บทที่ 11 เข้าป่าอีกครั้ง

บทที่ 11

เข้าป่าอีกครั้ง

เซี่ยเจียวหงกล่าวยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินเข้าครัวเพื่อทำมื้อเย็นและคิดว่าต่อไปเธอต้องให้ทุกคนในบ้านหันมากินมื้อเที่ยงด้วย เพราะจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีน้ำมีนวลขึ้น

อีกทั้งบ้านก็ไม่ได้ลำบากแล้วเช่นกัน ตอนนี้เธอเก็บเงินไว้ที่บ้านไม่เกินหนึ่งร้อยหยวนส่วนที่เหลือเธอนำไปฝากธนาคารไว้ เพราะกลัวว่าเมื่อไรที่ทุกคนไม่อยู่บ้าน พวกขโมยและพวกอยากได้ของคนอื่นจะมาขโมยไป

วันนี้สองแฝดต่างก็ได้ของเล่นและขนมไม่น้อย เซี่ยเจียวหงไม่ได้ขี้เหนียวกับลูกทั้งสอง เธอคิดว่าเด็กทั้งสองคนกำลังโต จึงไม่ห้ามและคิดว่าอีกไม่นานจะต้องสอนหนังสือลูกบ้าง แต่ปัญหาอยู่ที่ร่างเดิมอ่านเขียนไม่ได้นี่สิ คงต้องถามพี่สะใภ้กวงดู เพราะเท่าที่จำได้พี่สะใภ้คนนี้เรียนจบชั้นมัธยมต้น ทุกคนจะได้ไม่สงสัย

อาหารมื้อเย็นในวันนี้เธอตุ๋นเนื้อหมูไว้ตั้งแต่เช้า จึงคิดว่าจะทำโหมวหมูตุ๋นกินแทนอาหารเย็น ซึ่งเธอเองก็มองว่าจะทำขายด้วยเช่นกัน เพราะหมูยิ่งตุ๋นไว้ข้ามวันยิ่งอร่อย และทำง่าย

หลังจากที่มื้อเย็นผ่านไป ทุกคนจึงเข้านอนกันอย่างมีความสุขเพื่อเริ่มต้นใหม่ในวันพรุ่งนี้

วันต่อมาเซี่ยเจียวหงตื่นมาทำซาลาเปาเป็นมื้อเช้าและโจ๊กของลูกทั้งสอง เธอคิดว่าน่าจะกลับมาหลังเที่ยงจึงเตรียมเสบียงไปด้วย หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จจึงพาลูกน้อยทั้งสองไปฝากไว้กับสะใภ้กวงที่บ้านกวง

“อาฝาน เจินเจิน อย่าดื้อและอย่าซนกับป้าสะใภ้นะ ต้องช่วยดูแลป้าสะใภ้ด้วย ในท้องป้าสะใภ้มีน้องอยู่เข้าใจไหม”

“เข้าใจครับแม่ ผมจะดูแลน้องและป้าสะใภ้เอง แม่กับย่ารีบกลับมานะครับ”

ซืออี้ฝานตบอกตัวเองเพื่อยืนยันว่าเขาจะดูแลน้องสาวและป้าสะใภ้เอง ทำให้ทุกคนเกิดความเอ็นดูที่เด็กน้อยรู้จักปกป้องคนในครอบครัว

“ดูสิตัวเท่าลูกหมา จะปกป้องเมียลุงเสียแล้ว”

กวงฮ่าวจื่อขยี้หัวหลานชายด้วยความเอ็นดูก่อนจะสั่งภรรยาว่าอย่ายกของหนักและอย่าออกไปไหน ถ้ามีอะไรหรือเกิดอะไรขึ้นให้ไปบอกกลุ่มคนที่มาปรับพื้นที่ของบ้านซือ ทุกคนล้วนเป็นคนรู้จักทั้งนั้น

ก่อนไปเซี่ยเจียวหงยังเดินกลับไปเอาอาหารมื้อเที่ยงมาให้ไว้ลูกทั้งสองและสะใภ้กวงที่บ้านกวงอีกด้วย จากนั้นทั้งสี่คนจึงเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าขึ้นเขากัน

ทั้งสี่เดินเข้าป่าเรื่อย ๆ จนมาถึงป่าชั้นกลางที่สองวันก่อนเซี่ยเจียวหงเข้ามาเก็บหน่อไม้กับมันป่า

