บทที่ 9 อย่าได้ลืมสถานะของตนเอง

“คุณนายน้อยครับ จะไปโรงพยาบาลก่อนไหมครับ” เสียงของคนขับรถเอ่ยถามลลิตาด้วยท่าทีระมัดระวัง

ลลิตาเงยหน้ามองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกมองหลัง ใบหน้าซีกซ้ายยังมีรอยแดงจากการถูกคุณฤดีลงมือ ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามใช้แป้งแต่งกลบไว้แล้วก็ตาม ทว่าหากพิจารณาดีๆ ก็ยังคงมองเห็นได้ลางๆ  แต่ที่ทำให้ลลิตาหนักใจมากกว่ารอยแดงบนใบหน้าก็คือเอกสารในมือ เธอหลุบตาลงต่ำ ก่อนจะพยักหน้าตอบรับคำแนะนำของคนขับรถ

“อย่างนั้นก็ไปโรงพยาบาลบวรกิจค่ะ” โรงพยาบาลบวรกิจ หรือโรงพยาบาลบวรกิจวัฒนา เป็นโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังด้านศัลยกรรมระบบประสาท และเป็นสถานที่ที่โกเมนกำลังรักษาตัวอยู่ในตอนนี้

ตลอดทาง ลลิตานั่งนิ่งอยู่ที่เบาะหลัง มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น จนแผลกลางฝ่ามือมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ทว่าลลิตากลับแทบไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นเลยสักนิด

ในหัวของเธอมีเพียงเอกสารโครงการที่เอกภพบังคับให้นำไปพูดกับธีรพล คำขู่เรื่องการรักษาของโกเมน และเส้นทางข้างหน้าที่ดูเหมือนจะยากขึ้นทุกที

ดวงตากลมทอดมองออกไปนอกรถ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังเรียกกำลังใจให้ตนเอง

ขอแค่เขาปลอดภัย ต่อให้เธอต้องเจอเรื่องยากลำบากแค่ไหนก็สามารถทนได้

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ลลิตารีบเดินไปยังแผนกพักฟื้นผู้ป่วยศัลยกรรมระบบประสาททันที

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยลอยมากระทบปลายจมูก แสงไฟสีขาวสะอาดตาส่องกระทบพื้นเงาวับ เสียงเครื่องมือแพทย์และเสียงล้อเตียงเข็นดังแว่วอยู่เป็นระยะ ทุกอย่างดูเย็นชาและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเจ็บป่วย

แต่สำหรับลลิตา ที่นี่กลับเป็นสถานที่เดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่า อย่างน้อยตนเองก็ยังสามารถทำอะไรเพื่อใครบางคนได้บ้าง

“พี่โกเมนปลอดภัยแล้วล่ะ” เสียงของวีรณาดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องพักฟื้นที่เปิดออก

ลลิตาหันกลับไปมองเพื่อนสาวในชุดพยาบาล แม้บนใบหน้าของอีกฝ่ายจะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ทันทีที่เห็นเธอ ดวงตากลมโตนั้นก็มีประกายยินดีอย่างชัดเจน

“เมื่อกี้ฉันไปดูแฟ้มประวัติพี่เขาให้แล้ว เบื้องต้นยังไม่มีอะไรน่าห่วง การผ่าตัดรอบนี้นับว่าราบรื่นดี ตอนนี้ก็รอแค่พี่เขาฟื้นเท่านั้น”

คำพูดนั้นทำให้หัวใจที่หนักอึ้งด้วยความกังวลของลลิตาผ่อนคลายลง หญิงสาวพยักหน้าตอบรับข้อมูล ก่อนจะหันกลับมามองคนบนเตียง

โกเมนยังคงนอนนิ่งราวกับคนที่หลับสนิท ใบหน้าของเขาซีดเซียวและอ่อนล้ากว่าครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นมาก ที่ศีรษะมีผ้าพันแผลพันเอาไว้อย่างเรียบร้อย สายระโยงระยางหลายเส้นต่ออยู่กับเครื่องมือทางการแพทย์ข้างเตียง จังหวะการเต้นของหัวใจบนหน้าจอมอนิเตอร์ยังคงเคลื่อนไหวเป็นเส้นสีเขียวสม่ำเสมอ

ลลิตานั่งลงข้างเตียง แล้วค่อยๆ เอื้อมมือไปกอบกุมมือหนาของเขาไว้ หวนคิดถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้

การผ่าตัดครั้งนี้มีความเสี่ยงมาก แต่ก้อนเลือดที่ออกใหม่ หากไม่จัดการให้ดี ก็อาจอันตรายยิ่งกว่าเดิม

“พี่โกเมน...” เสียงของลลิตาสั่นเครือและแผ่วเบา มือเรียวกอบกุมมือหนาไว้แน่น “เป็นยังไงบ้างคะ”

ไม่มีคำตอบจากคนบนเตียง มีเพียงเสียงเครื่องมอนิเตอร์ที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แทนคำยืนยันว่าเขายังมีชีวิตอยู่

ลลิตายกมืออีกข้างขึ้นแตะแก้มสากของเขาอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วเรียวสั่นเล็กน้อย

“พี่ต้องรีบฟื้นขึ้นมานะ” เสียงของเธอเบามาก เบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบของห้องพักฟื้น

ดวงตาของลลิตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอรีบกะพริบตาไล่น้ำตาออกไป แล้วค่อยๆ วางมือของโกเมนกลับลงบนผ้าห่มอย่างระมัดระวัง

เธออยู่ที่นี่นานมากไม่ได้ แม้ว่าจะอยากอยู่ดูแลเขามากแค่ไหนก็ตาม

อย่าได้ลืมสถานะของตนเองในตอนนี้ คำที่เอกภพเคยย้ำเตือนเธอเอาไว้เมื่อหลายเดือนก่อนตอกย้ำให้ลลิตาต้องตัดใจ

“ฉันต้องกลับแล้ว ฝากพี่โกเมนด้วยนะวิว” ลลิตาหันมาบอกเพื่อนสาว ทว่าทันทีที่วีรณาได้เห็นใบหน้าของเธอในระยะใกล้ สีหน้าของอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไปทันที

“หน้าแกไปโดนอะไรมา!” ลลิตาชะงัก รีบยกมือขึ้นวางปิดแก้มซ้ายของตนเอง

“ไม่มีอะไร แค่เผลอหกล้ม หน้ากระแทกน่ะ” คำแก้ตัวที่เตรียมเอาไว้อย่างดี ไม่คิดว่าตอนนี้กลับฟังดูไร้น้ำหนักอย่างสิ้นเชิง

“แกเห็นฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง” วีรณาเอ่ยเสียงดุก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ จ้องรอยบวมแดงบนแก้มขาวของเพื่อน “นี่มันรอยตบชัดๆ”

“ไม่ใช่ ฉันแค่...”

“ฉันเป็นพยาบาลนะ แกลืมไปแล้วหรือไง” คนดุเอ่ยบอกพร้อมกับเลื่อนสายตาสำรวจร่างกายส่วนอื่นๆ ของเพื่อนสาว ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นรอยแดงช้ำที่หัวเข่าทั้งสองข้าง รวมถึงรอยบาดจากของมีคมบนฝ่ามือซ้าย “ใครทำ!”

“วิว เบาเสียงหน่อย” ลลิตาร้องห้ามเพื่อนสนิท พลางลอบมองคนบนเตียง

“เบาเสียงอะไร!” วีรณากัดฟันแน่น ดวงตาแดงขึ้นด้วยความโกรธ “แกออกจากบ้านไปคืนเดียว ก็กลับมาในสภาพแบบนี้ จะให้ฉันเบาเสียงได้ยังไง บอกฉันมาว่าใครทำ”

ลลิตาก้มหน้าลง เธอไม่รู้ว่าควรอธิบายเรื่องนี้กับเพื่อนสาวอย่างไร

วีรณามองสีหน้าของอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยเสียงต่ำลง

“เขาหรือ” โดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยชื่อออกมา ลลิตาก็รู้ว่า เขา ที่วีรณาหมายถึงคือใคร

...................................................................................

บทก่อนหน้า
บทถัดไป