บทที่ 9 9

และก็เป็นไปตามคาด เสียงเอะอะโวยวายทำให้ชาวบ้านที่กำลังจะเตรียมตัวออกไปทำนาเริ่มพากันมาชะโงกหน้าดูที่ริมรั้ว เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นเบาๆ ส่วนใหญ่ต่างก็รู้กิตติศัพท์ความขี้เกียจและชอบแต่งตัวของเซี่ยชิงหรันดี จึงเริ่มโอนเอียงไปทางหวังชุยฮวา

​            เซี่ยชิงหรันเห็นชาวบ้านมารวมตัวกันก็ลอบยิ้มมุมปาก นี่แหละเวทีที่เธอต้องการ นักเจรจาที่ดีต้องรู้จักใช้มวลชนให้เป็นประโยชน์

​            "ป้าสะใภ้บอกว่าฉันยืมเงินป้าไปห้าหยวนใช่ไหม" เซี่ยชิงหรันถามเสียงดังฟังชัด เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนได้ยิน "งั้นป้าเอาสัญญากู้ยืมมาดูสิ มีลายเซ็นหรือรอยนิ้วมือของฉันประทับไว้หรือเปล่า"

​            หวังชุยฮวาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะล้วงกระดาษสีเหลืองยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลี่ออกโชว์ให้ทุกคนดู "นี่ไง! สัญญากู้ยืม มีรอยนิ้วมือแกประทับอยู่ทนโท่ แกจะมาปฏิเสธไม่ได้นะ!"

​            เซี่ยชิงหรันก้าวเข้าไปใกล้ ดึงกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือหวังชุยฮวาอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน เธอปรายตามองกระดาษแผ่นนั้นเพียงแวบเดียวก่อนจะชูขึ้นสูงเหนือหัว

​            "ทุกคนช่วยดูหน่อยสิคะ!" เซี่ยชิงหรันหันไปทางกลุ่มชาวบ้าน "ป้าสะใภ้บอกว่านี่คือรอยนิ้วมือฉันเมื่อเดือนก่อน แต่ทุกคนดูหมึกแดงนี่สิคะ มันยังเยิ้มและมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของหมึกใหม่ติดอยู่เลย แถมขนาดของรอยนิ้วมือนี่ก็ใหญ่บะเร่อเท่อ นิ้วมือฉันเล็กนิดเดียว ไม่มีทางปั๊มออกมาได้ใหญ่ขนาดนี้หรอก นี่มันรอยนิ้วมือของผู้ชายชัดๆ!"

​            ชาวบ้านหลายคนชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ บางคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

​            "จริงด้วย หมึกยังสดๆ อยู่เลย นิ้วมือของอาหรันก็เรียวเล็ก รอยปั๊มนี่ใหญ่เบ้อเริ่มเหมือนนิ้วหัวแม่เท้าคนเลย" ป้าหลี่เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันพูดแทรกขึ้นมา

​            หวังชุยฮวาหน้าซีดเผือด นางเพิ่งให้ลูกชายคนโตปั๊มนิ้วมือลงไปเมื่อเช้านี้เอง ไม่คิดว่าเซี่ยชิงหรันจะตาไวและมีไหวพริบจับผิดได้เร็วขนาดนี้

​            "กะ... ก็กระดาษมันชื้น หมึกมันก็เลยดูสดไงล่ะ! แล้วตอนนั้นแกปั๊มพลาด รอยมันก็เลยใหญ่ แกอย่ามาหาเรื่องเฉไฉนะ!" หวังชุยฮวาแถหน้าด้านๆ พยายามจะแย่งกระดาษคืน แต่เซี่ยชิงหรันเบี่ยงตัวหลบ

​            "ยังจะกล้าโกหกอีกเหรอคะ" เซี่ยชิงหรันหรี่ตาลง น้ำเสียงของเธอเริ่มแข็งกร้าวและทรงพลังจนสะกดให้ทุกคนเงียบกริบ "ความจริงก็คือ ฉันไม่เคยยืมเงินป้าแม้แต่เหมาเดียว! กลับกันเป็นป้าต่างหากที่คอยมาฉกฉวยเอาข้าวของในบ้านฉันไปตลอดเวลาที่พี่เหวินเจี๋ยไม่อยู่ เดือนก่อนป้าก็มาขโมยไข่ไก่ที่ฉันเก็บไว้ให้เสี่ยวตงไปจนหมดตะกร้า สัปดาห์ก่อนป้าก็มาแย่งข้าวสารไปครึ่งถุงอ้างว่าจะเอาไปต้มให้หมูกิน!"

​            เซี่ยชิงหรันแกล้งทำเสียงสั่นเครือ บีบน้ำตาให้รื้นขึ้นมาที่หางตา "ที่ผ่านมาฉันยอมทนเพราะเห็นว่าป้าเป็นญาติผู้ใหญ่ แต่ป้ากลับได้ใจ วันนี้เสี่ยวตงป่วยหนักเป็นไข้สูงจนชักเกือบตาย ฉันต้องเอาเงินก้อนสุดท้ายในบ้านไปซื้อยาให้ลูก จนตอนนี้แทบจะไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ ป้าไม่คิดจะมาเหลียวแลถามไถ่อาการหลานสักคำ แต่กลับฉวยโอกาสที่พี่เหวินเจี๋ยไม่อยู่ ปลอมแปลงเอกสารมาขูดรีดเอาข้าวของที่เหลืออยู่ในบ้านไปอีก ป้ายังมีหัวใจเป็นคนอยู่หรือเปล่า!"

​            คำพูดที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของหญิงสาวที่ดูบอบบางไร้ทางสู้ ทำเอาชาวบ้านที่มุงดูอยู่ถึงกับสะเทือนใจ ภาพลักษณ์ของเซี่ยชิงหรันที่เคยถูกมองว่าเป็นคนขี้เกียจและเห็นแก่ตัวถูกลบล้างไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงภาพของแม่ผู้เสียสละที่พยายามปกป้องลูกชายและครอบครัวจากญาติใจยักษ์

​            "นี่มันเกินไปแล้วนะชุยฮวา บ้านเขากำลังแย่ หลานก็ป่วย แกยังจะมารีดไถเขาอีก จิตใจแกทำด้วยอะไร" ลุงผู้ใหญ่บ้านที่เดินผ่านมาพอดีเอ่ยตำหนิเสียงเข้ม

​            "ใช่ๆ ปลอมแปลงเอกสารมาหลอกลวงแบบนี้มันผิดกฎหมายนะ อาหรัน ไปแจ้งความเลยลูก ลุงจะเป็นพยานให้เอง!" ชาวบ้านอีกคนตะโกนสนับสนุน

​            สถานการณ์พลิกกลับตาลปัตร หวังชุยฮวากลายเป็นจำเลยสังคมไปในชั่วพริบตา นางมองซ้ายมองขวาเห็นสายตาตำหนิและรังเกียจจากชาวบ้านก็เริ่มหน้าเสีย ความกร่างเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น

​            "กะ... ก็ได้! ถือว่าฉันจำผิดคนก็แล้วกัน! ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี!" หวังชุยฮวากระชากเสียงด่าทิ้งท้ายอย่างไม่ยอมเสียหน้า ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหนีออกไปอย่างรวดเร็วราวกับหมาหางจุกตูด โดยมีสะใภ้รองวิ่งกระหืดกระหอบตามไปติดๆ

​            เซี่ยชิงหรันมองตามแผ่นหลังอวบอ้วนนั้นด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันมาก้มหัวขอบคุณชาวบ้านทุกคน

​            "ขอบคุณผู้ใหญ่บ้านและลุงป้าน้าอาทุกคนมากนะคะที่ช่วยพูดให้ความเป็นธรรมกับฉัน ถ้าไม่ได้ทุกคน ฉันกับเสี่ยวตงคงแย่แน่ๆ" เธอยิ้มอ่อนหวาน กิริยามารยาทนอบน้อมแตกต่างจากอดีตราวฟ้ากับเหว

​            ชาวบ้านพากันโบกมือปฏิเสธด้วยความเอ็นดู หลายคนแอบคิดในใจว่าฟ่านเหวินเจี๋ยช่างโชคดีนักที่ภรรยาจู่ๆ ก็คิดได้และกลายเป็นคนดีมีเหตุผลแบบนี้ หลังจากพูดคุยถามไถ่อาการของเสี่ยวตงอีกสองสามประโยค ชาวบ้านก็พากันแยกย้ายไปทำงานของตน

​            เซี่ยชิงหรันปิดประตูรั้วไม้ เดินกลับเข้ามาในบ้าน เธอก้มลงมองกระดาษสัญญากู้ยืมปลอมในมือ ก่อนจะฉีกมันทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วโยนลงถังขยะอย่างไม่ไยดี

​            [ติ๊ง! ตรวจพบการปกป้องสมาชิกในครอบครัวและรักษาทรัพย์สินสำเร็จ ระบบขอมอบรางวัลพิเศษ แต้มบุญ 20 แต้ม!]

บทก่อนหน้า
บทถัดไป