บทที่ 3 บทที่ 3
“ชะ…ใช่” โสภีเค้นเสียงเอ่ยรับ เธอรู้สึกเหนื่อยแต่ฝืนร่างกายเพื่อพูดคุยเรื่องนี้กับลดาให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงตายตาไม่หลับแน่ๆ
“แต่พี่โอบไม่ได้รักลดา แล้วอีกอย่างลดาก็…”
“ป้ารู้ แต่ป้าไม่อยากให้โอบเขาแต่งงานกับคนไม่ดี” เอ่ยจบโสภีก็หอบจนตัวโยน นั่นทำให้ลดาส่งน้ำให้จิบ
“คนไม่ดี คุณปีใหม่น่ะเหรอคะ” ลดาเอ่ยถึงแฟนสาวของพ่อเลี้ยงโอบ นั่นเพราะเธอรู้เรื่องนี้จากปรียามาบ้างแล้วนั่นเอง
“ใช่…ปีใหม่เข้ามาเพื่อหลอกโอบ ตอนนี้โอบยังหน้ามืดตามัวหลงคิดว่านั่นคือรักแท้ แต่ป้าให้คนไปสืบประวัติของปีใหม่มาแล้ว ครอบครัวเธอสิบแปดมงกุฎ ติดการพนันทั้งนั้น ขืนได้มาเป็นสะใภ้ โอบจะไม่เหลืออะไรเลย” สีหน้าของโสภีเต็มไปด้วยความกังวล เธอไม่ใช่แม่สามีตัวร้ายที่จะขัดขวางความสุขของลูกไปเสียทุกเรื่อง เว้นก็แต่เรื่องคู่ครอง เพราะถึงแม้จะอยากเห็นโอบแต่งงานมีครอบครัวมากแค่ไหน แต่ภายใต้เรื่องแต่งงานเธอก็ต้องการให้โอบเจอคนที่ดีเช่นกัน ไม่ใช่ไปคว้าผู้หญิงที่หวังสุขสบายหวังแค่สมบัติมาเป็นแม่เลี้ยงที่นี่
“แต่ว่า…”
“ถือว่าป้าขอเถอะนะลดา ทำเพื่อป้าได้ไหมลูก” มือที่เวลานี้เหี่ยวแห้งของโสภีกอบกุมแล้วบีบมือนุ่มๆ ของลดาไว้ ส่งสายตาร้องขอมาเพื่อให้ลดาช่วยเหลือในเรื่องนี้ นั่นเพราะหันไปทางไหนก็ไม่มีคนที่เหมาะไปกว่าลดาอีกแล้ว อย่างน้อยรักในวัยเด็กของลดาที่มีให้โอบ มันอาจทำให้โอบตาสว่างได้บ้าง
“เอ่อ…” ลดาอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไงดี ใจหนึ่งก็อยากตอบแทนบุญคุณของโสภีที่ชุบเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กๆ แต่อีกใจก็ลังเลว่าสิ่งที่ต้องทำมันเหมาะแล้วหรือไม่ ถ้าพ่อเลี้ยงโอบรู้เรื่องเข้า เขาคงยิ่งเกลียดเธอ
“ได้ไหม ถือว่าทำให้คนแก่ใกล้ตาย...แค่กๆ”
“ดะ…ได้ค่ะ ลดารับปากค่ะ” คำตอบรับของลดาทำให้โสภียิ้มออกมา แม้จะเป็นรอยยิ้มที่แฝงความเหนื่อยอ่อนอยู่มากก็ตามที
“ขอบใจมากนะลดา”
“ค่ะ”
“ช่วยหยิบซองสีน้ำตาลพร้อมกับปากกาในลิ้นชักให้ป้าทีสิ”
“ได้ค่ะ” รับปากเสร็จ ลดาก็ลุกไปเปิดลิ้นชักแล้วหยิบของที่โสภีต้องการมายื่นให้ มือเหี่ยวกร้านของโสภีเปิดซองสีน้ำตาลแล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา จากนั้นก็เซ็นชื่อกำกับลงไป ใบหน้าของโสภีผุดรอยยิ้มขึ้น เสร็จเธอก็ไหว้วานให้ลดานำไปเก็บไว้ที่เดิม
“แค่นี้ป้าก็คงตายตาหลับ...แค่กๆ” ลดาปรี่เข้ามาดูอาการของโสภีที่ตอนนี้ไอออกมาอย่างหนัก เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากช่องว่างระหว่างนิ้วมือที่โสภียกขึ้นมาปิดปากของตัวเอง นั่นทำให้ลดาตกใจสุดขีด
“คุณป้าคะ คุณป้า!” เสียงตะโกนของลดาที่ดังขึ้นในห้อง ทำให้โอบและปรียาที่ยืนรออยู่ด้านนอกรีบเปิดประตูเข้ามาภายในห้องทันที
“แม่ครับ แม่เป็นยังไงบ้าง” พ่อเลี้ยงโอบผลักลดาให้ออกห่างแล้วเข้าไปพยุงผู้เป็นแม่เสียเอง โดยมีปรียาเข้ามาช่วยอีกคน ส่วนลดานั้นยืนมองหน้าซีดอย่างตกใจอยู่ข้างๆ โดยบนมือของเธอยังมีเลือดของโสภีเปื้อนอยู่
“แม่คะแม่”
“อุ้มไปตามอาหมอมาเร็วเข้า เร็ว!”
“ค่ะพี่โอบ” ปรียาแทบจะวิ่งออกจากห้อง เธอรีบไปตามอาหมอเพื่อให้มาดูอาการของผู้เป็นแม่ด้วยความร้อนใจ
“เธอเข้ามาคุยอะไรกับแม่ฉัน…ฮะ!” พ่อเลี้ยงโอบหันมาตะคอกถามลดา ที่เวลานี้ยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างเตียง
“ลดาไม่ได้คุยอะไรค่ะ”
“ไม่ได้คุยอะไรแล้วทำไมแม่ของฉันถึงเป็นแบบนี้ บอกมาว่าเข้ามาคุยอะไร” นั่นเพราะจู่ๆ อาการป่วยของแม่ที่ทรงตัวมาหลายวันก็ทรุดไปแบบนี้ ทำให้โอบโยนความผิดให้ลดารับไปแต่เพียงผู้เดียว
“ลดาบอกไปแล้วไงคะ ว่าไม่ได้คุยอะไรทั้งนั้น” ต่อให้คุยลดาก็คงเอ่ยบอกความจริงไปตอนนี้ไม่ได้แน่นอน
“โกหก”
“พี่โอบคะ อาหมอมาแล้วค่ะ” เสียงของปรียาที่ดังขึ้นทำให้บทสนทนาระหว่างโอบกับลดาหยุดลงชั่วคราว
“โอบกับทุกคนออกไปรออาที่ข้างนอกก่อน ไปสิ” นายแพทย์ประสิทธิ์หรือที่โอบกับปรียาเรียกว่าอาหมอเอ่ยบอกคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกไปรอข้างนอก
นั่นทำให้ทั้งสามคนต้องพากันออกไปยืนรอฟังข่าวด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะต่างห่วงอาการป่วยของโสภี แต่พอหันมาเห็นลดา โอบก็ไถ่ถามเอาความจากเธออีกครั้ง เพราะที่ถามไปก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ
“ว่ายังไง ที่ฉันถามเธอไปเมื่อกี้นี้ จะตอบได้หรือยัง”
“ลดาตอบไปแล้วค่ะ ว่าไม่ได้คุยอะไรกับคุณป้าทั้งนั้น” ลดาตอบเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่กลับไม่ใช่คำตอบที่โอบอยากฟัง ไม่ได้เจอกันแค่ห้าปีดูเธอโตขึ้นมีความมั่นใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แบบนี้สินะ เขาถึงเรียกนักเรียนนอกหัวหมอ จบสูงหน่อยก็ลืมตัว
“ไม่ได้คุย แล้วจู่ๆ แม่ฉันก็ไอออกมาเป็นเลือดแบบนั้นน่ะเหรอ”
“พี่โอบจะมาตะคอกใส่ลดาทำไม ลดาก็บอกไปแล้วนี่คะว่าไม่ได้คุยอะไรกับแม่” ปรียาที่ยืนฟังอยู่อีกคนเอ่ยแย้งแทนเพื่อนสนิทที่เปรียบดังพี่น้องก็ว่าได้
