บทที่ 3 3
เสียงฝนสาดกระทบหลังคามุงจากดังเปาะแปะประสานกับเสียงลมหวีดหวิวที่พัดลอดช่องว่างของบานหน้าต่างไม้ผุพัง อากาศภายในบ้านดินเหนียวหลังเล็กเย็นเยียบลงเรื่อยๆ ทว่าสิ่งที่ทรมานเซี่ยชิงหรันในเวลานี้กลับไม่ใช่ความหนาวเย็น แต่เป็นเสียงโครกครากที่ดังก้องมาจากกระเพาะอาหารของเธอเอง
เซี่ยชิงหรันยกมือกุมท้องที่แบนราบ ร่างกายนี้ผอมบางเกินไปแถมยังไร้เรี่ยวแรง ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่บอกเธอว่าตั้งแต่เมื่อวานเย็นเจ้าของร่างเดิมยังไม่มีข้าวตกถึงท้องเลยสักเม็ด เพราะมัวแต่เอาเวลาไปเดินตามตื๊อพ่อค้าเร่เพื่อต่อราคาลิปสติกและแป้งตลับจนลืมกินข้าวลืมปลา ความหิวโหยในตอนนี้รุนแรงจนทำให้เธอหน้ามืดและตาลาย
เธอหันกลับไปมองบนเตียง ฟ่านเสี่ยวตงยังคงหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยพิษไข้เริ่มกลับมามีสีเลือดฝาดตามปกติ แผ่นเจลลดไข้จากยุคอนาคตทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม ทว่าร่างกายที่ซูบผอมจนเห็นซี่โครงและผิวพรรณที่แห้งกร้านของเด็กน้อย บ่งบอกชัดเจนว่าเขาขาดสารอาหารอย่างหนัก ต่อให้หายไข้ แต่ถ้าไม่มีอาหารดีๆ ตกถึงท้อง ร่างกายนี้ก็คงทนรับสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายของยุค 80 ไม่ไหวอยู่ดี
เซี่ยชิงหรันสูดลมหายใจเข้าลึก เรียกหน้าจอระบบห้างสรรพสินค้าไร้พรมแดนขึ้นมาตรงหน้าอีกครั้ง ตัวเลข 80 แต้มที่มุมขวาบนคือความหวังเดียวของเธอในตอนนี้
เธอต้องทำอาหาร และต้องเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุดเพื่อฟื้นฟูร่างกายของเด็กน้อยและตัวเธอเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่จริงในยุคนี้ เพื่อไม่ให้ฟ่านเหวินเจี๋ยสงสัยจนเกินไปหากเขามาเห็นเข้า
นิ้วเรียวกดเลื่อนดูหมวดหมู่อาหารสดอย่างรวดเร็ว เนื้อหมูสามชั้นเกรดพรีเมียมกิโลกรัมละ 5 แต้ม ข้าวหอมคัดพิเศษสองกิโลกรัมราคา 2 แต้ม ไข่ไก่สดสิบฟองราคา 1 แต้ม และชุดเครื่องปรุงรสพื้นฐานอย่างซีอิ๊วขาว น้ำตาลกรวด ขิง และต้นหอม รวมอีก 2 แต้ม เธอตัดสินใจกดยืนยันการสั่งซื้อทันที
หน้าจอแสดงผลหักแต้มไป 10 แต้ม คงเหลือ 70 แต้ม พริบตาเดียววัตถุดิบสดใหม่ทั้งหมดก็ถูกส่งเข้าไปอยู่ในช่องเก็บของมิติ
เซี่ยชิงหรันพยุงร่างที่อ่อนล้าลุกขึ้นยืน เดินโซเซออกจากห้องนอนแคบๆ มุ่งหน้าไปยังส่วนที่เรียกว่าห้องครัว ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงเพิงเล็กๆ ที่ต่อเติมออกมาด้านหลังบ้าน สภาพของมันดูไม่จืด เตาดินเหนียวมีคราบเขม่าควันดำปี๋เกาะกรัง หม้อสังกะสีบุบเบี้ยว ถังใส่ข้าวสารที่เปิดฝาอ้าซ่าว่างเปล่าจนเห็นก้นถัง มีเพียงแมงมุมตัวเล็กที่ชักใยอยู่ตรงมุม
เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะดึงเอาวัตถุดิบทั้งหมดออกมาจากมิติ วางลงบนโต๊ะไม้ที่โยกเยกไปมา ข้าวหอมเม็ดเรียวยาวขาวสะอาด เนื้อหมูสามชั้นที่มีชั้นเนื้อสลับไขมันอย่างสวยงามราวกับภาพวาด เพียงแค่เห็นวัตถุดิบ น้ำลายของเธอก็สอขึ้นมาเต็มปาก
ในชาติก่อน เซี่ยชิงหรันไม่ใช่แค่ผู้บริหารที่เก่งกาจเรื่องการเจรจาธุรกิจ แต่เพื่อคลายความเครียดจากการทำงาน เธอจึงไปลงเรียนคอร์สทำอาหารระดับมาสเตอร์เชฟจนฝีมือการทำอาหารของเธออยู่ในระดับที่เปิดภัตตาคารได้สบายๆ การทำอาหารจากเตาฟืนในยุค 80 อาจจะทุลักทุเลไปบ้างสำหรับมือใหม่หัดก่อกองไฟ แต่สัญชาตญาณแม่ครัวในตัวเธอยังคงทำงานอย่างเต็มเปี่ยม
หลังจากใช้ความพยายามอยู่นานนับสิบนาที เปลวไฟสีส้มก็ลุกโชนขึ้นในเตาดินเหนียว เซี่ยชิงหรันจัดการซาวข้าวและตั้งหม้อหุงข้าวด้วยไฟอ่อน จากนั้นจึงหันมาจัดการกับเนื้อหมูสามชั้น เธอใช้มีดทำครัวที่ทื่อจนแทบจะหั่นอะไรไม่เข้า เฉือนเนื้อหมูออกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ นำไปรวนในกระทะเหล็กใบเก่าจนน้ำมันหมูสีใสส่งกลิ่นหอมฉุยลอยกรุ่นขึ้นมา
จากนั้นเธอใส่น้ำตาลกรวดลงไปผัดจนละลายเป็นสีคาราเมลเคลือบชิ้นหมูให้ดูเงางาม ตามด้วยขิงฝานและต้นหอมเพื่อดับคาว ปิดท้ายด้วยการเหยาะซีอิ๊วขาวและเติมน้ำเปล่าลงไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อน
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน กลิ่นหอมหวานของหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วก็ระเบิดออกมาราวกับเวทมนตร์ กลิ่นของเนื้อหมูที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มผสมผสานกับกลิ่นคาราเมลและซีอิ๊วหอมกรุ่น มันตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวเล็กๆ ลอยทะลุผนังดินเหนียวออกไปปะทะกับอากาศเย็นเฉียบภายนอก แม้แต่กลิ่นฝนที่ตกหนักก็ไม่อาจกลบความหอมหวนนี้ได้
และกลิ่นนั้นก็ลอยเข้าไปถึงในห้องนอน
