บทที่ 4 4
ฟ่านเสี่ยวตงขยับตัวยุกยิกอยู่ใต้ผ้าห่ม เปลือกตาบางใสค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่เด็กน้อยรับรู้คือความเบาสบายที่ศีรษะ อาการปวดหัวราวกับถูกค้อนทุบและอาการหนาวสั่นจนปวดกระดูกหายเป็นปลิดทิ้ง แผ่นเจลบนหน้าผากหลุดร่วงลงมาอยู่ข้างหมอน แต่ความเย็นสบายยังคงหลงเหลืออยู่
เด็กน้อยสูดจมูกฟุดฟิด กลิ่นอะไรบางอย่างที่หอมจนทำให้กระเพาะอาหารของเขาบีบรัดตัวอย่างรุนแรงลอยมาเตะจมูก มันหอมกว่าซาลาเปาไส้เนื้อที่เขาเคยเห็นลูกชายผู้ใหญ่บ้านกินเสียอีก หอมจนน้ำลายสอเต็มปาก
เสี่ยวตงพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ขาทั้งสองข้างสั่นเทาเมื่อก้าวลงจากเตียง เขาเดินคลำทางออกไปตามกลิ่นหอมนั้นอย่างเลื่อนลอย ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูห้องครัวทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
ผู้หญิงใจร้ายคนนั้น... แม่บุญธรรมที่มักจะเอาไม้เรียวตีเขาเวลาที่พ่อไม่อยู่ กำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟ แสงสีส้มจากเปลวเพลิงสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเธอ ทำให้เธอดูงดงามและอบอุ่นอย่างประหลาด เธอกำลังตักข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุยใส่ลงในชามใบเก่า ก่อนจะตักเนื้อหมูสามชั้นสีแดงมันวาวราดทับลงไป น้ำซอสสีเข้มไหลซึมลงสู่เมล็ดข้าวสีขาวนวล
เสียงกลืนน้ำลายดังเอื๊อกของเด็กน้อยทำให้เซี่ยชิงหรันหันขวับมามอง
เสี่ยวตงสะดุ้งเฮือก สัญชาตญาณความกลัวทำให้เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สองมือยกขึ้นปิดศีรษะโดยอัตโนมัติ ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริก "แม่... ตงตงไม่ได้ตั้งใจแอบดู ตงตงแค่วิ่งตามกลิ่นมา อย่าตีตงตงเลยนะ"
ภาพความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกของเด็กวัยสี่ขวบทำให้หัวใจของเซี่ยชิงหรันบีบรัดอย่างเจ็บปวด เธอรีบวางทัพพีในมือลง หยิบผ้าสะอาดมาเช็ดมือแล้วเดินเข้าไปหาเขาย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน
"ตงตง หิวใช่ไหมลูก" น้ำเสียงของเธออ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างที่ฟ่านเสี่ยวตงไม่เคยได้ยินมาก่อน
เด็กน้อยช้อนสายตาขึ้นมองอย่างหวาดระแวง แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่เปื้อนยิ้มบางๆ ของเธอ เขาก็เผลอพยักหน้าออกไปโดยไม่รู้ตัว เสียงท้องร้องโครกครากดังประท้วงขึ้นมาสนับสนุนคำตอบของเขา
เซี่ยชิงหรันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเอื้อมมือไปจูงมือเล็กๆ ที่เย็นเฉียบและหยาบกร้านของเขาให้เดินมาที่โต๊ะไม้ จับเขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้เตี้ยๆ ก่อนจะเลื่อนชามข้าวราดหมูสามชั้นตุ๋นไปตรงหน้า
"กินสิ วันนี้แม่ทำของโปรดให้ตงตงกินโดยเฉพาะเลยนะ เนื้อหมูนุ่มๆ กับข้าวสวยร้อนๆ กินเยอะๆ จะได้หายป่วยไวๆ" เธอยัดตะเกียบไม้ไผ่ใส่มือที่กำลังสั่นเทาของเขา
ฟ่านเสี่ยวตงก้มมองชามข้าวตรงหน้า กลิ่นหอมของอาหารแทบจะทำให้เขาสติแตก แต่ความหวาดระแวงก็ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม ในอดีตเวลาที่แม่ทำกับข้าว เธอจะกินคนเดียวจนหมดและโยนเศษผักต้มจืดชืดให้เขากินเหมือนหมาตัวหนึ่ง วันนี้ทำไมเธอถึงเอาเนื้อหมูชิ้นโตขนาดนี้มาให้เขา
"ในนี้... มียาพิษไหม" เสียงเล็กๆ ถามขึ้นมาอย่างซื่อบริสุทธิ์ แต่มันกลับกรีดลึกลงไปในใจคนฟัง
เซี่ยชิงหรันชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความสะเทือนใจ เธอหยิบตะเกียบอีกคู่ขึ้นมา คีบหมูสามชั้นชิ้นหนึ่งใส่ปากตัวเอง เคี้ยวตุ้ยๆ ให้เขาดูเป็นขวัญตา
"เห็นไหม ไม่มีพิษหรอก อร่อยมากเลยนะ ตงตงไม่ลองชิมดูเหรอ ถ้าช้าแม่จะแย่งกินหมดนะ" เธอแกล้งทำท่าจะคีบเนื้อหมูในชามของเขา
เสี่ยวตงรีบยกมือขึ้นบังชามข้าวของตัวเองไว้ทันที ความหิวเอาชนะความกลัวได้ในที่สุด เขาใช้ตะเกียบคีบเนื้อหมูชิ้นเล็กๆ เข้าปากอย่างเก้ๆ กังๆ
ทันทีที่เนื้อหมูสามชั้นสัมผัสกับลิ้น ความนุ่มละมุนราวกับจะละลายในปากก็แผ่ซ่าน รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมของซอสที่ซึมลึกเข้าไปในทุกอณูของเนื้อ ผสมผสานกับความหอมของข้าวสวยเม็ดนุ่ม มันเป็นรสชาติที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เด็กชายวัยสี่ขวบคนนี้เคยลิ้มลอง อร่อยจนน้ำตาหยดใสๆ ร่วงเผาะลงมาจากหางตา
"ฮึก... อร่อย... อร่อยจังเลย" เสี่ยวตงร้องไห้โฮออกมาพร้อมกับยัดข้าวเข้าปากคำโต แก้มตอบๆ สองข้างพองตุ่ย เคี้ยวอาหารอย่างตะกละตะกลามราวกับกลัวว่ามันจะหายไป
"ค่อยๆ กินลูก เดี๋ยวก็ติดคอหรอก ไม่มีใครแย่งหนูหรอกนะ ในหม้อยังมีอีกเยอะแยะ" เซี่ยชิงหรันรีบเดินไปรินน้ำอุ่นใส่แก้วมาวางไว้ข้างๆ มือเรียวเอื้อมไปลูบกลุ่มผมที่แห้งกระด้างของเขาอย่างเบามือ สัมผัสถึงความอบอุ่นที่เริ่มแผ่ซ่านจากร่างกายเล็กๆ
เสี่ยวตงเงยหน้าขึ้นมองเธอทั้งน้ำตา ปากยังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ "แม่... ต่อไปนี้ตงตงจะเป็นเด็กดี ตงตงจะช่วยแม่ทำงานบ้านทุกอย่าง แม่ทำหมูอร่อยๆ แบบนี้ให้ตงตงกินอีกได้ไหม อย่าเอาเงินไปซื้อแป้งทาหน้าหมดเลยนะ"
คำพูดไร้เดียงสาแต่แฝงไปด้วยความน่าเวทนาทำให้เซี่ยชิงหรันต้องกลั้นน้ำตา เธอพยักหน้าหนักแน่น "ได้สิ ต่อไปนี้แม่จะไม่ซื้อของพวกนั้นอีกแล้ว แม่จะเอาเงินมาซื้อข้าวซื้อขนมให้ตงตงกินทุกวันเลยดีไหม"
เด็กน้อยยิ้มกว้างจนตาหยี เป็นรอยยิ้มแรกที่เธอได้เห็นตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ มันช่างเป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวและบริสุทธิ์เหลือเกิน
ปัง!
