บทที่ 1 1
"นังดาวไม้กวาด แกมันหน้าไม่อาย แย่งได้แม้กระทั่งผู้ชายของพี่สาวตัวเอง!"
"ตีมันเลย ตีให้ตาย นังเด็กกากเดน เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ โชคดีแค่ไหนแล้วที่บ้านหลินรับแกมาเลี้ยง แกยังกล้าไปขโมยปิ่นทองของหลินอี้หานไปให้โจวเฉิงอีก จิตใจแกมันทำด้วยอะไร!"
เสียงก่นด่าสาปแช่งดังระงมไปทั่วลานดินหน้าหมู่บ้านตระกูลหลิน ตามมาด้วยเสียงของแข็งกระทบเนื้อและเสียงร้องไห้คร่ำครวญของผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง
"อย่าตีลูกฉัน ขอร้องล่ะพวกป้า อย่าตีเฟยเฟยเลย เฟยเฟยของฉันไม่ได้ทำจริงๆ นะ อี้หานอาจจะทำตกไว้ที่ไหนสักแห่งก็ได้ ให้ฉันชดใช้แทนเถอะ ฉันจะทำงานใช้หนี้ให้เอง!"
หลินเฟยเฟยรู้สึกปวดร้าวไปทั้งศีรษะ ราวกับมีใครเอาค้อนปอนด์มาทุบซ้ำๆ สติสัมปชัญญะของเธอเลือนราง ภาพตรงหน้าหมุนคว้างจนต้องหลับตาลงแน่น เธอจำได้ว่าตัวเองกำลังนั่งตรวจบัญชีผลกำไรของบริษัทนำเข้าส่งออกที่เธอปั้นมากับมือจนดึกดื่น จากนั้นก็หน้ามืดฟุบลงกับโต๊ะทำงาน แล้วทำไมตื่นมาถึงมาโผล่ในที่ที่มีแต่คนด่าทอกันด้วยภาษาจีนยุคเก่าแบบนี้ได้
ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งสติ ความทรงจำขุมใหญ่ก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวอย่างรุนแรงจนเธอเผลอครางออกมาด้วยความเจ็บปวด
ปี 1980 หมู่บ้านชนบทที่ห่างไกลความเจริญ ร่างที่เธอสิงสู่อยู่นี้มีชื่อเดียวกับเธอคือหลินเฟยเฟย เด็กสาววัยสิบแปดปีที่เป็นที่เกลียดชังของคนทั้งหมู่บ้าน เพียงเพราะตอนเกิดมายายเฒ่าหมอดูทักว่าเธอเป็นดาวไม้กวาดที่จะนำความฉิบหายมาให้ครอบครัว ทำให้เศรษฐีที่ต้องการรับเด็กไปเลี้ยงเพื่อแก้เคล็ด เลือกรับเพียงหลินอี้หานผู้เป็นแฝดพี่ไปเพียงคนเดียว และทิ้งเธอไว้ให้คู่สามีภรรยาชาวนาผู้ยากไร้อย่างหลินต้าจื้อและหวังชุ่ยฮวารับมาเลี้ยงดูแทน
หลินเฟยเฟยคนเดิมเติบโตมาด้วยความริษยาแฝดพี่ที่ได้นุ่งห่มเสื้อผ้าดีๆ กินอาหารอร่อยๆ และมีคู่หมั้นที่หล่อเหลาอนาคตไกลอย่างโจวเฉิง เธอจึงกลายเป็นเด็กสาวที่ทั้งโง่เขลา ขี้เกียจสันหลังยาว และคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งหลินอี้หานอยู่เสมอ ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังหน้ามืดตามัวหลงรักโจวเฉิงจนยอมทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
และเหตุการณ์ในวันนี้ก็คือจุดจบของร่างเดิม หลินอี้หานร้องไห้ไปฟ้องชาวบ้านว่าปิ่นทองที่พ่อแม่บุญธรรมซื้อให้หายไป และมีคนเห็นหลินเฟยเฟยป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น ชาวบ้านที่เกลียดชังเธอเป็นทุนเดิมจึงแห่กันมาจับตัวเธอ รุมประชาทัณฑ์จนร่างเดิมที่ร่างกายอ่อนแอเพราะขาดสารอาหารทนไม่ไหว สิ้นใจตายคาลานดินไปอย่างเงียบๆ
บ้าบอที่สุด นี่มันพล็อตนิยายน้ำเน่าชัดๆ หลินเฟยเฟยสบถในใจ
"แกตายซะเถอะนังเด็กเหลือขอ!"
เสียงตวาดดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับท่อนฟืนที่ง้างขึ้นสูงหมายจะฟาดลงมาที่ศีรษะของเธอ หวังชุ่ยฮวาผู้เป็นแม่บุญธรรมรีบโถมตัวเข้ามาบังร่างของลูกสาวไว้แน่น ยอมรับแรงกระแทกนั้นแทนจนกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย
"แม่!" หลินเฟยเฟยเบิกตากว้าง ความรู้สึกผูกพันและเจ็บปวดจากก้นบึ้งหัวใจของร่างเดิมพุ่งพล่านขึ้นมา หวังชุ่ยฮวาและหลินต้าจื้อเป็นเพียงชาวนาหาเช้ากินค่ำที่ยากจนข้นแค้น แต่พวกเขากลับรักและทะนุถนอมเด็กหญิงที่ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวซวยคนนี้อย่างสุดหัวใจ ยอมอดข้าวเพื่อให้ลูกได้กินอิ่ม ยอมทนหนาวเพื่อให้ลูกได้ใส่เสื้อผ้าหนาๆ
หลินเฟยเฟยคนเดิมช่างโง่เขลานักที่มีเพชรแท้อยู่ในมือแต่กลับไปคว้าก้อนกรวดเน่าๆ อย่างพวกหน้าไหว้หลังหลอกพวกนั้น
ท่อนฟืนกำลังจะถูกฟาดลงมาอีกครั้งโดยฝีมือของป้าจาง หญิงวัยกลางคนที่เป็นลูกหาบขาประจำของบ้านเศรษฐี แต่คราวนี้หลินเฟยเฟยไม่ยอมเป็นเป้านิ่งอีกต่อไป
หญิงสาวกะพริบตาไล่ความมึนงง รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีผลักร่างของหวังชุ่ยฮวาออกไปด้านข้างอย่างนุ่มนวล ก่อนจะตวัดสายตาที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาวมองตรงไปยังป้าจาง มือเรียวบางที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากการทำงานหนักยกขึ้นคว้าหมับเข้าที่ท่อนฟืนนั้นอย่างแม่นยำ
"พอได้แล้ว!"
เสียงตวาดที่ดังกังวานและเต็มไปด้วยอำนาจของหลินเฟยเฟยทำเอาทุกคนในลานดินชะงักกึก ป้าจางถึงกับสะดุ้งสุดตัว พยายามจะออกแรงดึงท่อนฟืนกลับแต่กลับสู้แรงของเด็กสาวที่เพิ่งฟื้นจากความตายไม่ได้
หลินเฟยเฟยหยัดกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้สภาพของเธอจะดูไม่ได้ เสื้อผ้าเก่าขาดวิ่นเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและรอยเลือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่ท่วงท่าการยืนและแววตาที่มองกวาดไปรอบๆ กลับดูน่าเกรงขามจนชาวบ้านหลายคนเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
