บทที่ 3 นอนร่วมเตียง
ก็แค่นอนบนพื้นข้างเตียง ไม่ได้ยากลำบากอะไรนัก อย่างน้อยก็มีพรมผืนหนารองหลัง พรุ่งนี้ตื่นมาก็คงไม่ปวดตัวมากนัก
ลลิตาปลอบตัวเองเช่นนั้น ขณะกอดหมอนไว้แนบอกแล้วค่อยๆ ย่อตัวลง ทว่าเข่ายังไม่ทันแตะพื้น เสียงเข้มดุอย่างระอาใจก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“บนเตียง” คำพูดสั้นๆ ของคนบนเตียงทำให้ลลิตานิ่งค้าง ในหัวของเธอกำลังประมวลความหมายของคำว่า บนเตียง อย่างสับสน
คำว่าบนเตียงของเขา...คงไม่ได้หมายถึงที่เธอกำลังคิดอยู่ใช่หรือไม่
“ฉันหมายถึงให้วางหมอนลงบนเตียง” ไม่เพียงแค่พูดแต่คนตัวโตยังตวัดสายตาไปยังพื้นที่ข้างกาย เป็นการยืนยันให้หญิงสาวรับรู้คำว่าบนเตียงของเขา
“แต่ว่า...” ลลิตากำลังจะโต้แย้ง แต่เมื่อเห็นสายตาไม่พอใจของธีรพล เธอก็ทำได้เพียงจำใจหยิบหมอนขึ้นมาวางไว้บนเตียงอย่างว่าง่าย
อดทนไว้... เธอจะทำให้เขาไม่พอใจไม่ได้เด็ดขาด
“ถ้าให้ฉันนอนบนเตียง... แล้วคุณจะไปนอนที่ไหนคะ”
เธอถามเสียงห่วงใย ยังคงคิดอย่างมั่นใจว่า ธีรพลไม่มีทางนอนร่วมเตียงกับเธออย่างแน่นอน บางทีเขาจะทำตามมารยาท ไม่ต้องการให้ผู้หญิงไปนอนที่โซฟาหรือบนพื้นเท่านั้น นึกถึงตรงนี้ ลลิตาก็อดรู้สึกชื่นชมความเป็นสุภาพบุรุษของเขาไม่ได้
แม้ปากจะร้ายไปบ้าง สีหน้าจะเย็นชาไปหน่อย แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีน้ำใจเสียสละเตียงให้เธอ
ทว่าในวินาทีต่อมา ความคิดทั้งหมดของเธอก็พังทลายลงทันที
“ฉันก็ต้องนอนบนเตียงของฉันสิ หรือเธอจะให้ฉันลงไปนอนที่พื้นข้างเตียง” ธีรพลตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย สีหน้านิ่งสงบ แต่กลับให้ความรู้สึกกดดันบางอย่าง จนคนที่ได้ยินคำตอบถึงกลับตัวแข็งค้าง หัวใจสั่นระรัวอย่างไม่อาจควบคุม
“คุณหมายความว่า... คืนนี้เราสองคน... นอนบนเตียงด้วยกัน”
“เธอมีปัญหา?” เขาตวัดสายตามองลลิตาด้วยความรำคาญใจ ราวกับคำถามของเธอเป็นเรื่องไร้สาระอย่างที่สุด
"ไม่มีค่ะ!" ทันทีที่เห็นสีหน้าที่เริ่มหงุดหงิดของเขา ลลิตาก็รีบปฏิเสธพร้อมกับยกมือขึ้นส่ายหน้าไปมาในทันที ก่อนจะค่อยๆ ขยับขึ้นไปนั่งบนเตียงกว้างอย่างระมัดระวัง
แม้ในทางกฎหมายเขาจะเป็นสามี แต่สำหรับลลิตา ธีรพลก็ไม่ต่างจากคนแปลกหน้า การต้องมานอนร่วมเตียงกับเขาตั้งแต่คืนแรกที่พบเจอ จึงนับเป็นเรื่องที่เธอยากจะทำใจยอมรับในทันที ทว่าไม่อาจยอมรับแล้วอย่างไร สุดท้ายเธอก็ไม่สามารถปฏิเสธเขาได้อยู่ดี โชคดีที่เตียงหลังนี้กว้างมากพอให้ผู้ใหญ่สองคนนอนโดยไม่แตะต้องกัน
ลลิตาเอนตัวลงนอนมองเพดาน พยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าอีกฝ่ายเป็นแค่ตุ๊กตาตัวใหญ่เท่านั้น ทว่าเธอก็อดที่จะลอบมองใบหน้าหล่อเหลาอันสมบูรณ์แบบของเขาไม่ได้
คิ้วเข้ม ดวงตาคม จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง โครงหน้าชัด สันกรามเด่น เรียกได้ว่าทุกอย่างที่ดี ล้วนมีบนใบหน้าของเขาทั้งหมด
"จะมองอีกนานไหม" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามโดยที่สายตาไม่ละจากหน้าจอโน้ตบุ๊กบนตัก
คนถูกจับได้กลับรีบพลิกตัวหันหลัง ขยับไปจนชิดขอบเตียง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้รบกวนการทำงานของเขา เพียงแต่อาจเพราะความพยายามที่มากเกินไป สุดท้ายด้วยความไม่ระวัง ร่างเล็กก็กลิ้งตกจากเตียงไปพร้อมกับผ้าห่มผืนใหญ่
ตุบ!
