บทที่ 6 6
เซี่ยชิงหรันสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่หนักแน่น "เงินยี่สิบหยวน... ฉันเอาไปซื้อยาและอาหารให้เสี่ยวตงหมดแล้ว"
"โกหก!" ฟ่านเหวินเจี๋ยตวาดลั่นจนเสี่ยวตงสะดุ้งสุดตัว "ยาบ้าอะไรจะราคาแพงขนาดนั้น แล้วหมอที่ไหนเป็นคนขายให้เธอ ในตำบลนี้มีแค่สุขศาลาเดียว และฉันก็เพิ่งไปถามพยาบาลที่นั่นมา พวกเขาบอกว่าวันนี้ไม่มีใครพาเด็กมารักษาเลยสักคน!"
เซี่ยชิงหรันลอบกลืนน้ำลาย ผู้ชายคนนี้ฉลาดและรอบคอบเกินไป เขาตรวจสอบมาหมดแล้วจริงๆ
"ฉันไม่ได้พาเขาไปที่สุขศาลา" เธอตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาจังหวะการหายใจให้เป็นปกติ "ระหว่างทางที่ฉันกำลังจะพาเสี่ยวตงไปหาหมอ ฉันบังเอิญเจอพ่อค้าเร่คนหนึ่ง... เขาบอกว่ามียานำเข้าจากต่างประเทศ เป็นยาลดไข้ที่ออกฤทธิ์เร็วมาก แค่กินไม่กี่ครั้งก็หายขาด ฉันเห็นว่าเสี่ยวตงอาการหนักมาก ถ้ารอไปถึงสุขศาลาอาจจะไม่ทันการณ์ ฉันเลยตัดสินใจซื้อยาจากเขา"
"พ่อค้าเร่?" ฟ่านเหวินเจี๋ยแค่นหัวเราะเยาะ "เธอคิดว่าฉันโง่เหรอเซี่ยชิงหรัน พ่อค้าเร่ที่ไหนจะมียานำเข้าจากต่างประเทศมาขายในหมู่บ้านกันดารแบบนี้ แล้วต่อให้มีจริง เธอ... ผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวอย่างเธอเนี่ยนะ จะยอมควักเงินยี่สิบหยวนซื้อยาให้เด็กที่เธอเกลียดชัง"
"ฉันรู้ว่าคุณไม่เชื่อ" เซี่ยชิงหรันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "เพราะอดีตที่ผ่านมาฉันมันเลวทรามจริงๆ ฉันยอมรับว่าฉันเคยเห็นแก่ตัว ฉันเคยทำร้ายเสี่ยวตง แต่... ตอนที่ฉันเห็นเขานอนชักอยู่บนเตียง ตอนที่เขาละเมอเรียกหาแม่... ฉัน... ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกบีบ"
เธอบีบน้ำตาให้รื้นขึ้นมาคลอเบ้า แสร้งทำน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ฉันอาจจะเคยเป็นคนเลว แต่ฉันก็เป็นคนนะฟ่านเหวินเจี๋ย ฉันไม่ได้ไร้หัวใจจนทนดูเด็กคนหนึ่งตายไปต่อหน้าต่อตาได้หรอก ยานั่นราคาห้าหยวน ส่วนเงินที่เหลือ... ฉันเอาไปซื้อข้าวหอมกับหมูสามชั้นพวกนี้มาให้เขา เพราะเขาผอมจนแทบจะเหลือแต่กระดูกแล้ว ถ้าไม่บำรุงให้ดี ต่อให้หายไข้ ร่างกายเขาก็คงทนไม่ไหว"
ฟ่านเหวินเจี๋ยขมวดคิ้วแน่น คำพูดของเธอฟังดูมีเหตุผล แต่สัญชาตญาณของเขากลับร้องเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติ ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปมากเกินไป แววตาของเธอไม่หลุกหลิกหวาดกลัวเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและมั่นใจ ท่าทางการพูดจาของเธอก็ดูฉะฉานและมีหลักการมากขึ้น ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
"แล้วขวดยาล่ะ อยู่ไหน" เขาถามเสียงเรียบ พยายามจับผิดเธอต่อไป
เซี่ยชิงหรันเตรียมใจรับคำถามนี้มาแล้ว เธอชี้มือไปยังกองไฟในเตาดินเหนียว "ฉันโยนมันทิ้งเข้ากองไฟไปแล้ว ฉันกลัวว่าถ้าคุณมาเห็นขวดยาแปลกๆ คุณจะหาว่าฉันเอาอะไรให้ลูกกินแล้วจะโมโหใส่ฉันอีก"
หมอเฉินที่ยืนเงียบอยู่นานอดรนทนไม่ไหว เดินเข้าไปใกล้เตาไฟแล้วใช้ไม้เขี่ยดูเศษขี้เถ้า "เออว่ะ มีเศษอะไรเหนียวๆ ละลายอยู่จริงๆ ด้วย กลิ่นยาแปลกๆ ก็ยังมีติดอยู่เลย"
ฟ่านเหวินเจี๋ยหันไปมองหมอเฉินด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันกลับมามองเซี่ยชิงหรันอีกครั้ง เขาพยายามค้นหาความจริงจากแววตาของเธอ แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่าและความมุ่งมั่น
"โอเค สมมติว่าฉันเชื่อเรื่องยา" ฟ่านเหวินเจี๋ยกอดอก จ้องหน้าเธอเขม็ง "แล้วอาหารพวกนี้ล่ะ เนื้อหมูสามชั้นชั้นดีแบบนี้ ต่อให้มีเงินยี่สิบหยวนก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ ในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครขายเนื้อหมูแบบนี้หรอกนะ แล้วเธอไปเอามาจากไหน"
เซี่ยชิงหรันใจเต้นแรง เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้อธิบายยากที่สุดในยุค 80 ที่เนื้อหมูถือเป็นของหายากและต้องใช้คูปองอาหารในการซื้อ แต่เธอจะบอกความจริงเรื่องระบบห้างสรรพสินค้าไม่ได้เด็ดขาด
"พ่อค้าเร่คนนั้น... เขาไม่ได้ขายแค่ยา เขามีอาหารสดมาขายด้วย" เธอตอบเสียงเรียบ พยายามปั้นหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด "เขาบอกว่าเพิ่งรับมาจากในเมือง ฉันเห็นว่าเนื้อหมูมันดูน่ากินมาก และเสี่ยวตงก็คงไม่เคยกินของดีๆ แบบนี้ ฉันเลยเหมามาทั้งหมด"
"เธอหมายความว่า พ่อค้าเร่คนนั้นบังเอิญเดินผ่านมาที่หมู่บ้านเรา บังเอิญมียานำเข้าจากต่างประเทศ และบังเอิญมีเนื้อหมูสามชั้นเกรดพรีเมียมมาขายให้เธอพอดีงั้นเหรอ" ฟ่านเหวินเจี๋ยเลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประชดประชัน
"ใช่" เซี่ยชิงหรันพยักหน้าหนักแน่น "มันอาจจะฟังดูบังเอิญเกินไป แต่ทุกอย่างที่ฉันพูดคือความจริง ถ้าคุณไม่เชื่อ... คุณก็ดูสภาพของเสี่ยวตงตอนนี้สิ เขาดีขึ้นมากแล้วไม่ใช่เหรอ"
ฟ่านเหวินเจี๋ยหันไปมองเด็กน้อยที่กำลังจ้องหน้าเขาด้วยความหวาดหวั่น แก้มที่เคยตอบเริ่มมีสีเลือดฝาด ริมฝีปากแห้งแตกเริ่มดูชุ่มชื้นขึ้น เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเด็กคนนี้อาการดีขึ้นราวกับปาฏิหาริย์
"พ่อ..." ฟ่านเสี่ยวตงเรียกเสียงแผ่ว "อย่าโกรธแม่เลยนะ แม่ทำหมูอร่อยๆ ให้ตงตงกินด้วย ตงตงไม่ปวดหัวแล้ว"
คำพูดของเด็กน้อยเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่สาดรดลงบนกองเพลิงแห่งความโกรธในใจของฟ่านเหวินเจี๋ย เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินเข้าไปลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ ความแข็งกร้าวในดวงตาเลือนหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความอ่อนโยนของผู้เป็นพ่อ
"กินให้อิ่มเถอะตงตง พ่อไม่โกรธแล้ว" เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดกับเมื่อครู่
