บทที่ 4 4
หลินเฟยเฟยเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น นี่มันโกงชัดๆ ถ้ามีของพวกนี้ทั้งหมด เธอจะเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 ได้ภายในพริบตาเลยนะ
แต่ก่อนที่เธอจะทันได้วิ่งไปกอบโกยของ สายตาก็เหลือบไปเห็นข้อความด้านล่างที่ทำให้เธอต้องชะงัก
{สถานะปัจจุบัน: ผู้ใช้งานระดับเริ่มต้น}
{ยอดแต้มสะสม: 50 แต้ม (โบนัสสำหรับผู้ใช้งานใหม่)}
{คำเตือน: สินค้าทุกชิ้นในมิติต้องใช้ แต้ม แลกเปลี่ยน ไม่สามารถหยิบออกไปได้ฟรีๆ แต้มสามารถหาได้จากการทำความดี การช่วยเหลือผู้อื่น หรือนำเงินตราและของมีค่าในยุคปัจจุบันมาแลกเปลี่ยนเข้าสู่ระบบ}
อ้าว นึกว่าจะเสกออกมาได้ไม่อั้นเสียอีก หลินเฟยเฟยบ่นอุบในใจ แต่เมื่อคิดดูให้ดีแบบนี้ก็สมเหตุสมผลดี โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ การมีมิติที่ต้องใช้ความพยายามแลกมาจะทำให้เธอรู้จักคุณค่าของของทุกชิ้นและไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาท
เธอเดินไปดูที่ชั้นวางแผนกอาหารเพื่อตรวจสอบราคาสินค้า ข้าวสารขาวชั้นดีราคา 2 แต้มต่อหนึ่งกิโลกรัม น้ำมันหมูบริสุทธิ์ราคา 3 แต้มต่อครึ่งกิโลกรัม เนื้อหมูติดมันราคา 4 แต้มต่อหนึ่งกิโลกรัม ไข่ไก่ราคา 1 แต้มต่อห้าฟอง เมื่อเทียบกับค่าครองชีพและระบบคูปองอาหารในยุค 80 ที่มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อเนื้อสัตว์หรือข้าวขาวกินได้ง่ายๆ ราคานี้ถือว่าสวรรค์ทรงโปรดมาก
หลินเฟยเฟยไม่รอช้า เธอจัดการกดเลือกข้าวสารขาวหนึ่งกิโลกรัม น้ำมันหมูครึ่งกิโลกรัม ไข่ไก่ห้าฟอง และเครื่องปรุงพื้นฐานอย่างเกลือและซีอิ๊วขาวขวดเล็ก ยอดรวมทั้งหมด 10 แต้ม หน้าจอปรากฏปุ่มยืนยันการแลกเปลี่ยน เมื่อเธอกดตกลง แสงสว่างวาบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับข้าวของทั้งหมดที่ถูกจัดใส่ตะกร้าสานใบเล็กวางอยู่แทบเท้าของเธอ
แต้มคงเหลือ 40 แต้ม
หลินเฟยเฟยยิ้มกริ่ม เธอตั้งจิตอธิษฐานขอออกจากมิติ เพียงพริบตาเดียวเธอก็กลับมายืนอยู่ในห้องนอนแคบๆ พร้อมกับตะกร้าสานที่บรรจุของล้ำค่าในยุคนี้ไว้เต็มเปี่ยม
หญิงสาวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนโคลนออกเป็นชุดผ้าฝ้ายสีซีดที่ปะชุนหลายจุดแต่สะอาดสะอ้าน จากนั้นก็หิ้วตะกร้าใบนั้นเดินตรงไปยังห้องครัวที่อยู่ด้านหลังกระท่อม
ภายในครัวที่มีเพียงเตาจินและหม้อเหล็กเก่าๆ หวังชุ่ยฮวากำลังง่วนอยู่กับการหั่นมันเทศหัวเล็กลีบเพื่อเตรียมต้มกับน้ำเปล่า หลินเฟยเฟยเห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้าไปขวางไว้
"แม่คะ วันนี้ไม่ต้องต้มข้าวต้มมันเทศแล้วค่ะ หนูมีของดีมาทำกับข้าว"
หวังชุ่ยฮวาเงยหน้าขึ้นมองลูกสาวด้วยความงุนงง ก่อนที่ดวงตาฝ้าฟางจะเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังผ้าคลุมตะกร้าที่หลินเฟยเฟยเปิดออก ข้าวสารขาวสะอาดเม็ดเต่งตึง ไข่ไก่ฟองโต และก้อนน้ำมันหมูสีขาวนวลที่ส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัวโชยมาแตะจมูก
"ฟะ...เฟยเฟย ลูกไปเอาของพวกนี้มาจากไหน! นี่มันของหายากทั้งนั้นเลยนะ หรือว่าลูกไปขโมย..." หวังชุ่ยฮวาลนลาน เสียงสั่นเครือด้วยความตกใจกลัวว่าลูกสาวจะไปก่อเรื่องใหญ่มาอีก
"ไม่ใช่ค่ะแม่ หนูไม่ได้ขโมยใครมาทั้งนั้น" หลินเฟยเฟยรีบจับมือแม่บุญธรรมไว้แล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจังและไหลลื่น "แม่จำได้ไหมคะช่วงก่อนที่หนูชอบหายขึ้นไปบนเขาบ่อยๆ ความจริงหนูไม่ได้ไปเที่ยวเล่นหรอกค่ะ แต่หนูไปเจอแหล่งสมุนไพรหายากเข้า หนูเลยแอบเก็บไปขายให้ร้านขายยาของเถ้าแก่หลี่ในเมืองมาพักใหญ่แล้ว นี่คือของที่หนูใช้เงินเก็บซื้อมาแลกคูปองจากตลาดมืดค่ะ หนูตั้งใจจะเอามาทำเซอร์ไพรส์ให้พ่อกับแม่กินของอร่อยๆ บำรุงร่างกายบ้าง"
ข้ออ้างเรื่องเก็บสมุนไพรบนเขาเป็นสิ่งที่หลินเฟยเฟยคิดมาอย่างดี ร่างเดิมชอบหนีงานในไร่นาแล้วขึ้นเขาไปเดินเล่นจริงๆ ไม่มีใครรู้ว่าร่างเดิมไปทำอะไร การอ้างเรื่องนี้จึงฟังดูมีน้ำหนักที่สุด
หวังชุ่ยฮวาได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก น้ำตาแห่งความปีติเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง "เด็กโง่ หาเงินมาได้ก็ควรเก็บไว้เป็นทุนรอนของตัวเองสิ เอามาซื้อของแพงๆ พวกนี้ทำไม บ้านเรากินแค่มันเทศก็อิ่มท้องแล้ว"
"ไม่ได้หรอกค่ะแม่ พ่อกับแม่ทำงานหนักมาทั้งชีวิต ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแล้ว หนูโตป่านนี้ยังไม่เคยทำประโยชน์อะไรให้เลย วันนี้แม่นั่งพักเฉยๆ นะคะ หนูจะโชว์ฝีมือทำกับข้าวให้พ่อกับแม่กินเอง"
หลินเฟยเฟยไม่รอให้หวังชุ่ยฮวาปฏิเสธ เธอจัดการดันหลังแม่บุญธรรมให้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็ก แล้วเริ่มลงมือจัดการกับวัตถุดิบตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว
เธอซาวข้าวขาวอย่างระมัดระวังไม่ให้หกแม้แต่เม็ดเดียว ก่อไฟในเตาดินจนลุกโชน ตั้งหม้อหุงข้าว ท่าทางการจับมีดและการกะปริมาณน้ำที่ชำนาญทำให้หวังชุ่ยฮวาที่มองอยู่ถึงกับแปลกใจ เพราะปกติเฟยเฟยไม่เคยหยิบจับงานครัวเลย แต่เธอก็คิดไปเองว่าลูกสาวคงแอบไปฝึกทำมาจากที่ไหนสักแห่ง
เมื่อข้าวขาวสุกส่งกลิ่นหอมฉุยไปทั่วครัว หลินเฟยเฟยก็ตักข้าวออกมาระอุไว้ แล้วตั้งกระทะเหล็กบนเตา เธอตัดน้ำมันหมูลงไป เสียงฉ่าดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมรุนแรงของไขมันสัตว์ที่ถูกความร้อน กลิ่นนี้ในยุค 80 ถือเป็นกลิ่นที่ยั่วน้ำลายที่สุด เพราะทุกบ้านต่างขาดแคลนน้ำมันและเนื้อสัตว์
เมื่อกระทะร้อนได้ที่ เธอก็ตอกไข่ไก่ลงไปสามฟอง เจียวจนฟูเหลืองกรอบ แล้วเหยาะซีอิ๊วขาวจากมิติลงไปเล็กน้อย กลิ่นหอมของไข่เจียวผสมกับน้ำมันหมูและซีอิ๊วขาวลอยฟุ้งทะลุออกไปนอกกระท่อม
หลินต้าจื้อที่กำลังซ่อมจอบอยู่หน้าบ้านถึงกับจมูกบาน วางมือจากงานแล้วรีบเดินตามกลิ่นเข้ามาในครัว
"หอมเหลือเกิน ชุ่ยฮวา แม่ของลูกทำอะไรกินน่ะ ทำไมกลิ่นมันเหมือน...เนื้อหมูเลย" หลินต้าจื้อกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
"ไม่ใช่ฝีมือฉันหรอกตาเฒ่า ฝีมือเฟยเฟยต่างหาก ลูกเราเก่งมากเลยนะ ไปหาเงินมาซื้อข้าวขาวกับไข่ไก่มาทำให้พวกเรากิน" หวังชุ่ยฮวาตอบเสียงกลั้วหัวเราะ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานาน
หลินต้าจื้อเบิกตากว้างมองจานไข่เจียวสีเหลืองทองที่วางอยู่ข้างๆ หม้อข้าวขาวที่ควันกรุ่น เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
หลินเฟยเฟยจัดการตักข้าวขาวพูนชามสองใบส่งให้พ่อกับแม่บุญธรรม ส่วนของตัวเองเธอตักน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง
"กินกันเถอะค่ะพ่อ แม่ ไข่เจียวร้อนๆ กินคู่กับข้าวขาวอร่อยที่สุดเลย"
หลินต้าจื้อและหวังชุ่ยฮวารับชามข้าวมาด้วยมือที่สั่นเทา พวกเขามองข้าวขาวบริสุทธิ์ในชามสลับกับจานไข่เจียวตรงหน้า ไม่มีใครยอมคีบอาหารเข้าปากก่อน ทั้งสองคนกลับคีบชิ้นไข่เจียวที่ใหญ่ที่สุดไปใส่ในชามของหลินเฟยเฟยพร้อมกัน
"ลูกกินเยอะๆ นะ เฟยเฟยกำลังโต ร่างกายผอมบางขนาดนี้ต้องบำรุงเยอะๆ พ่อกับแม่แก่แล้ว กินนิดหน่อยก็อิ่ม" หลินต้าจื้อพูดด้วยรอยยิ้มซื่อๆ
"ใช่ๆ ลูกกินเถอะ แม่ชอบกินข้าวเปล่าๆ มากกว่า มันหวานดี" หวังชุ่ยฮวาเสริม
หลินเฟยเฟยมองชิ้นไข่เจียวพูนชามของตัวเองแล้วขอบตาร้อนผ่าว พ่อแม่คู่นี้รักร่างเดิมสุดหัวใจจริงๆ ต่อให้ตัวเองต้องอดตายก็ยอมให้ลูกได้กินอิ่ม เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แสร้งทำหน้าดุ
"ถ้าพ่อกับแม่ไม่ยอมกินไข่ ไม่ยอมกินข้าวให้หมดชาม หนูจะโกรธจริงๆ ด้วยนะคะ แล้วต่อไปนี้หนูจะไม่ทำกับข้าวให้กินอีกเลย!"
เมื่อเห็นลูกสาวทำท่าจะโกรธจริง ทั้งสองคนก็รีบลุกลี้ลุกลนพยักหน้ารับ ค่อยๆ คีบข้าวขาวเข้าปากคำแรก สัมผัสนุ่มละมุนและรสหวานของข้าวขาวที่ไม่ได้กินมาหลายปี ผสมกับความหอมมันของไข่เจียวเจียวน้ำมันหมู ทำให้น้ำตาของคนแก่ทั้งสองไหลรินออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มันเป็นมื้ออาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิตของพวกเขา ไม่ใช่แค่เพราะรสชาติของอาหาร แต่เป็นเพราะความกตัญญูของลูกสาวที่มอบให้
หลินเฟยเฟยนั่งกินข้าวไปยิ้มไป มองภาพครอบครัวที่อบอุ่นตรงหน้า ในใจลอบให้คำมั่นสัญญา เธอมีมิติวิเศษอยู่ในมือ มีความรู้และประสบการณ์จากยุคอนาคต เธอจะใช้สองมือนี้แหละเปลี่ยนโชคชะตาของบ้านหลิน จะทำให้หลินต้าจื้อและหวังชุ่ยฮวากลายเป็นเศรษฐีที่ใครๆ ในหมู่บ้านต้องอิจฉา และจะสั่งสอนพวกที่เคยดูถูกเหยียบย่ำครอบครัวนี้ให้รู้ว่า การถูกตบหน้าด้วยความสำเร็จมันเจ็บแสบแค่ไหน
และก้าวแรกของแผนการสร้างความรวย จะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่ตลาดมืด!