“โอ๊ย!” / "เฮ้อ!" เสียงอุทานของลลิตาดังขึ้นพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวของคนบนเตียง หญิงสาวรีบขยับตัวลุกขึ้นด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเอ่ยขอโทษเขาอย่างรวดเร็ว
“ขอโทษค่ะ ฉัน...” คำพูดของเธอกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อเห็นภาพที่ปรากฏอยู่บนเตียง
ธีรพลยังคงนั่งเหยียดขาพิงหัวเตียง โน้ตบุ๊กถูกยกขึ้นจากตักอย่างปลอดภัยเพราะเขาคว้าไว้ทัน แต่เพราะผ้าห่มถูกเธอดึงติดตัวลงมาด้วย ทำให้ช่วงล่างของเขาไม่มีอะไรปกปิดนอกจากกางเกงนอนเนื้อบางที่ทิ้งตัวไปตามรูปร่าง สายตาของลลิตาเผลอเลื่อนลงต่ำโดยไม่ตั้งใจ และเมื่อได้เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าว จนต้องรีบเบนสายตาหนีทันที
บ้าจริงกางเกงของเขาทำไมถึงได้... ยิ่งคิดใบหน้าของลลิตาก็ยิ่งแดงก่ำ
“ขะ...ขอโทษค่ะ” เธอเอ่ยขอโทษเขาอีกครั้ง พยายามรวบรวมสติทั้งหมดแล้วขยับตัวเพื่อลุกกลับขึ้นไปบนเตียง ทว่าพอบังคับให้ตนเองมองสูง สายตาก็ปะทะเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าและกล้ามหน้าท้องเป็นลอนของเขา
ผู้ชายคนนี้... ร่างกายสมบูรณ์แบบเกินไปแล้ว ความคิดนี้ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ จนลลิตาอยากกลั้นใจตายด้วยความละอายใจ ก่อนจะพยายามสะกดจิตตนเอง เธอไม่ควรมอง ไม่ควรคิด และไม่ควรรู้สึกอะไรกับผู้ชายที่เป็นเพียงสามีในนามตามข้อตกลงสองปี แต่ยิ่งห้าม สายตากลับยิ่งไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน สุดท้ายก็หยุดนิ่งที่กล้ามท้องของเขาอีกครั้ง
“มองพอหรือยัง” น้ำเสียงทุ้มเรียบดังขึ้น ทำให้ลลิตาสะดุ้งสุดตัว
“ขะ...ขอโทษค่ะ” เป็นคำขอโทษครั้งที่สามในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
"ผ้าห่ม!" ธีรพลบอกด้วยท่าทีระอาใจ สีหน้าชัดเจนว่ารำคาญสายตาของเธอเต็มที หญิงสาวจึงรีบส่งผ้าห่มคืนให้คนบนเตียงด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขาใช้มือเดียวดึงผ้าห่มกลับไปด้วยท่าทางคล้ายรำคาญ
ลลิตาที่เพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองแสดงกิริยาที่ไม่ควรออกมา ใบหน้าที่ร้อนอยู่แล้วจึงยิ่งเห่อแดงขึ้นกว่าเดิม
“ฉัน... ฉันของลงไปหาน้ำกินก่อนนะคะ”
พูดจบหญิงสาวก็รีบขยับตัวลุกขึ้นยืน แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนไปทันที ราวกับว่าหากอยู่ต่ออีกเพียงวินาทีเดียว ใบหน้าที่ร้อนจัดของเธออาจระเบิดออกมาเพราะความอับอาย
และเพราะความเร่งรีบนั้นเอง เธอจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่า หลังประตูปิดลง ริมฝีปากของชายหนุ่มบนเตียงก็ขยับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขบขันจางๆ รอยยิ้มที่แม้แต่ธีรพลเองก็ไม่รู้ตัวว่าเกิดขึ้น
....................................................................................
