บทที่ 9 บทที่ 9

“อุ้ม…โอเคหรือเปล่า”

“ไม่โอเค เราเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของการแอบรักเขาข้างเดียวของลดาในวัยเด็กแล้วมันไม่สมหวังก็ตอนนี้นี่แหละ จู่ๆ โลกมันก็หยุดหมุนไปดื้อๆ ในหัวนี่ตื้อไปหมดเลย พูดอะไรไม่ออกไปหลายวัน ซึ่งหลังจากนั้นพี่ตุลก็เหมือนจะห่างออกไปทุกที”

“อุ้ม…นี่ไปสารภาพรักกับพี่ตุลมาแล้วใช่ไหม”

“อื้อ…พูดปุ๊บพี่เขาก็ไปปั๊บ” สีหน้าของปรียาสลดลงไปทันที

“เราสองคนนี่คงไม่ถูกโฉลกกับการไปสารภาพรักใครเขาก่อนมั้ง คงต้องรอให้อีกฝ่ายสารภาพแทน”

“นั่นสิ เฮ้อ…โอ๊ย! นี่เราเพ้อเจ้ออะไรอยู่เนี่ย วันนี้วันมงคลนี่นา ต้องยิ้มเข้าไว้สิ ไหนหมุนตัวให้ดูอีกรอบซิ” ปรียาโยนเรื่องส่วนตัวของตัวเองไปก่อน พยายามยิ้มและสดใสเมื่อนึกถึงงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจนี้แล้ว

“หมุนหลายรอบแล้วนะ เวียนหัว”

“ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเถอะ เพราะนี่ก็ใกล้จะได้ฤกษ์แล้ว” ลดาพยักหน้ารับคำพูดของปรียา แม้จะอยากหยุดทุกอย่างไว้เพียงแค่นี้ แต่ก็คงทำได้แค่คิดเท่านั้นเอง

ทั้งคู่ก็จูงมือกันออกมาจากห้อง ซึ่งทันทีที่เปิดประตูออกมาก็เป็นจังหวะเดียวกับที่โอบเปิดประตูห้องออกมาเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มใส่ชุดที่ปรียาเตรียมไว้ให้ซึ่งมันแมทซ์กับชุดแต่งงานที่ลดาสวมอยู่ตอนนี้ แต่ทว่าบ่าวสาวของงานกลับไม่แม้แต่จะส่งยิ้มให้กัน

งานแต่งงานของพ่อเลี้ยงโอบและลดานั้นจัดขึ้นเล็กๆ เน้นความเรียบง่าย โดยอาศัยความสะดวกทางด้านสุขภาพของโสภีเป็นหลัก โดยงานพิธีทางสงฆ์รวมไปถึงการผูกข้อไม้ข้อมือ รดน้ำสังข์นั้นจัดขึ้นภายในห้องรับแขกที่อยู่ชั้นบนของบ้าน โดยโสภีมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสยามเห็นโอบและลดานั่งคู่กัน ยิ่งเวลาที่ทั้งคู่จรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงในทะเบียนสมรสต่อหน้านายอำเภอที่เชิญมาก็ยิ่งอิ่มใจ จนคิดว่าตนนั้นนอนตายตาหลับแล้วจริงๆ

หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว ลดาต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุลทองไพศาล ซึ่งเธอต้องเข้าไปเปลี่ยนที่อำเภอในวันจันทร์

“ถือไม้เท้ายอดทองกระบอกยอดเพชรนะลูกนะ รักกันดูแลกัน ถนอมหัวใจของอีกฝ่ายให้มากๆ” คำอวยพรของโสภีดังขึ้นหลังจากจดทะเบียนสมรสแล้วโอบกับลดาเข้าไปกราบเท้า

เมื่องานพิธีทางสงฆ์และจดทะเบียนสมรสเสร็จเรียบร้อยก็ถึงงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสที่จัดขึ้นในช่วงสายของวันเดียวกัน ทันทีที่เห็นเจ้าสาว แขกในงานซึ่งก็ล้วนแต่เป็นคนงานในไร่โกโก้ต่างพากันอ้าปากค้าง นั่นเพราะไม่คิดว่าเจ้าสาวของพ่อเลี้ยงโอบจะเป็น…ลดา นั่นเพราะแม้ชื่อตรงเวทีจะบ่งบอก แต่มันก็มีแค่ตัวย่อที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นเอง จึงไม่มีใครสนใจ

ผิดกับแม่งานที่จงใจให้เป็นแบบนี้ งานแต่งงานของพี่ชายกับลดามันเหมือนการจัดงานเพื่อตอบสนองความต้องการของปรียาล้วนๆ ปรียาอยากให้งานแต่งงานของเธอเป็นแบบไหน เธอก็เนรมิตให้งานนี้เป็นแบบนั้น แม้จะมีอุปกรณ์ที่จำกัดแต่มันก็สวยสมดั่งที่ใจต้องการ

ก่อนจะเดินออกไปร่วมงานฉลองมงคลสมรส ปรียาหยิบอะไรบางอย่างออกมาใส่ให้ลดา นั่นคือมงกุฎที่ทำมาจากใบของต้นโกโก้ที่มีทั้งสีเขียวอ่อนตัดกับสีเขียวเข้มแซมด้วยดอกโกโก้ก็สวยไปอีกแบบ ซึ่งปรียาแสนจะภูมิใจ เพราะเธอทำมาเองกับมือ

“ของขวัญวันแต่งงานจากเรา”

“ขอบใจมากนะอุ้ม” ลดายิ้มให้ ก่อนจะย่อตัวลงเพื่อให้เพื่อนรักสวมมงกุฎให้ โดยมีพ่อเลี้ยงโอบยืนมองอยู่ข้างๆ แม้วันนี้ลดาจะสวยมากแค่ไหน แต่เขากลับไม่คิดจะเอ่ยชมให้เธอได้ยิน นั่นเพราะเขาไม่ได้เต็มใจอยากแต่งงานกับเธอสักนิด ส่วนเธอจะเต็มใจหรือไม่ เขาก็ไม่สนเช่นเดียวกัน

พ่อเลี้ยงโอบจำต้องกุมมือลดาไว้ตามคำขอของผู้เป็นแม่ ภาพที่เกิดขึ้นช่างดูหวานและโรแมนติกเสียจนใครๆ ต่างพากันอิจฉาคู่บ่าวสาวที่สวยสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก แม้บางครั้งทั้งคู่จะไร้ซึ่งรอยยิ้มก็ตามที

เดินมาจนพ้นสายตาของผู้เป็นแม่ พ่อเลี้ยงโอบก็ได้ทีสะบัดมือจนหลุดจากมือของลดา ก่อนจะตรงไปนั่งร่วมวงดื่มกับลูกน้องในไร่ สำหรับลดาแล้วความรู้สึกยามที่ถูกชายหนุ่มกุมมือมันยังคงอยู่กับลดาในตอนนี้ แม้เขาจะกุมมือเธอด้วยสาเหตุที่เลี่ยงไม่ได้ แต่นั่นมันกลับทำให้ใจเธอเต้นแรง เมื่อถูกทิ้งไว้กลางทาง ลดาจึงเดินมานั่งที่โต๊ะซึ่งเตรียมไว้เงียบๆ คนเดียว

“ดื่มฉลองให้พ่อเลี้ยงของเราหน่อยทุกคน เอ้า…ดื่ม” สมศักดิ์เป็นคนนำทีมคนงานและลูกน้องในไร่โกโก้ให้ดื่มฉลองแก่พ่อเลี้ยงโอบ ที่วันนี้แต่งงานมีครอบครัวแล้ว ซึ่งเจ้าสาวก็ไม่ใช่ใครอื่นคือลดา ลูกสาวของหัวหน้าคนงานคนเก่าที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนแล้วนั่นเอง

“ไชโย! ไชโย!” เสียงไชโยดังสนั่นบริเวณจัดงานแต่งงาน พ่อเลี้ยงโอบทำเพียงยกแก้วเหล้าขึ้น แต่ไม่ได้ดื่มฉลองอะไรทั้งนั้น ซึ่งลดาเองก็ทำเช่นเดียวกัน

จากนั้นทั้งคู่ก็ถูกปรียาที่ขึ้นไปส่งผู้เป็นแม่บนห้องเรียบร้อยแล้วรบเร้าให้ขึ้นไปบนเวที เพื่อกล่าวขอบคุณแขกที่มางาน พ่อเลี้ยงโอบกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ‘ขอบคุณ’ ส่วนลดานั้นพูดยาวขึ้นมาหน่อย เพราะนอกจากขอบคุณแล้วเธอยังขอโทษที่อาจดูแลไม่ได้ทั่วถึงนัก คำพูดของเธอพลอยสะกิดความรู้สึกของพ่อเลี้ยงโอบที่วันนี้เขาไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกใครสักเท่าไหร่ แต่กลับคิดว่าลดาแค่สร้างภาพเท่านั้นเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป