บทที่ 2 คืนแรก
ลลิตาสูดลมหายใจเข้าแล้วค่อยๆ ผ่อนออก พยายามปรับอารมณ์ที่ยังไม่มั่นคงของตนให้กลับมาอยู่ในสภาวะปกติ มือเรียวยกขึ้นเช็ดคราบน้ำที่หางตาออกอย่างลวกๆ ก่อนกดปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้ดับลง
นับจากคืนนี้ เธอคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของธีรพล และก่อนที่ข้อตกลงระหว่างเธอกับเขาจะสิ้นสุดลง เธอจะต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด
เมื่อตั้งสติได้แล้ว หญิงสาวก็ขยับตัวเตรียมลุกขึ้นไปจัดการกับเครื่องสำอางบนใบหน้า ทว่าบานประตูห้องน้ำกลับถูกเปิดออกเสียก่อน
ไอน้ำสีขาวจางลอยอวลออกมาจากประตูพร้อมกับร่างสูงโปร่งของธีรพล แสงไฟสีส้มอ่อนจากห้องน้ำสะท้อนเงาร่างที่สมบูรณ์แบบของชายหนุ่ม เส้นผมสีดำสนิทที่เปียกชื้นถูกเสยลวกๆ ไปด้านหลัง เผยให้เห็นหน้าผากกว้างและโครงหน้าหล่อเหลาคมคายที่ดูโดดเด่นยิ่งกว่าปกติ
ลลิตามองภาพนั้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ธีรพลเป็นคุณชายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี รูปร่างภายนอกของเขาสูงโปร่งดังนั้นไม่ว่าจะสวมใส่ชุดอะไรก็สง่างามชวนมอง แต่ที่ลลิตาคาดไม่ถึงก็คือเวลาที่เขาสวมเพียงกางเกงนอนขายาวสีเข้มเพียงตัวเดียวแบบนี้กลับสะกดตายิ่งกว่า
ร่างกายท่อนบนของธีรพลเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเล็กพาดไว้บนบ่ากว้าง หยดน้ำบางส่วนยังเกาะพราวอยู่ตามแผงอกแกร่ง ก่อนจะค่อยๆ ไหลลงมาตามหน้าท้องที่มีลอนกล้ามชัดเจน
หนึ่ง... สอง... สาม... แปด ลลิตาเผลอนับลอนกล้ามหน้าท้องของเขาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะสะดุ้งกับความคิดของตนเองจนต้องเบนสายตาหลบ
หัวใจที่เพิ่งสงบลงได้ไม่นานของลลิตากลับมาเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผลอีกครั้ง แม้จะพยายามเตือนตัวเองว่าผู้ชายตรงหน้าคือสามีในนามเท่านั้น และเธอต้องเว้นระยะห่างจากเขาให้ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอกลับไม่อาจห้ามสายตาของตัวเองได้เลย
พวงแก้มสองข้างของหญิงสาวพลันเห่อร้อนจนแดงก่ำ เพื่อไม่ให้ถูกอีกฝ่ายจับได้ ลลิตาพยายามอย่างยิ่งในการจดจ้องสายตาของตนเองไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้งข้างตู้เสื้อผ้า
ธีรพลเหลือบมองท่าทางประหม่าของหญิงสาวด้วยหางตา ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวบนบ่าขึ้นขยี้กลุ่มผมที่เปียกชื้นของตนเองอย่างไม่เร่งรีบ
“เป็นอะไรไป” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบๆ ไร้อารมณ์ ราวกับท่าทีของลลิตาเป็นสิ่งที่เขาเห็นจนชินตาแล้ว
“เอ่อ... ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แค่... แค่ร้อน ... ร้อนน่ะค่ะ แอร์ในห้องไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่”
ธีรพลปรายตามองตัวเลขบนเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่ในอุณหภูมิเย็นเฉียบถึงสิบแปดองศา ก่อนจะหันกลับมาจ้องจับผิดคนที่พยายามหลบสายตาเขา
“ถ้าไม่สบายก็ไปแจ้งเลขาวิชิต ที่นี่มีหมอประจำบ้านสแตนด์บายตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”
“ค่ะ” เพราะรู้ดีว่าข้อแก้ตัวเรื่องอากาศร้อนของตนฟังไม่ขึ้น เพื่อไม่ให้เสียหน้ามากกว่าเดิม ลลิตาจึงตอบรับคำของธีรพลเสียงแผ่ว แล้วรีบลุกจากเตียง เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอนเดินตรงไปยังห้องน้ำ
“ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
ธีรพลไม่ได้เอ่ยตอบรับ เพียงพยักหน้าเป็นการรับทราบแบบขอไปที ก่อนจะลอบมองตามแผ่นหลังของเธอจนกระทั่งประตูห้องน้ำปิดลง
เมื่อสายน้ำเย็นไหลผ่านร่างกาย ความคิดที่สับสนและอาการร้อนผ่าวบนใบหน้าของลลิตาก็คล้ายจะถูกชำระออกไปด้วย เธอผ่อนลมหายใจยาวอีกครั้ง เมื่อจัดการตนเองเสร็จก็ปิดน้ำหยิบผ้าเช็ดตัวมาซับผิว ก่อนสวมชุดนอน แล้วจึงเดินออกจากห้องน้ำมา
เพียงแต่เมื่อก้าวพ้นจากห้องน้ำ ภาพชายหนุ่มที่ยังคงเปลือยท่อนบนกึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียงกว้างก็ทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวอีกหน
“ฉันมีงานต้องจัดการอีกนิดหน่อย ถ้าเธอง่วงก็นอนก่อนได้เลย”
ธีรพลพูดโดยไม่เงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่วางอยู่บนหน้าขาของเขา แสงสีฟ้าอ่อนสะท้อนบนแว่นตาใส ขับเน้นให้โครงหน้าคมชัดเจนยิ่งขึ้น จนลลิตาเผลอเหม่อมองอยู่ครู่ใหญ่อย่างลืมตัว
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงเข้มเอ่ยถาม พร้อมกับสายตาที่เลื่อนมาจดจ้องผ่านกรอบแว่น ทำให้สติของลลิตากลับคืนมาอย่างรวดเร็ว รีบส่ายหน้าไปมาปฏิเสธในทันที
“มะ... ไม่มีค่ะ” หญิงสาวละล่ำละลักตอบ ก่อนจะเดินไปหยิบหมอนบนเตียงมาถือไว้ ตั้งใจจะแยกไปนอนที่โซฟา
“จะไปไหน” เขาถามย้ำอีกครั้ง ในน้ำเสียงไม่มีอารมณ์ขุ่นเคืองเจือปน แต่คล้ายเพียงสงสัยในการกระทำของเธอเท่านั้น
“ไปนอนค่ะ”
“นอน? ที่ไหน?”
“ก็ที่โซฟาไงคะ” ทั้งห้องนอนมีเพียงเตียงหนึ่งเตียงและโซฟาตัวยาวหนึ่งตัว หากไม่ให้เธอนอนที่โซฟา หรือเขาจะให้เธอนอนที่พื้นพรมข้างเตียงกัน
“วางหมอนลงเดี๋ยวนี้” ลลิตาเม้มริมฝีปากแน่นไม่คิดว่าเขาจะให้เธอนอนบนพื้นพรมข้างเตียงจริงๆ ทว่าในเมื่อตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกับเขาแล้ว การหาเรื่องทะเลาะตั้งแต่คืนแรกย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก ดังนั้นมือเรียวจึงวางหมอนลงบนพื้นพรมข้างเตียงอย่างไม่เต็มใจ
ก็แค่นอนบนพื้นข้างเตียง ไม่ได้ลำบากอะไรสักหน่อย อย่างน้อยก็มีพรมผืนหนารองหลัง พรุ่งนี้ตื่นมาก็คงไม่ปวดตัวมากนัก
....................................................................................
