บทที่ 8 8

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างไม้เข้ามาตกกระทบลงบนพื้นดินเหนียว กลิ่นไอดินหลังฝนตกอบอวลไปทั่วบริเวณ เซี่ยชิงหรันขยับเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความเหนื่อยล้าจากการทะลุมิติและการเผชิญหน้ากับมาเฟียหนุ่มเมื่อคืนทำให้เธอหลับสนิทไปจนถึงเช้า

​            เธอหันไปมองพื้นที่ว่างเปล่าข้างเตียง ฟ่านเหวินเจี๋ยออกไปแล้ว คงจะไปที่ตลาดมืดตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ผู้ชายคนนั้นใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายทุกวันเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว แม้วิธีการของเขาจะเทาไปบ้างในยุคนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ผิดกับเจ้าของร่างเดิมที่เอาแต่ผลาญเงินและสร้างปัญหา

​            "แม่... ตงตงหิวแล้ว"

​            เสียงเล็กๆ ที่ดังอู้อี้อยู่ข้างลำตัวทำให้เซี่ยชิงหรันหลุดจากภวังค์ เธอหลุบตาลงมองเด็กชายวัยสี่ขวบที่กำลังซุกหน้าขยี้ตากับท่อนแขนของเธอ ฟ่านเสี่ยวตงไม่มีอาการตัวร้อนแล้ว ผิวพรรณดูสดใสขึ้นกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด แววตาที่เคยมองเธอด้วยความหวาดผวาก็เปลี่ยนเป็นความออดอ้อนตามประสาเด็กที่โหยหาความรัก

​            เซี่ยชิงหรันยิ้มบางๆ ยกมือขึ้นลูบผมที่ชี้ฟูของเขา "หิวแล้วเหรอลูก งั้นเดี๋ยวแม่ไปอุ่นข้าวกับหมูตุ๋นที่เหลือจากเมื่อคืนให้นะ รอเดี๋ยวนะคนเก่ง"

​            เธอพยุงร่างที่ยังคงปวดเมื่อยลุกขึ้นจัดการธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินเข้าครัวไปอุ่นอาหาร เช้านี้เธอไม่ได้ซื้อวัตถุดิบอะไรจากระบบเพิ่ม เพราะต้องประหยัดแต้มที่เหลืออยู่ 70 แต้มเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน อีกอย่าง ข้าวสวยและหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วที่เหลือจากเมื่อคืนก็เพียงพอสำหรับเธอกับเด็กน้อยแล้ว

​            ขณะที่เซี่ยชิงหรันกำลังคีบเนื้อหมูชิ้นนุ่มใส่ชามให้ฟ่านเสี่ยวตง เสียงทุบประตูลานบ้านก็ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังมันเข้ามา

​            ปัง! ปัง! ปัง!

​            "เซี่ยชิงหรัน นังตัวดี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ ฉันรู้ว่าแกอยู่ข้างใน อย่ามาทำเป็นหดหัวอยู่ในกระดองนะ ออกมาจ่ายหนี้ฉันเดี๋ยวนี้!"

​            เสียงแหลมปรี๊ดที่ดังทะลุกำแพงดินเข้ามาทำเอาฟ่านเสี่ยวตงสะดุ้งสุดตัว เด็กน้อยทำตะเกียบหลุดมือ ใบหน้าเล็กๆ ซีดเผือดลงทันที สัญชาตญาณความกลัวทำให้เขารีบวิ่งเข้าไปหลบหลังเซี่ยชิงหรัน สองมือเล็กกำชายเสื้อของเธอไว้แน่น

​            "แม่... ย่าใหญ่มา ตงตงกลัว" เด็กน้อยกระซิบเสียงสั่น

​            เซี่ยชิงหรันขมวดคิ้ว ความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมาในหัว ป้าสะใภ้ใหญ่ หรือ หวังชุยฮวา เป็นภรรยาของลุงใหญ่ฝั่งบ้านเดิมของฟ่านเหวินเจี๋ย หญิงวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วน หน้าตาเจ้าเล่ห์ และมีนิสัยละโมบโลภมาก หวังชุยฮวามักจะฉวยโอกาสตอนที่ฟ่านเหวินเจี๋ยไม่อยู่บ้านเข้ามารีดไถของกินของใช้จากร่างเดิมเสมอ และร่างเดิมที่หัวอ่อนแถมยังขี้ขลาดก็มักจะยอมให้ไปง่ายๆ เพื่อตัดรำคาญ

​            แต่ขอโทษที ตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงนี้คือนักเจรจาธุรกิจระดับอินเตอร์ ไม่ใช่เซี่ยชิงหรันคนโง่คนเดิมอีกต่อไป!

​            "ไม่ต้องกลัวนะลูก มีแม่อยู่ทั้งคน ใครก็รังแกตงตงไม่ได้ กินข้าวต่อไปเถอะ เดี๋ยวแม่จัดการเอง" เธอตบหลังมือเล็กเบาๆ เพื่อปลอบประโลม ก่อนจะลุกขึ้นยืน ยืดแผ่นหลังตั้งตรง ปรับสีหน้าให้เรียบตึงดุจนางพญา แล้วเดินก้าวออกไปเปิดประตู

ทันทีที่สลักประตูไม้ถูกดึงออก ร่างอ้วนท้วนของหวังชุยฮวาที่สวมเสื้อแจ็กเก็ตบุนวมลายดอกไม้สีฉูดฉาดก็แทบจะถลาล้มหน้าคะมำเข้ามา ด้านหลังของนางยังมีสะใภ้รองที่หน้าตาจืดชืดเดินตามมาติดๆ เหมือนลูกคู่

​            "มัวทำบ้าอะไรอยู่ฮะนังตัวดี ถึงได้เปิดประตูช้าขนาดนี้! หรือว่ากำลังซ่อนเงินไว้!" หวังชุยฮวาแผดเสียงด่าทันทีที่ตั้งหลักได้ นิ้วอวบอ้วนชี้หน้าเซี่ยชิงหรันอย่างหยาบคาย

​            เซี่ยชิงหรันปัดนิ้วอ้วนๆ นั้นออกอย่างไม่ไยดี สายตาเย็นชาตวัดมองหญิงวัยกลางคนตั้งแต่หัวจรดเท้า "ถ้าป้าสะใภ้แหกปากโวยวายแต่เช้าเพื่อมาถามว่าฉันทำอะไรอยู่ ฉันก็จะบอกเป็นวิทยาทานให้ว่าฉันกำลังกินข้าว และเสียงทุบประตูเหมือนหมาบ้าของป้ามันทำให้ลูกชายฉันตกใจจนกินข้าวไม่ลง ถ้าไม่มีธุระอะไรก็เชิญกลับไปได้แล้ว"

​            คำด่าที่สวนกลับมาอย่างเยือกเย็นและเฉียบขาดทำเอาหวังชุยฮวาถึงกับอ้าปากค้าง นังเซี่ยชิงหรันที่ปกติเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเงียบกริบ วันนี้ไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนถึงได้กล้าต่อปากต่อคำแถมยังด่านางว่าหมาบ้า!

​            "นี่แกกล้าด่าฉันเหรอนังเด็กเมื่อวานซืน!" หวังชุยฮวากระทืบเท้าเร่าๆ ใบหน้าอวบอูมแดงก่ำด้วยความโกรธ "แกอย่ามาทำเป็นปากดีนะ เมื่อเดือนก่อนแกไปขอยืมเงินฉันห้าหยวนบอกว่าจะเอาไปซื้อครีมทาหน้าในเมือง ถึงวันนี้แกต้องจ่ายทั้งต้นทั้งดอกรวมเป็นสิบหยวน จ่ายมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะเข้าไปขนของในบ้านแกให้หมด!"

​            พูดจบนางก็ทำท่าจะถลกแขนเสื้อเดินบุกเข้าไปในบ้านจริงๆ แต่เซี่ยชิงหรันขยับตัวมาขวางหน้าประตูไว้ ร่างกายแม้จะผอมบางแต่แววตาที่จ้องเขม็งกลับมีพลังคุกคามจนหวังชุยฮวาต้องชะงักเท้า

​            "สิบหยวน?" เซี่ยชิงหรันแค่นหัวเราะเสียงเย็น "ป้าสะใภ้ใหญ่ ป้าเรียนเลขมาจากไหนถึงได้คิดดอกเบี้ยร้อยละร้อยในเวลาแค่เดือนเดียว ป้าคิดว่าตัวเองเป็นนายทุนหน้าเลือดในยุคศักดินาหรือไง รู้ไหมว่านโยบายรัฐบาลตอนนี้เข้มงวดแค่ไหน การปล่อยเงินกู้หน้าเลือดรีดไถประชาชนแบบนี้ ถ้าฉันไปแจ้งสภาหมู่บ้านหรือแจ้งตำรวจ ป้าได้เข้าไปนอนกินข้าวแดงในคุกแน่!"

​            คำขู่เรื่องตำรวจและนโยบายรัฐบาลทำให้สะใภ้รองที่ยืนอยู่ด้านหลังหน้าถอดสี รีบดึงชายเสื้อหวังชุยฮวาเบาๆ แต่หวังชุยฮวาที่กำลังหน้ามืดเพราะความโลภสะบัดมือออก นางมั่นใจว่าเซี่ยชิงหรันไม่มีปัญญาไปแจ้งความหรอก นังนี่มันขี้ขลาดจะตาย

"แกอย่ามาขู่ฉันให้ยากเลยนังตัวดี! แกยืมเงินฉันไปจริงๆ ใครๆ ก็รู้ว่าแกมันหน้าใหญ่ใจโตชอบซื้อแต่ของแพงๆ ถ้าแกไม่มีเงินสด ก็เอาข้าวของในบ้านมาขัดดอกซะ หม้อเหล็กใบนั้น จักรเย็บผ้าเก่าๆ หรือแม้แต่เสื้อผ้าของแก ฉันจะเอาไปขายทอดตลาดให้หมด!" หวังชุยฮวาตะเบ็งเสียงดังขึ้นไปอีก หวังจะให้ชาวบ้านบ้านใกล้เรือนเคียงได้ยินและเข้าข้างตน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป