บทที่ 4 บทที่ 4
“พี่ไม่เชื่อ เพราะตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้เข้ามา ครอบครัวเราก็เปลี่ยนไป”
“ใช่ค่ะ ตั้งแต่ที่ลดาเข้ามาครอบครัวเราก็เปลี่ยนไป แต่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนะคะ จะมีแค่พี่โอบคนเดียวเท่านั้นที่อคติกับลดาไม่เลิกรา จะกี่ปีกี่เดือนก็เหมือนเดิม ใจแคบ” สำหรับปรียานั้นการมาของลดามันคือการเติมเต็ม คือมีเพื่อน มีพี่น้องเพิ่มมาอีกหนึ่ง แต่สำหรับโอบ พี่ชายเธอแล้วอาจคิดว่าลดามาเพื่อแย่งทุกอย่าง ผู้ชายอะไรใจแคบ ขี้น้อยใจชะมัด
“อุ้ม…นี่เรากล้าว่าพี่อย่างนั้นเหรอ” พอเถียงสู้ไม่ได้ พ่อเลี้ยงโอบก็ยกความเป็นพี่น้องมาพูดทันที
“ใช่ค่ะ เพราะพี่โอบไม่มีเหตุผล”
“อุ้ม!” พ่อเลี้ยงโอบเอ่ยชื่อน้องสาวออกมาเสียงห้วน ก่อนจะมองตรงไปยังลดาด้วยสายตาและสีหน้าที่แสดงออกว่ากำลังไม่พอใจ
“ถ้าแม่ฉันเป็นอะไร ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเธอแน่…ลดา” เอ่ยจบพ่อเลี้ยงโอบก็เดินห่างออกไปทันที ปล่อยให้น้องสาวและลดายังคงยืนอยู่หน้าห้องผู้เป็นแม่ นั่นเพราะเขาต้องการไปสงบสติอารมณ์ตามลำพังเสียก่อน
“คุณป้าจะเป็นอะไรมากไหมอุ้ม” ลดาเอ่ยถามเสียงสั่น ภาพที่โสภีไอออกมาเป็นเลือดยังคงติดตาอยู่
“อุ้มก็ไม่รู้ แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่ไอมาเป็นเลือด อีกอย่างอย่าเก็บคำพูดพี่โอบมาคิดเลยนะ พี่โอบก็แค่หัวเสียเพราะรักษาแม่ไม่ได้เลยโยนความผิดเรื่องนี้ให้ลดารับไปคนเดียว ลดาไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ที่อาการแม่เป็นแบบนี้เพราะอะไรเราสองคนพี่น้องรู้อยู่เต็มอก”
“อื้อ” ลดาพยักหน้ารับ เธอนั้นรู้ตัวดีว่าเป็นใคร ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปถือสาพ่อเลี้ยงโอบได้หรอก แต่พอมาคิดแล้วว่าเธอต้องแต่งงานกับเขา ลดาก็แอบถอนหายใจ
“อาหมอคะ แม่เป็นยังไงบ้าง” ทันทีที่เห็นนายแพทย์ประสิทธิ์เปิดประตูออกมาจากห้อง ปรียาที่รออยู่แล้วก็รีบเข้าไปถามอาการผู้เป็นแม่ทันที
“ไม่สู้ดีเลย อาว่าช่วงนี้อุ้มกับโอบควรอยู่ใกล้ชิดโสภีเขาให้มากๆ หน่อย” คำตอบที่ได้ยินทำเอาปรียาเข่าอ่อน ดีที่ลดาเข้ามาช่วยพยุงไว้ ไม่อย่างนั้นเธอคงล้มไปแล้ว
“แม่!/คุณป้า” ทั้งปรียาและลดาต่างอุทานออกมาพร้อมๆ กัน ทั้งคู่ต่างรู้สึกใจหายกับข่าวร้ายนี้ แม้ปรียาจะเตรียมใจรับกับการสูญเสียมาบ้าง แต่พอเอาเข้าจริงเธอก็ยากจะรับได้
“แล้วนั่นหนูลดาใช่ไหม กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“สวัสดีค่ะคุณอาหมอ ลดาเพิ่งกลับมาเมื่อเช้านี้ค่ะ” ลดายกมือไหว้นายแพทย์ประสิทธิ์แล้วเอ่ยขึ้น นั่นเพราะเธอเองก็คุ้นเคยกับคนตรงหน้ามากเช่นกัน
“มาก็ดี เพราะโสภีเขาบ่นถึงหนูตลอด อยู่ดูใจกัน”
“ค่ะคุณอา”
“งั้นอาขอตัวกลับก่อนนะ มีอะไรก็ให้คนไปตามอาได้”
“ขอบคุณมากค่ะอาหมอ” ปรียายกมือไหว้อาหมอซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องชายของพ่อเธอ ที่หลายเดือนมานี้คอยมาตรวจอาการของแม่อย่างใกล้ชิด
เมื่อล่ำลากันแล้วเธอกับลดาก็เข้าไปดูอาการของโสภีข้างในห้อง ก่อนจะให้ลดาไปล้างไม้ล้างมือที่มีคราบเลือดให้สะอาดเสียก่อน จากนั้นก็เข้าไปนั่งข้างเตียงอีกคน
“แม่คะ แม่เป็นยังไงบ้างคะ”
“แม่ยังไหวลูก แต่แม่คงอยู่ได้อีกไม่นาน” คำพูดของผู้เป็นแม่ทำเอาปรียาถึงกับจุกในอก
“แม่”
“อุ้ม! ไปตามโอบมาให้แม่หน่อยได้ไหมลูก”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวอุ้มไปตามพี่โอบให้เดี๋ยวนี้เลย” เอ่ยจบปรียาก็ออกไปจากห้อง หายไปครู่ใหญ่เธอก็กลับมาพร้อมโอบ
“โอบ มานั่งข้างๆ แม่สิ”
“ครับ” พ่อเลี้ยงโอบเอ่ยรับ ก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ ผู้เป็นแม่ซึ่งมีลดานั่งอยู่แล้ว เธอจะลุกขึ้นให้เขานั่ง แต่กลับถูกโสภีรั้งแขนไว้ บ่งบอกว่าต้องการให้ทั้งคู่นั่งด้วยกัน
“แม่มีอะไรจะขอโอบ”
“อะไรครับ ถ้าผมทำให้ได้ ผมจะไม่ลังเลเลย” คำพูดของลูกชายคนเดียวทำให้คนป่วยหนักยิ้มออกมา
“แม่อยากให้โอบแต่งงาน”
“เรื่องนี้ผมรู้ครับแม่ อันที่จริงผมตั้งใจเข้ามาให้แม่ช่วยเลือกฤกษ์แต่งงานของผมกับปีใหม่อยู่แล้ว เพราะผมกับปีใหม่อยากให้แม่ไปงานแต่งงานของเราสองคนด้วย”
“แต่แม่หาฤกษ์แต่งงานให้โอบได้แล้วล่ะ”
“จริงเหรอครับ วันไหนครับแม่”
“เสาร์ที่จะถึงนี้”
“เสาร์นี้เหรอครับ” ทั้งพ่อเลี้ยงโอบทั้งปรียาและลดาต่างตกใจกับวันที่ได้ยิน นั่นเพราะมันอีกแค่สามวันก็จะถึงวันเสาร์ที่ว่าแล้วนั่นเอง ส่วนลดากับปรียานั้นรู้อยู่แล้วว่าโสภีจะคุยอะไรกับโอบ
“ใช่ลูก”
“แต่ผมกลัวว่าจะเตรียมงานแต่งงานไม่ทัน ไหนจะเรื่องสถานที่ เรื่องเชิญแขกแล้วก็ชุดแต่งงานของปีใหม่อีก” แม้จะอยากจัดงานแต่งงาน แต่พ่อเลี้ยงโอบก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
“สถานที่ก็จัดที่ไร่โกโก้เรานี่แหละ ส่วนชุดแต่งงานเจ้าสาวของลูกแม่เตรียมไว้ให้แล้ว แม่อยากเห็นโอบแต่งงานมีครอบครัว”
“ผมเองก็กำลังจะแต่งงานกับปีใหม่นี่ไงครับ”
“ไม่ใช่กับปีใหม่ เพราะเจ้าสาวของโอบต้องเป็นลดาคนเดียวเท่านั้น” ประโยคที่ได้ยินทำให้พ่อเลี้ยงโอบถึงกับนิ่งงันไป ส่วนลดานั้นก้มหน้าก้มตานั่งอยู่เงียบๆ ข้างๆ เขา เธอไม่ได้ปฏิเสธอะไรทั้งนั้น นั่นยิ่งทำให้พ่อเลี้ยงโอบไม่พอใจ คิดว่าเธอสมรู้ร่วมคิดเรื่องนี้ด้วยอีกคน มิน่าถึงได้กลับมาแบบนี้ ที่แท้ก็มีแผนในใจ
