่ยปาก เขาก็ไม่มีเหตุผลที่ดีพอจะยื่นมือเข้าไปโดยตรง

“ลลิตา” เมื่อหญิงสาวไม่เอ่ยปากสักที ความอดทนของธีรพลก็หมดลง “เธอมีอะไรอยากจะพูดกับฉันไหม”

........................................................................

บทก่อนหน้า
บทถัดไป