“แม่คะ แม่กับป้ากวงเก็บหน่อไม้แถวนี้ก่อนนะ ตัวฉันกับพี่ใหญ่กวงจะเดินเข้าไปด้านในอีกเล็กน้อยเผื่อว่าจะได้สัตว์ใหญ่ แต่ถ้าแม่ ป้ากวงเห็นท่าไม่ดีหรือได้ยินเสียงสัตว์ป่า ให้วางทุกอย่างทิ้งแล้วรีบปีนขึ้นต้นไม้เพื่อเอา ตัวรอดและรอเราสองคนกลับมา ตกลงไหมคะ”

นางหลิงมู่และนางกวงหลินมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าตกลง ทั้งสองไม่ต้องการเป็นตัวถ่วงลูก ๆ สาวชาวบ้านแบบพวกเธอการเอาชีวิตรอดในป่าเป็นเรื่องที่คุ้นเคยอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาหากพบอันตรายที่เข้ามาประชิดตัว

เมื่อแม่และป้ากวงรับคำ เซี่ยเจียวหงจึงเดินนำกวงฮ่าวจื่อเข้าป่าด้านในไปอีก หวังว่าวันนี้เธอจะพบหมูป่าอีกสักตัวสองตัวจะได้ไม่เสียเที่ยวในวันนี้

เหมือนโชคเข้าข้างเธอนอกจากหมูป่าเธอยังพบฝูงกวางอีกด้วย แต่เพราะความไม่แน่ใจว่าจะมีคนรับซื้อกวางหรือเปล่าและขัดต่อกฎหมายไหม จึงได้หันไปถามกับกวงฮ่าวจื่อ

“พี่ใหญ่กวง เนื้อกวางมีคนรับซื้อไหม และผิดกฎหมายหรือเปล่า”

“รับซื้อ เขากวางร้านยารับซื้อ และเนื้อกวางภัตตาคารรับซื้อส่วนเรื่องกฎหมายพี่ไม่แน่ใจ แต่ยังไม่มีคำสั่งห้ามนะ”

เซี่ยเจียวหงพยักหน้าเข้าใจ ตามที่เธอรู้มา เรื่องกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าที่จริง ๆ จัง ๆ อีกหลายปีจึงจะมีกฎหมายคุ้มครอง

จากนั้นเธอจึงให้กวงฮ่าวจื่อปีนขึ้นต้นไม้คนละต้นกับเธอแต่เซี่ยเจียวหงต้องเลือกระหว่างกวางกับหมูป่า ดังนั้นเธอจึงเลือกหมูป่าอีกครั้ง เพราะถ้ายิงกวางก่อน หมูป่าที่อยู่ไม่ไกลต้องแตกตื่น เธอให้กวงฮ่าวจื่อยิงหมูป่าเช่นกัน

ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ เซี่ยเจียวหงยิงธนูออกไปสี่ครั้งติด สามครั้งแรกยิงหมูป่าตัวใหญ่เข้าจุดตาย ส่วนครั้งที่สี่เธอยิงช่วยตัวของกวงฮ่าวจื่อที่   ได้รับบาดเจ็บและกำลังหนีไป ก่อนจะปีนลงมาและรีบไปเอาหมูป่าทั้งหมดมาแอบไว้ เพราะกลัวว่ากลิ่นเลือดจะเรียกสัตว์ป่าชนิดอื่นมา

กวงฮ่าวจื่อนิ่งค้างไปหลายอึดใจกับความสามารถในการยิงธนูของเซี่ยเจียวหงที่เขาไม่เคยรู้ว่าเธอมีความสามารถขนาดนี้

“พี่ใหญ่กวงเราสองคนรีบไปเอาหมูป่าทั้งสี่ตัวกันก่อนดีกว่า ไม่เช่นนั้นนอกจากหมูป่าแล้ว เรานี่แหละที่จะเป็นอาหารของสัตว์ใหญ่”

เซี่ยเจียวหงร้องบอก แต่เธอเดินนำไปไกลแล้ว แม้ว่าเธอจะอ้วน แต่พละกำลังเธอมีมากกว่าคนอื่น ดังนั้นเธอจึงจับขาของหมูป่าสองตัวเดินลากมาคล้ายกับไม่ใช้แรง แม้ว่าจะตกใจแต่กวงฮ่าวจื่อรีบลากหมูป่า       ที่เหลือเช่นกัน กว่าจะมาถึงใต้ต้นไม้เขาต้องนอนแผ่อย่างหมดแรง

