บทที่ 6 บทที่ 6
เมื่อตรวจอาการของโสภีแล้ว นายแพทย์ประสิทธิ์ก็ได้แต่ส่ายหน้าบอกอาการว่าไม่สู้ดีนัก จะพาตัวโสภีเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลเจ้าตัวก็ไม่ยอมท่าเดียว ขนาดลูกๆ ทั้งสองคนคุกเข่าขอร้อง โสภีก็ยืนกรานว่าไม่ไป โดยให้เหตุผลว่าเธออยากตายแบบไม่ทรมาน
ทุกคนได้แต่ทุกข์ใจกับความดื้อดึงนั้น แต่ก็ขัดคำสั่งของโสภีไม่ได้ ได้แต่เตรียมทำใจและทำตามคำขอสุดท้ายของโสภีน่าจะดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องงานแต่งงานของพ่อเลี้ยงโอบกับลดา
ทันทีที่พ่อเลี้ยงหนุ่มยอมรับว่าจะทำตามคำขอสุดท้ายของผู้เป็นแม่ งานแต่งงานของพ่อเลี้ยงโอบก็ถูกป่าวประกาศออกไปให้คนงานได้รู้กันอย่างทั่วถึง ฤกษ์แต่งงานของทั้งคู่เน้นฤกษ์สะดวกเป็นหลัก
“พ่อเลี้ยงจะแต่งงานวันเสาร์นี้จริงๆ นะเหรอ” นี่คือเสียงจากคนงานในไร่ พวกเขาต่างตกใจและยินดีกับข่าวนี้ โดยส่วนใหญ่ต่างเข้าใจว่าเจ้าสาวของพ่อเลี้ยงโอบคือปีใหม่ นางแบบสาวคนสวยที่ซื้อใจคนทั้งไร่ด้วยความโอบอ้อมอารี ดูมีเมตตาคนนั้น เมื่อมีข่าวดีทุกคนในไร่ก็พร้อมใจกันจัดสถานที่ให้พร้อม โดยหวังทำตามคำขอสุดท้ายของโสภีด้วยเช่นกัน แม้ระยะเวลามันจะกระชั้นชิดไปหน่อยก็ตามที
“มานั่งข้างๆ ป้าสิลดา” พอเห็นลดาเปิดประตูเข้ามาในห้อง โสภีก็ยิ้มให้พร้อมกับกวักมือเรียกให้มานั่งข้างๆ เตียง ทันทีที่ลดาหย่อนตัวลงนั่งเรียบร้อย โสภีก็หยิบกล่องสีชมพูมายื่นให้โดยมีลดาช่วยอีกแรง
“เปิดดูสิจ๊ะ” ทันทีที่ฟังจบลดาก็เปิดกล่องสีชมพูตรงหน้าออก สิ่งที่เธอเห็นคือชุดสีขาวที่ถูกพับเก็บไว้อย่างดี บนชุดมีเครื่องประดับเพชรเล็กๆ เข้าชุดกันวางอยู่ด้วย
“ชุดแต่งงานของป้าเอง” ใบหน้าของโสภีเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะเมื่อเห็นชุดแต่งงานตรงหน้า เธอก็หวนคิดถึงวันที่ได้แต่งงานกับอาทิตย์ผู้เป็นสามี ใครจะไปคิดว่าจากวันนั้นถึงวันนี้จะผ่านมาตั้งสามสิบกว่าปีแล้ว แต่เพราะรักชุดนี้มากเธอจึงรักษาและดูแลไว้เป็นอย่างดี นั่นก็เพื่อส่งต่อให้เจ้าสาวของโอบหรือไม่ก็ให้ปรียาใส่ในวันแต่งงาน ซึ่งถ้าหนึ่งในสองพี่น้องนี้ใครแต่งงานก่อน เธอก็จะให้คนนั้น
“สวยจังเลยค่ะ”
“ป้ายกให้หนู ลดาจะได้ใส่แต่งงานกับโอบวันเสาร์นี้”
“คุณป้า!” ลดาถึงกับพูดไม่ออก นั่นเพราะไม่คิดว่าเธอจะได้ใส่ชุดอะไรแบบนี้ด้วย แม้จะได้ชื่อว่าว่าที่เจ้าสาว แต่เธอก็ยังไม่ได้ตระเตรียมชุด นั่นเพราะงานแต่งงานที่ใกล้จะเกิดขึ้น มันไม่ได้เกิดเพราะความรัก แต่คือความจำยอม ใส่ชุดอะไรมันก็คงมีค่าไม่ต่างกันนัก
“ลองสวมดูสิว่าใส่ได้ไหม ป้าว่าถ้าลดาใส่ชุดนี้คงสวยมากแน่ๆ”
“แต่ว่างานแต่งงานนั่นก็แค่…” ว่าที่เจ้าสาวจำยอมอึกๆ อักๆ
“ป้ารู้ ป้าเข้าใจ ป้าขอบใจลดามากนะ ที่ยอมทำตามคำขอสุดท้ายของคนแก่ใกล้ตาย มันอาจทำให้ลดาอึดอัดใจ แต่ช่วยอดทนอยู่แบบนี้แค่ปีเดียวได้ไหมลดา ช่วยพี่เขาทีนะ ถือเสียว่าเห็นแก่ป้า” คำพูดขอร้องของโสภีทำลายกำแพงความลังเลของลดาลงอีกครั้ง
“ค่ะ” คำตอบรับของลดาทำให้โสภียิ้ม จากนั้นลดาก็เข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ เธอยืนมองตัวเองที่เวลานี้ใส่ชุดแต่งงานสีขาวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่
ความที่ชุดนี้ตัดเย็บมาหลายสิบปีทำให้มีความเรโทรซ่อนอยู่ มันมีความเป็นวันวานที่อบอุ่นแฝงอยู่ในลายลูกไม้รวมไปถึงรูปแบบการตัดเย็บ แต่ทว่าสัดส่วนกลับพอดีจนลดายังแปลกใจ
เธอหายเข้าไปในห้องน้ำเกือบๆ สิบนาทีก็กลับออกมา ทันทีที่เห็นลดา โสภีก็ยิ้มกว้าง นั่นเพราะว่าที่สะใภ้คนนี้ช่างสวยเหลือเกิน
“ชุดมันคับหรือหลวมไปหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ น่าแปลกที่ลดาใส่ชุดนี้ได้พอดี” ลดายิ้มให้
“ไหนหมุนตัวให้ป้าดูหน่อยสิ สวย...สวยจริงๆ” ขณะที่มองลดาหมุนตัวไปมา โสภีก็เอ่ยชมอย่างไม่ขาดปาก ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ปรียาเปิดประตูเข้ามาในห้องของผู้เป็นแม่เข้าพอดี ต
“หมุนตัวอะไรกันคะแม่ ลดา ว้าว! ลดาเหรอเนี่ย ทำไมสวยขนาดนี้” คำชมของปรียาทำให้ลดาหน้าแดงก่ำขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอเขินอย่างเห็นได้ชัด
“พูดเวอร์ไปนะอุ้ม”
“ไม่ได้เวอร์ นี่ขนาดแค่ใส่ชุดเจ้าสาวกับเครื่องประดับนิดๆ หน่อยๆ รัศมีเจ้าสาวยังออร่าขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดถึงเสาร์นี้เลย ถ้าแต่งเต็มยศลดาจะสวยขนาดไหน”
“ไม่ได้สวยขนาดนั้นหรอก”
“สวยสิ นี่ถ้าพี่โอบมาเห็นต้องตกตะลึงตาค้างไปแน่ๆ อุ๊ย…” ปรียาเหมือนเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรเข้า เธอยกมือขึ้นมาปิดปากพร้อมส่งยิ้มแห้งๆ มาให้ลดาอย่างขอโทษที่พูดอะไรไม่ทันคิดแบบนั้นออกไป
“เราไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่า” เอ่ยจบลดาก็เข้าไปเปลี่ยนชุด ไม่ถึงสิบนาทีก็กลับออกมาจากห้องน้ำ โดยโสภีให้เธอเอาชุดแต่งงานและเครื่องประดับกลับไปที่ห้องด้วย วันมะรืนจะได้ใส่โดยมีปรียาอาสาแต่งตัวให้
ส่วนว่าที่เจ้าบ่าว เวลานี้กลับไม่ได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ พ่อเลี้ยงโอบยังคงตากแดดทำงานในไร่ท่ามกลางสายตาของลูกน้องที่ชวนสงสัยว่าพ่อเลี้ยงของตนทำไมไม่เตรียมตัวให้สมกับการจะเป็นว่าที่เจ้าบ่าว กลับทำงานงกๆ เหมือนคนไม่อยากแต่งงานแบบนี้
