บทที่ 10 10
เสียงกลไกอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าจอสีฟ้าที่เด้งขึ้นมาแสดงยอดคงเหลือ 90 แต้ม เซี่ยชิงหรันดวงตาเป็นประกายวาววับ นี่มันเยี่ยมไปเลย! การฟาดหน้าตัวร้ายนอกจากจะสะใจแล้วยังได้เงินรางวัลอีกต่างหาก ระบบนี้มันรู้ใจเธอจริงๆ
"แม่ครับ..."
เสียงเรียกเบาๆ ทำให้เซี่ยชิงหรันหันไปมอง ฟ่านเสี่ยวตงยืนเกาะขอบประตูห้องครัว ดวงตากลมโตมองเธอด้วยประกายความชื่นชมและเทิดทูนอย่างปิดไม่มิด
"เมื่อกี้แม่เก่งจังเลย แม่ไล่ย่าใหญ่ใจร้ายไปได้ด้วย แม่ไม่กลัวย่าใหญ่แล้วเหรอ" เด็กน้อยถามเสียงใส
เซี่ยชิงหรันเดินเข้าไปย่อตัวลงตรงหน้าเขา ยกมือขึ้นบีบจมูกโด่งรั้นนั้นเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว "แม่ไม่กลัวใครทั้งนั้นแหละลูก ต่อไปนี้แม่จะเป็นคนปกป้องตงตงกับพ่อเอง จะไม่มีใครมารังแกพวกเราได้อีกแล้ว เข้าใจไหม"
"อื้อ! ตงตงก็จะไม่กลัว ตงตงจะรีบโตแล้วมาปกป้องแม่เหมือนกัน!" เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก กำหมัดเล็กๆ ขึ้นมาอย่างมุ่งมั่น
ภาพความน่ารักเดียงสาของเด็กชายทำให้หัวใจที่เคยด้านชาจากการทำงานหนักในชาติก่อนของเซี่ยชิงหรันอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด เธอตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าอนาคตจะต้องเจอกับอุปสรรคอะไร เธอจะดูแลเด็กคนนี้ให้เติบโตมาอย่างดีที่สุด จะไม่ยอมให้เขาต้องกลายเป็นตัวร้ายที่มีจุดจบเลวร้ายเหมือนในนิยายเด็ดขาด
แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น... ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้ให้ได้ภายในเจ็ดวันก็คือ เงินยี่สิบหยวน!
เซี่ยชิงหรันลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านที่ทรุดโทรมและว่างเปล่า การจะหาเงินยี่สิบหยวนในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ค่าแรงรายวันของกรรมกรทำนายังอยู่ที่แค่วันละห้าเหมาถึงหนึ่งหยวนเท่านั้น เธอจะเอาอะไรไปหาเงินตั้งยี่สิบหยวนในเวลาแค่สัปดาห์เดียว
สายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับกระจกบานเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งเก่าๆ ของร่างเดิม เซี่ยชิงหรันเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาส่องดูใบหน้าของตัวเอง
ผู้หญิงในกระจกมีโครงหน้าที่สวยหวาน นัยน์ตากลมโต จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่ม แต่ผิวพรรณกลับดูหมองคล้ำและแห้งกร้านจากการขาดการบำรุงที่ถูกต้อง ลิปสติกสีแดงสดที่เจ้าตัวชอบทานั้นยิ่งทำให้เธอดูแก่กว่าวัยและดูราคาถูก
ฉับพลันนั้น ประกายความคิดบางอย่างก็สว่างวาบขึ้นมาในหัวของนักการตลาดสาว!
เมื่อครู่นี้ตอนที่เธอปะทะคารมกับหวังชุยฮวา เธอสังเกตเห็นผิวหน้าของป้าหลี่และผู้หญิงในหมู่บ้านหลายคน ผิวของพวกเธอหยาบกร้าน มีฝ้ากระ และรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรเพราะต้องตากแดดตากลมทำงานหนัก และในยุค 80 นี้ เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวดีๆ เป็นของหายากและราคาแพงมาก มีแต่คุณนายในเมืองเท่านั้นที่มีปัญญาซื้อใช้
ถ้าเธอเอาครีมบำรุงผิวหรือเครื่องสำอางจากโลกอนาคตในระบบห้างสรรพสินค้าออกมาขายล่ะ?
ของจากปี 2026 ย่อมมีคุณภาพและประสิทธิภาพเหนือกว่าของในยุคนี้เป็นร้อยเท่า ถ้าเธอนำมันมาแบ่งใส่บรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ดูเข้ากับยุคสมัย แล้วแอบนำไปขายในเมือง หรือขายในตลาดมืดที่ฟ่านเหวินเจี๋ยคุมอยู่ล่ะก็... เงินยี่สิบหยวนก็เป็นแค่เรื่องกล้วยๆ!
เซี่ยชิงหรันคลี่ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเจ้าเล่ห์นิดๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ตลาดมืดสินะ... ดูท่าทางฉันคงจะต้องไปเยือนถิ่นของสามีธงแดงสักหน่อยแล้ว" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ นัยน์ตาเป็นประกายวาววับไปด้วยความมุ่งมั่นแห่งการทำธุรกิจ!
หลังจากจัดการเรื่องอาหารเช้าและส่งฟ่านเสี่ยวตงไปฝากไว้กับป้าหลี่เพื่อนบ้านที่แสนดีพร้อมกับเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วชามโตเป็นค่าตอบแทน เซี่ยชิงหรันก็กลับเข้ามาในห้องนอนเพื่อเตรียมตัวสำหรับแผนการหาเงินยี่สิบหยวนของเธอ
หญิงสาวเรียกหน้าจอระบบห้างสรรพสินค้าไร้พรมแดนขึ้นมา ยอดแต้มบุญคงเหลือตอนนี้คือเก้าสิบแต้ม เธอใช้นิ้วเลื่อนหาหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างรวดเร็ว ในยุค 80 ที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังต้องทำงานหนักสู้แดดสู้ลม ครีมบำรุงผิวที่สามารถให้ความชุ่มชื้นและปรับสีผิวให้กระจ่างใสได้ทันทีถือเป็นของวิเศษที่ใครๆก็ปรารถนา
เธอเลือกซื้อครีมบำรุงผิวสารสกัดจากไข่มุกและสมุนไพรโบราณจากปี 2026 ซึ่งมีสรรพคุณบำรุงล้ำลึกและกลิ่นหอมละมุนแบบผู้ดีจีนดั้งเดิม จำนวนหนึ่งกระปุกใหญ่ในราคาห้าสิบแต้ม จากนั้นก็ซื้อตลับกระเบื้องเคลือบสีขาวใบเล็กๆลายดอกเหมยที่ดูประณีตและเข้ากับยุคสมัยอีกสิบตลับในราคาสิบแต้ม คงเหลือแต้มบุญไว้สามสิบแต้มสำหรับเหตุฉุกเฉิน
เซี่ยชิงหรันจัดการแบ่งครีมจากกระปุกใหญ่ลงในตลับกระเบื้องเคลือบอย่างระมัดระวัง เนื้อครีมสีขาวมุกเนียนนุ่มส่งกลิ่นหอมหวนชวนหลงใหล เพียงแค่ได้กลิ่นก็รู้ทันทีว่าเป็นของชั้นเลิศ เธอเก็บตลับครีมทั้งสิบใบลงในตะกร้าไม้ไผ่สานใบเก่า ปิดทับด้วยเศษผ้าฝ้ายสีมอๆเพื่อตบตาผู้คน
การจะเข้าตลาดมืดในอำเภอไม่ใช่เรื่องที่จะเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปได้ สถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยอันตรายและสายตาของเจ้าหน้าที่รัฐที่คอยจับจ้อง เซี่ยชิงหรันจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสีเทาตัวโคร่งที่ดูเก่าและขาดวิ่นที่สุดของร่างเดิม รวบผมที่ปล่อยสยายเกะกะเป็นมวยต่ำหลวมๆ และใช้ผงขี้เถ้าจากเตาไฟแต้มลงบนใบหน้าเพื่อพรางความงดงามของตนเองให้ดูหมองคล้ำและกลมกลืนไปกับชาวบ้านหาเช้ากินค่ำทั่วไป
เมื่อจัดการตัวเองเสร็จสิ้น เธอก็เดินเท้าออกจากหมู่บ้านไปรอขึ้นรถแทรกเตอร์รับจ้างที่ปากทาง ถนนลูกรังที่ขรุขระและเต็มไปด้วยหลุมบ่อทำให้ร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวดีของเธอสั่นคลอนจนแทบจะอาเจียนออกมา แต่แววตาของนักเจรจาสาวกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง รถแทรกเตอร์ก็แล่นเข้าสู่ตัวอำเภอ บรรยากาศของเมืองในยุค 80 แตกต่างจากหมู่บ้านชนบทอย่างสิ้นเชิง มีตึกแถวสองชั้นปลูกเรียงราย ผู้คนขี่จักรยานสัญจรไปมาขวักไขว่ เสียงกระดิ่งรถจักรยานดังประสานกับเสียงตะโกนขายของของร้านค้าริมทาง
เซี่ยชิงหรันเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยแคบๆตามความทรงจำอันเลือนรางของร่างเดิม จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าซอยตันแห่งหนึ่งที่มีกองขยะส่งกลิ่นเหม็นเน่ากองสุมอยู่ ดูเผินๆเหมือนเป็นเพียงซอยร้างที่ไม่มีใครสัญจร ทว่าเมื่อเดินลึกเข้าไปและเลี้ยวขวาที่หัวมุมแคบๆ ภาพเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปราวกับหลุดเข้ามาสู่อีกโลกหนึ่ง
