บทที่ 8 เส้นทางที่ยากลำบาก
ลลิตาเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ดีว่าการแต่งงานระหว่างสองตระกูลล้วนเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ ทว่าก่อนหน้านี้ อัครเกษมราชก็ให้ผลตอบแทนวิมลพันธุ์มาไม่น้อยแล้วไม่ใช่หรือ... นั่นยังไม่พออีกหรือไง
“แต่ว่า...”
เพล้ง! เสียงแจกันแก้วบนโต๊ะหน้าโซฟาถูกปัดตกพื้นแตกกระจายทันทีที่ลลิตากำลังจะเอ่ยปฏิเสธ เธอสะดุ้งจนตัวสั่น เศษแก้วบางส่วนกระเด็นมาหยุดอยู่ใกล้ปลายเท้า แสงจากโคมระย้าสะท้อนบนคมแก้วจนดูเย็นเยียบ
“ในฐานะทายาทของตระกูลวิมลพันธุ์ เธอไม่มีสิทธิปฏิเสธ” เอกภพกดเสียงต่ำ ทุกถ้อยคำเน้นย้ำชัดเจน “ไม่อย่างนั้น ฉันจะให้คนของฉันยุติการรักษาผู้ชายคนนั้นซะ”
ลลิตาขบกรามแน่น หัวใจเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น เธอรู้ดีว่าตนเองไม่มีทางโน้มน้าวธีรพลได้สำเร็จ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธคนตรงหน้าแบบตรงๆ ได้
“ฉันทราบแล้วค่ะ ฉันจะทำให้เต็มที่” รอยยิ้มของเอกภพค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“ดีมาก...ลูกสาวของฉัน” คำเรียกนั้นทำให้ลลิตารู้สึกหนาวยะเยือกยิ่งกว่าคำขู่เมื่อครู่เสียอีก ยิ่งเอกภพยื่นมือมาลูบศีรษะเธอช้าๆ ท่าทางคล้ายผู้ใหญ่ที่แสดงความเอ็นดูต่อผู้น้อย ทว่าน้ำหนักมือและสายตาที่เลื่อนสำรวจลงมาตามร่างกลับทำให้หญิงสาวเกร็งไปทั้งตัว
ลลิตารีบหยิบเอกสารตรงหน้าขึ้นมากอดไว้แนบอก แล้วขยับตัวถอยห่างจากสัมผัสของอีกฝ่าย
“ใกล้ได้เวลาพักเที่ยงของคุณธีแล้ว ฉันจะรีบไปพบเขา เพื่อพูดคุยเรื่องโครงการของวิมลพันธุ์ค่ะ”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคงที่สุด ทว่ายังไม่ทันลุกจากโซฟา ข้อมือเล็กกลับถูกคนตรงหน้าฉุดกระชากอย่างแรงจนเสียหลักตกจากโซฟา
“เธอกล้าหลบฉัน?” สองเข่ากระแทกลงบนพื้นพรมอย่างแรงจนความเจ็บแล่นไปถึงปลายเท้า มือหยาบกร้านจับปลายคางเล็กของเธอไว้แน่น บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา
ลลิตาตัวสั่นสะท้านด้วยความกลัว ก่อนหน้านี้เอกภพไม่เคยกล้าแตะต้องเธออย่างเปิดเผยเช่นนี้ เพราะยังต้องระวังไม่ให้เกิดร่องรอยผิดปกติก่อนคืนเข้าหอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เอกภพคิดว่าเธอผ่านคืนแต่งงานมาแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องระวังอะไรอีก
“คุณเอกภพ! นี่คุณจะทำอะไร!” เสียงแหลมของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นจากด้านหลัง
ฤดี ภรรยาของเอกภพ เดินเข้ามาด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด ชุดสีแดงรัดรูปขับให้ท่าทางของเธอยิ่งดูร้อนแรงและก้าวร้าว โดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆ ฤดีก็ตรงเข้ากระชากลลิตาออกจากมือสามี แล้วง้างมือตบลงบนใบหน้าของเธอเต็มแรง
เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบผิวหน้าดังก้องห้องรับแขก ใบหน้าของลลิตาหันไปตามแรงตบ เสียหลักล้มลงไปบนพื้นจนเศษแก้วบาดลึกเข้าไปในฝ่ามือ แต่ความโกรธของฤดียังไม่จบลงง่ายๆ เธอยกมือขึ้นอีกครั้ง
“หยุดนะคุณฤดี!” เอกภพตวาดลั่น พร้อมกับคว้าข้อมือภรรยาเอาไว้
“ฉันไม่หยุด!” ฤดีสะบัดตัวอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาแดงก่ำด้วยความหึงหวง
“นังผู้หญิงแพศยา! ก่อนหน้านี้ทำตัวว่าง่ายไร้เดียงสา ที่แท้ก็เสแสร้งตอแหล”
“ฉันเปล่านะคะ ฉันไม่ได้...”
“หุบปาก!” ฤดีตวาดเสียงแหลม ไม่แม้แต่จะคิดเปิดโอกาสให้ลลิตาได้แก้ตัว อีกทั้งยังพยายามโถมตัวเข้าหา แต่เพราะถูกเอกภพจับรั้งเอาไว้จึงทำได้เพียงชี้นิ้วด่าทอ ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกผู้เป็นสามีเหวี่ยงจนเซถลาล้มลงบนโซฟา
“มีสติหน่อยได้ไหมคุณฤดี” เอกภพชี้หน้าตำหนิผู้เป็นภรรยา น้ำเสียงและท่าทางเต็มไปด้วยความหงุดหงิด และโกรธเคือง
“เรื่องสำคัญยังไม่เสร็จ คุณจะทำให้วุ่นวายทำไม”
ฤดีหอบหายใจแรง ดวงตายังจ้องลลิตาอย่างเกลียดชัง
“เรื่องสำคัญ? เรื่องไหนล่ะคะ โครงการหรือตัวมัน”
“หยุดพูดไร้สาระได้แล้วนะคุณฤดี” เอกภพตัดบท ก่อนหันกลับมามองลลิตา
แววตาของเขาไม่มีความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย มีเพียงท่าทีขุ่นเคือง และไม่พอใจ ก่อนจะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“เธอกลับไปก่อน แล้วอย่าลืมจัดการเรื่องที่ฉันสั่งให้เรียบร้อย”
ลลิตากัดริมฝีปากแน่น พยายามพยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก หัวเข่าทั้งสองข้างปวดร้าว ใบหน้าปวดระบม ฝ่ามือเจ็บแสบ แต่เธอไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากเรียกร้องความยุติธรรมให้ตนเอง เพราะรู้ดีว่าให้เธอเรียกร้องอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ อีกทั้งอาจกลายเป็นโทษส่งผลกระทบไปถึงโกเมนที่กำลังรอการผ่าตัดอยู่ในโรงพยาบาล
หญิงสาวเก็บเอกสารที่ตกกระจายขึ้นมากอดไว้แนบอก ก่อนก้มศีรษะเล็กน้อยให้คนทั้งสองอย่างนอบน้อม แล้วเดินออกจากบ้านวิมลพันธุ์มาอย่างเงียบ
เท้าเล็กหยุดลงที่ข้างรถ มือเรียวยกขึ้นกุมจี้สร้อยคอรูปใบโคลเวอร์สี่แฉกเอาไว้แน่น ความทรงจำอันอบอุ่นในอดีตค่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัว
“ใบโคลเวอร์สี่แฉกเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความหวัง และความโชคดี”
“อย่างนั้นต่อไปฉันก็จะมีแต่ความโชคดีใช่ไหมคะ”
“ใช่แล้ว ต่อไปเจ้าตัวแสบของพี่จะมีแต่ความโชคดี สมหวัง และไร้กังวล”
คำพูดอันอบอุ่นในวันวานสะท้อนก้องวนเวียนอยู่ในความคิด ลลิตากุมจี้สร้อยคอแน่นขึ้น กลืนก้อนสะอื้นลงคอ แล้วก้าวขึ้นรถหรู
ต่อให้เส้นทางนี้ยากลำบากแค่ไหน ต่อให้ต้องถูกเหยียบย่ำอีกเท่าไร ขอเพียงช่วยพี่ได้ ฉันก็ยินดีเดินต่อ
...................................................................................
