บทที่ 6 เช้าแรกที่ผิดพลาด

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านช่องผ้าม่านเข้ามาภายในห้อง ลลิตาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ความปวดตื้อบริเวณขมับทำให้เธอรู้สึกเหมือนเพิ่งหลับไปได้เพียงไม่นาน หญิงสาวกะพริบตาอยู่ครู่หนึ่งเพื่อปรับสายตากับแสงวันใหม่ ก่อนความทรงจำเมื่อคืนจะค่อยๆ ไหลกลับมา

ดวงตาเรียวหันไปมองพื้นที่ด้านข้าง เมื่อพบเพียงความว่างเปล่าบนเตียง เธอก็ผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ดูแล้วเมื่อคืนเธอคงนอนด้วยความสงบ ไม่ได้สร้างเรื่องน่าอายอะไรอีก

ร่างเพรียวบางลุกขึ้นนั่งด้วยอาการงัวเงีย ก่อนเอื้อมมือไปควานหาโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงเพื่อดูเวลา ทว่าทันทีที่เห็นตัวเลขบนหน้าจอ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง

“หกโมงห้าสิบ!” หัวใจของลลิตาหล่นวูบ ไม่เสียเวลาแม้แต่จะกดปิดหน้าจอ ก็รีบดีดตัวลงจากเตียงแล้วพุ่งตรงเข้าห้องน้ำทันที

อาหารเช้าขึ้นโต๊ะตอนเจ็ดโมง...

คุณแม่ไม่ชอบคนผิดเวลา

ประโยคของธีรพลเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ ลลิตาจัดการธุระยามเช้าของตนเองด้วยความเร่งรีบ คิ้วเรียวยังคงขมวดแน่น ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย ทั้งที่ก่อนนอนเธอกดตั้งปลุกไว้ตอนหกโมงเช้าแล้วแท้ๆ ทำไมโทรศัพท์มือถือถึงไม่ส่งเสียงปลุกกัน ทว่าในตอนนี้หญิงสาวไม่มีเวลาคิดอะไรมากนัก หลังออกจากห้องน้ำ เธอรีบหยิบชุดใหม่มาสวม รวบผมขึ้นมัดง่ายๆ แตะเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยให้ใบหน้าดูไม่ซีดจนเกินไป แล้วเร่งลงไปที่ห้องอาหารทันที

โชคดีที่เธอเคยชินกับการจัดการทุกอย่างในเวลาจำกัด

ทว่าถึงจะเร่งรีบสุดชีวิต ตอนที่ก้าวมาถึงหน้าห้องอาหาร ตัวเลขบนนาฬิกาแขวนก็แสดงเวลาเจ็ดโมงสิบนาทีแล้ว

สิบนาที... แต่งงานวันแรก เธอก็ให้ผู้ใหญ่ของสามีรอถึงสิบนาที

ลลิตาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนก้าวเข้าไปด้านในห้องอาหารบรรยากาศภายในตึงเครียดกว่าที่เธอคาดการณ์เอาไว้หลายเท่า

โต๊ะอาหารยาวถูกจัดไว้อย่างหรูหรา อาหารเช้าหลายอย่างวางเรียงอยู่ครบถ้วน แต่ไม่มีใครเริ่มรับประทาน ในใจของลลิตารู้สึกหนักอึ้งก้าวเท้าไปหยุดยืนด้านข้าง ก่อนจะก้มหน้าเอ่ยเสียงแผ่ว

“ขอโทษค่ะ” สิ้นคำขอโทษของเธอ รอบตัวก็พลันเงียบกริบ ความกดดันแผ่กระจายไปทั่วห้องจนเหงื่อเม็ดเล็กซึมออกตามไรผมของหญิงสาวอย่างห้ามไม่ได้

“เพิ่งแต่งเข้าบ้านวันแรก ก็ให้ผู้ใหญ่นั่งรอเสียแล้ว” น้ำเสียงเย็นปนเหน็บแนมดังมาจากหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม พิจารณาจากตำแหน่งเก้าอี้แล้ว อีกฝ่ายย่อมไม่ใช่คุณวิมล นายหญิงใหญ่แห่งอัครเกษมราช แต่น่าจะเป็นคุณพิไล ผู้มีศักดิ์เป็นอาสะใภ้ของธีรพล

คุณพิไลวางถ้วยชาในมือลงช้าๆ ก่อนกวาดสายตามองลลิตาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“ตระกูลวิมลพันธุ์ช่างสอนลูกหลานได้ดีจริงๆ”

ลลิตายังคงก้มหน้าด้วยท่าทางนิ่งสงบ เพราะต่อให้คนที่ตำหนิเธอจะไม่ใช่ผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้าน แต่ก็นับเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง และความจริงก็คือเธอเป็นฝ่ายผิด ดังนั้นเธอจึงไม่คิดโต้แย้ง

“ขอโทษค่ะ”

“ขอโทษ?” คุณพิไลเลิกคิ้วสูง พลางยกมือขึ้นกอดอก มองเธอด้วยสายตาดูแคลน “แก้ปัญหาได้ง่ายจริงๆ”

ลลิตายืนก้มหน้านิ่ง มือทั้งสองข้างประสานกัน รับฟังคำตำหนิจากอีกฝ่ายด้วยท่าทีสงบ โดยไม่เอ่ยแก้ตัวอะไร เพราะไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ความจริงก็คือเธอเสียมารยาทที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องนั่งรอ

“มิน่าล่ะ ถึงได้ยอมแต่งกับตาธี” คุณพิไลกล่าวต่อ น้ำเสียงแหลมขึ้นเล็กน้อย “กิริยามารยาทแบบนี้ คนอื่นคงไม่มีใครยอมแต่งด้วย”

หัวใจของลลิตาพลันกระตุกวูบ คำพูดของพิไลไม่ได้เพียงตำหนิเธอโดยตรง แต่ยังกระทบไปยังธีรพลด้วย

ปลายตาของหญิงสาวเหลือบมองไปทางคุณวิมล นายหญิงใหญ่แห่งอัครเกษมราชที่ยังคงนั่งนิ่ง ทว่าดวงตาคมเฉียบที่ตวัดมองไปยังคุณพิไลนั้นชัดเจนถึงความขุ่นเคืองและไม่พอใจ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเริ่มตึงเครียดมากขึ้นกว่าเดิม

“แม่ครับ วันนี้ผมก็เกือบสายเหมือนกันนะครับ” เสียงสดใสของชายหนุ่มที่นั่งข้างคุณพิไลดังขึ้น ทำลายความเงียบอันอึดอัดลงในทันที “ถ้าไม่ใช่เพราะป้าวิมลให้คนขึ้นไปเคาะประตูเรียก ตอนนี้ผมเองก็คงยังนอนกอดหมอนอยู่เหมือนกัน”

คุณพิไลหันไปมองค้อนลูกชายทันที รู้ดีว่าเขากำลังพูดช่วยหญิงสาวตรงหน้า

“เราไม่ต้องมาพูดเข้าข้างคนอื่นเลยพีร์” พีรวัชยิ้มกว้าง วางสองมือลงบนต้นแขนของมารดา เอนใบหน้าซบลงด้วยท่าทางออดอ้อน

“แม่ครับ วันนี้ผมมีเรียนเช้า เรารีบกินข้าวกันเถอะนะครับ”

“แต่นี่ไม่เกี่ยวกับ...” คุณพิไลทำท่าจะพูดต่อ แต่คุณวิมลที่นั่งนิ่งมานานกลับวางถ้วยชาในมือลง พร้อมกับเอ่ยเสียงราบเรียบ

“พอแล้ว” แม้ว่าน้ำเสียงของคุณวิมลจะไม่ดังนัก แต่กลับมีอำนาจพอจะทำให้ทั้งห้องสงบลงในทันที ดวงตาคมเรียวตวัดมองมาทางลลิตา ก่อนเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง “นั่งลง”

“ค่ะ” ลลิตาก้มศีรษะขานรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่สาวใช้เลื่อนให้ ตำแหน่งของเธออยู่ตรงข้ามกับพีรวัช โดยมีเก้าอี้ว่างอีกตัวคั่นระหว่างเธอกับคุณวิมล ลลิตาลอบมองเก้าอี้ว่างตัวนั้น แล้วอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเจ้าของที่นั่งซึ่งไม่ได้อยู่ในห้องอาหาร

ธีรพล... หากเขาอยู่ตรงนี้ จะปกป้องหรือร่วมตำหนิเธอกันนะ

...................................................................................

บทก่อนหน้า
บทถัดไป