เซี่ยเจียวหงจึงไปตัดไม้เพื่อนำมาเป็นฐานและหาเถาวัลย์มามัดหมูป่าไว้ทั้งสี่ตัว จากนั้นทั้งสองคนจึงช่วยกันลากมาที่นางหลิงมู่และนางกวงหลินเก็บหน่อไม้ เมื่อทั้งสองคนเห็นว่าเซี่ยเจียวหงและกวงฮ่าวจื่อลากอะไรมาทั้งสองคนล้มพับด้วยความตกใจ

แต่เซี่ยเจียวหงไม่รอให้แม่สามีและป้ากวงตกใจไปมากกว่านี้เธอจึงรีบช่วยเก็บหน่อไม้เข้ากระสอบ ก่อนจะรีบลงจากเขาโดยให้พี่ใหญ่กวงมุ่งหน้าเพื่อไปขอเช่าเกวียนเล่มใหญ่ของผู้นำหมู่บ้านมาเพื่อนำหมูป่า      ทั้งสี่ตัวไปขายในตำบล กว่าที่กวงฮ่าวจื่อจะกลับมาก็บ่ายคล้อยไปแล้ว

เมื่อมาถึงกวงฮ่าวจื่อจึงส่งเงินทั้งหมดให้กับเซี่ยเจียวหง โดยมีรายละเอียดเขียนมาในกระดาษ

“รู้ไหมพี่แทบจะเป็นลมและคล้ายจะเป็นคนบ้า ขี่เกวียนมาคอยระวังหลังกลัวว่าใครจะมาปล้นเงินไป

พูดแล้วขนลุก”

“หมูสี่ตัว ตัวแรกสี่ร้อยยี่สิบชั่ง ตัวที่สองสามร้อยแปดสิบชั่ง ตัวที่สามสี่ร้อยชั่ง ตัวที่สี่ สามร้อยเจ็ดสิบชั่ง ทั้งหมดรวมหนึ่งพันห้าร้อยเจ็ดสิบช่าง รับซื้อชั่งละสี่หยวนเป็นเงินทั้งหมดหกพันสองร้อยแปดสิบหยวน เงินครบ

ส่วนนี่ของพี่ฉันแบ่งตัวละสี่ร้อยชั่งให้ จากนี้คงเว้นระยะสักหน่อย ทางที่ดีพี่เก็บเงินไว้สร้างบ้านเถอะ แม้จะไม่เท่าที่ฉันจ้างเถ้าแก่หู แต่อย่างน้อยมันน่าจะดีกว่าหลังนี้”

เซี่ยเจียวหงยื่นเงินให้กวงฮ่าวจื่อหนึ่งพันหกร้อยหยวน จากนี้เธอคงเว้นระยะที่จะเข้าป่า หากเข้าบ่อยมันจะไม่ดีเท่าไร และเธอไม่อยากให้ชาวบ้านรู้มากนัก เว้นระยะสักหน่อย ครั้งหน้าอาจจะขายให้กับหมู่บ้านแทนเข้าไปขายในตำบล

นางกวงหลินและกวงฮ่าวจื่อไม่กล้ารับเงิน และน้ำตาลูกผู้ชายไหลด้วยความซาบซึ้งใจ ไม่คิดว่าเซี่ยเจียวหงจะแบ่งเงินให้ทั้งตัวขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่เขายิงพลาด

“รับไปเถอะ อาหงเต็มใจให้ อย่าลืมว่าบ้านกวงไม่ต่างจากบ้านซือของฉัน พี่หลินเองไม่ต่างจากพี่สาวฉัน คนหนึ่ง วันนี้ฮ่าวจื่อเองก็เสี่ยงอันตรายเช่นกัน ดังนั้นรับไปเถอะ ถ้าไม่รับครั้งหน้าไม่ต้องไปกับอาหงอีก และเราสองบ้านก็ขาดกัน”

เซี่ยเจียวหงยกนิ้วให้กับแม่สามีที่พูดจาโน้มน้าวจนสองแม่ลูกบ้านกวงรับเงินก้อนนี้ไป ถ้าถามว่าเธอเสียดายเงินไหมตั้งหนึ่งพันหกร้อยหยวน เธอกล้าพูดเลยว่าเสียดาย แต่ในเมื่อร่างกายของเธอมีพละกำลังมากกว่าชาวบ้าน และสามารถหาได้มากกว่านี้ ครั้งหน้ายังมีเธอจะเสียดายทำไม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป