บทที่ 14 14
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงจนแตะขอบเขา ท้องฟ้าสีส้มอมแดงเริ่มถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดยามราตรี ลมเย็นยะเยือกพัดโชยมาปะทะใบหน้า เซี่ยชิงหรันก้าวลงจากรถแทรกเตอร์รับจ้างด้วยสภาพที่เหนื่อยล้า ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจากการนั่งเกร็งกระแทกกระทั้นมาตลอดทาง แต่เมื่อนึกถึงเงินสามสิบหยวนที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านใน รอยยิ้มแห่งความปีติก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนคราบขี้เถ้า
หญิงสาวเดินลัดเลาะไปตามคันนา มุ่งหน้าไปยังบ้านของป้าหลี่เพื่อรับตัวฟ่านเสี่ยวตง ทันทีที่ผลักประตูรั้วไม้ไผ่เข้าไป ร่างเล็กๆที่กำลังนั่งยองๆ เล่นดินอยู่หน้าลานบ้านก็เงยหน้าขึ้นมา พอเห็นว่าเป็นใคร เด็กน้อยก็เบิกตากว้าง ทิ้งกิ่งไม้ในมือแล้ววิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขาเธอไว้แน่น
"แม่จ๋า! แม่กลับมาแล้ว!" เสียงใสแจ๋วร้องเรียกด้วยความดีใจ ใบหน้าเล็กๆ ถูไถกับกางเกงผ้าฝ้ายสีเทาของเธออย่างออดอ้อน
เซี่ยชิงหรันย่อตัวลงอุ้มร่างที่ยังคงเบาหวิวของเด็กน้อยขึ้นมาแนบอก แม้จะหนักและปวดเมื่อยแขน แต่ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากตัวเด็กชายก็ทำให้เธอรู้สึกคุ้มค่า "เป็นไงบ้างลูก อยู่กับคุณยายหลี่ดื้อหรือเปล่า"
"ตงตงไม่ดื้อเลย ตงตงช่วยคุณยายหลี่ให้อาหารไก่ด้วย คุณยายหลี่บอกว่าตงตงเก่งมาก" เด็กน้อยยืดอกพูดอย่างภาคภูมิใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ
ป้าหลี่เดินเช็ดมือออกมาจากในครัว พอเห็นเซี่ยชิงหรันก็ส่งยิ้มกว้างให้ "กลับมาแล้วเรอะอาหรัน ตงตงเลี้ยงง่ายมาก ไม่ร้องไห้กวนใจสักนิด แถมกินข้าวกับหมูตุ๋นที่เอ็งให้มาซะเกลี้ยงชามเลย ขอบใจมากนะ หมูตุ๋นของเอ็งอร่อยจนตาเฒ่าบ้านข้าบ่นอยากกินอีกเลยล่ะ"
"ขอบคุณป้าหลี่มากนะคะที่ช่วยดูแลตงตงให้ วันหลังฉันจะทำมาฝากอีกแน่นอนค่ะ" เซี่ยชิงหรันกล่าวขอบคุณจากใจจริง ก่อนจะขอตัวพาเด็กน้อยกลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้านดินซอมซ่อ เซี่ยชิงหรันจัดการจุดตะเกียงน้ำมันก๊าด แสงสีส้มสลัวสาดส่องไปทั่วบริเวณบ้านที่ว่างเปล่า ฟ่านเหวินเจี๋ยยังไม่กลับมา เธอถอนหายใจยาว วางฟ่านเสี่ยวตงลงบนเตียงไม้ สั่งให้เขานั่งเล่นรอเงียบๆ ส่วนเธอก็รีบจัดการล้างคราบขี้เถ้าบนใบหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่สะอาดขึ้น
เซี่ยชิงหรันล้วงเงินปึกหนาออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เธอจัดการแบ่งเงินสิบหยวนแรกใส่เข้าไปในช่องเก็บของมิติของระบบห้างสรรพสินค้าไร้พรมแดนทันที เพราะนี่คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ไม่มีใครสามารถขโมยมันไปได้ ส่วนเงินอีกยี่สิบหยวนที่เหลือ เธอพับมันอย่างประณีตและกำไว้ในมือแน่น รอเวลาที่จะชำระหนี้และทวงคืนศักดิ์ศรีจากผู้ชายปากร้ายคนนั้น
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งฟ่านเสี่ยวตงผล็อยหลับไปบนเตียงด้วยความอ่อนเพลีย เซี่ยชิงหรันนั่งรออยู่ที่โต๊ะไม้กลางห้องโถง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรดังมาจากพงหญ้าด้านนอก
และแล้ว เสียงฝีเท้าหนักๆก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน
ปัง!
บานประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนังดิน เซี่ยชิงหรันสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา ฟ่านเหวินเจี๋ยอยู่ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิทตัวเดียวกับที่เธอเห็นในตลาดมืด ทว่าสิ่งที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกลงฉับพลันไม่ใช่ลมหนาวจากภายนอก แต่เป็นรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่ม
ใบหน้าหล่อเหลาของฟ่านเหวินเจี๋ยบึ้งตึงและดำทะมึนราวกับพายุฝนฟ้าคะนอง นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุณ ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา เขาสั่งให้ลูกน้องพลิกตลาดมืดแทบทุกตารางนิ้วเพื่อตามหาผู้หญิงในชุดสีเทาคนนั้น แต่กลับคว้าน้ำเหลว ราวกับว่านางระเหยหายไปในอากาศ
ความหงุดหงิดและความสงสัยที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้เขาแทบคลั่ง เขาเดินกระแทกเท้าเข้ามาในห้องโถง สายตาดุดันตวัดมองเซี่ยชิงหรันที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะไม้
"วันนี้เธอไปไหนมา" น้ำเสียงของเขากดต่ำ เย็นเยียบจนบาดลึกเข้าไปในกระดูก
เซี่ยชิงหรันลอบกลืนน้ำลาย พยายามบังคับมือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะไม่ให้สั่น เธอรู้ดีว่าเขากำลังจับผิด และถ้าเธอแสดงความหวาดกลัวออกมาเพียงนิดเดียว เขาจะขย้ำเธอทันที
"ฉันก็อยู่แถวนี้แหละ ตอนเช้าเอาตงตงไปฝากป้าหลี่ไว้ แล้วก็ออกไปทำธุระ" เธอตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามสบตาเขาอย่างไม่ลดละ
