บทที่ 2 บทที่ 2

เมื่อรถจอดสนิทปรียาก็พาลดาขึ้นไปยังห้องพักของผู้เป็นแม่ ลดากราบเท้าโสภีที่เวลานี้นอนอยู่บนเตียง ใบหน้ารวมไปถึงร่างกายที่เคยเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลซูบผอมเสียจนลดาใจหาย

“ลดา” น้ำเสียงแหบแห้งปนความเหนื่อยอ่อนของโสภีดังขึ้น พร้อมกับพยายามชูแขนที่มีแค่หนังห่อหุ้มเพื่อรับอ้อมกอดจากลดา นั่นทำให้ลดาปรี่เข้าไปสวมกอดทันที

“ลดากลับมาแล้วค่ะคุณป้า”

“คิดถึงจังเลยลูก”

“ลดาก็คิดถึงคุณป้าค่ะ” ลดารีบปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม พร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ พอคลายอ้อมกอดออกเธอก็ส่งยิ้มให้โสภีที่ยิ้มตอบเธอมาเช่นกัน

“ลดาของป้าโตขึ้นมาก สวยสมวัย เหมาะกับ…”

“แม่คะ” ปรียาเอ่ยแทรกขึ้น นั่นเพราะยังไม่อยากให้ผู้เป็นแม่เอ่ยอะไรในตอนนี้นัก เพราะลดาเพิ่งบินกลับมาขืนฟังเรื่องนั้นอาจช็อกเอาได้ แต่โสภีกลับมองว่าตนมีเวลาไม่มากแล้ว ขืนไม่พูดตอนนี้ก็กลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้ตื่นมาพูดอีก

“แม่ขอคุยกับลดาเองนะอุ้ม”

“ค่ะ…งั้นอุ้มออกไปรอข้างนอกนะคะ” โสภีพยักหน้าให้ลูกสาว ปรียาจึงจำต้องออกไปรอฟังข่าวที่นอกห้องแทน แม้จะรู้ว่าผู้เป็นแม่จะคุยอะไรกับลดา แต่ก็อดที่จะกังวลไม่ได้ นั่นเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ลดายังคิดแบบนั้นกับพี่ชายเธออยู่หรือเปล่า ถ้ายังคิดอยู่ก็ดีไป แต่ถ้าไม่นี่ก็เรื่องใหญ่เหมือนกัน

“ตะกี้พาใครมาด้วยน่ะอุ้ม”

“อ้อ…ลดาค่ะพี่โอบ” ปรียาเอ่ยตอบพี่ชาย ที่เวลานี้รับหน้าที่ดูแลไร่โกโก้ของครอบครัวอย่างเต็มตัวแล้ว ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนได้ใจลูกน้องไปเสียหมด เดินไปไหนมาไหนคนเหล่านั้นจึงเอ่ยเรียกพี่ชายเธอว่าพ่อเลี้ยงโอบอย่างเต็มปาก

“ลดาเหรอ” พ่อเลี้ยงโอบเอ่ยทวนชื่อที่ได้ยิน นั่นเพราะเขาไม่เคยเอ่ยถึงเธอเลยตั้งแต่ลดาสอบชิงทุนได้แล้วตัดสินใจบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศโดยไม่ถามเขาสักคำว่าอนุญาตไหม

มิหนำซ้ำพอเรียนจบแทนที่จะกลับมาทำงานที่เมืองไทยยังเลือกทำงานที่นั่นอีก ปีกกล้าขาแข็งขนาดนั้นแล้วจะกลับมาเหยียบที่นี่อีกทำไมกัน

“ค่ะ” ปรียาเอ่ยรับเพียงสั้นๆ พร้อมกับสังเกตสีหน้าและท่าทางของพี่ชายตัวเองไปด้วยว่ากำลังคิดอะไรอยู่ รายนี้อคติกับลดามาตั้งแต่เด็กๆ คิดว่าลดามาเพื่อหวังสุขสบาย ร้ายแรงไปถึงคิดว่าลดามาเพื่อแย่งความรักจากคนในครอบครัวไป เพราะคิดแบบนั้นตั้งแต่เล็กจนโตทำให้โอบไม่เคยญาติดีกับลดาเลย

“คงไม่ได้กลับมาเพื่อหวังสมบัติอะไรหรอกนะ”

“ลดาเขาคงไม่ได้คิดแบบนั้น จะมีก็แต่พี่โอบเท่านั้นล่ะค่ะที่คิด คิดมาตั้งแต่เล็กจนโตป่านนี้ก็ยังไม่เลิกคิดอีก” ปรียามองพี่ชายอย่างไม่พอใจนักที่ได้ยินคำพูดแบบนี้ นั่นเพราะเธอรู้จักลดาดีว่าไม่ใช่คนที่อยากได้อะไรที่ไม่ใช่ของตัวเอง ขนาดเรื่องการเรียนยังทำงานหาเงินส่งตัวเองและที่ไปเรียนต่อเมืองนอกเมืองนาก็เพราะสอบชิงทุนได้ ไปเรียนที่นู่นก็ทำงานหารายได้พิเศษไปด้วย เงินที่แม่เธอส่งไปให้ใช้ก็มักจะถูกส่งกลับมาตอนปีใหม่เสมอ

“ไม่คิดก็ดี แล้วนี่ลดาอยู่ไหน”

“อยู่กับแม่ในห้องค่ะ พี่โอบมีอะไรหรือเปล่าคะ”

“พี่อยากให้แม่ช่วยเลือกฤกษ์แต่งงานของพี่กับใหม่ให้หน่อย อยากจัดงานแต่งงานให้แม่เห็นว่าพี่มีครอบครัวที่ดีที่โอบอุ้มแล้วก่อนที่ท่านจะ…” พ่อเลี้ยงโอบพูดไม่ออกเช่นเดียวกัน ต่อให้เขานั้นเป็นคนตรงๆ โผงผางไปบ้าง แต่จะให้พูดเรื่องอาการป่วยของผู้เป็นแม่โดยไม่คิดอะไรเลยมันคงเป็นไปไม่ได้

เขารู้ว่าแม่นั้นห่วงเรื่องนี้ อยากเห็นเขามีคนรักที่ดีแต่งงานมีครอบครัวเสียทีรวมทั้งมีหลานให้อุ้ม ตอนที่แม่ยังแข็งแรงเขาไม่เคยใส่ใจกับคำที่แม่ขอ เพราะคนที่แม่ขอให้เขาแต่งงานด้วยนั้นคือลดา เด็กกำพร้าที่แม่เขาอุปการะเธอมาตั้งแต่เด็กๆ ครั้งแรกที่รู้เรื่องนี้เขาไม่พอใจมาก เพราะไม่คิดว่าแม่จะอยากให้เขาแต่งงานกับเธอ เด็กเหลือขอที่ตามติดเขาแจ ไม่ว่าจะพูดจาร้ายๆ ใส่ยังไงก็ยังไม่ยอมไปไหน แต่พอรู้ตัวอีกทีลดากลับออกห่างเขาไปทุกทีๆ

กระทั่งเธอเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และวันหนึ่งจู่ๆ แม่เขาก็ล้มป่วยด้วยโรคร้าย คำพูดต่างๆ ของแม่ก็ย้อนเข้ามาในหัวเขา แต่ไม่ว่ายังไงเจ้าสาวที่เขาวาดฝันไว้ก็ยังคงไม่ใช่ลดา เพราะผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาของเขามีเพียงคนเดียวคือปีใหม่เท่านั้น เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา และเขาก็ได้ขอเธอแต่งงานแล้วด้วย ซึ่งปีใหม่ก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล เรื่องแต่งงานเขาทำให้แม่สมหวังได้ แต่เรื่องมีหลานให้อุ้มเขาคงไม่สามารถจริงๆ

“รอก่อนนะคะ อีกเดี๋ยวลดาคงออกมา”

“อืม” เสียงตอบรับดังมาจากลำคอของพ่อเลี้ยงโอบ สองพี่น้องได้แต่ยืนรออยู่หน้าห้องในขณะที่คนซึ่งอยู่ภายในกำลังพูดคุยกัน แต่สิ่งที่ทำให้ลดาอึ้งจนพูดไม่ออกนั่นคือคำขอของโสภี ก่อนที่เธอจะเอ่ยทวนประโยคนั้นอีกครั้ง ทวนให้มั่นใจว่าเธอไม่ได้หูฝาดจนได้ยินไปเอง

“คุณป้าจะให้ลดาแต่งงานกับพี่โอบเหรอคะ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป