บทที่ 5 5

ค่ำคืนในชนบทเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรดังระงม หลินเฟยเฟยนอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงไม้กระดานแข็งๆ ที่มีเพียงฟางข้าวแห้งๆ ปูรองใต้ผ้าปูเตียงสีซีด แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าจากการถูกกลั่นแกล้งเมื่อตอนกลางวัน แต่สมองของเธอกลับแล่นฉิวราวกับเครื่องจักรที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่น

​            หลังจากมื้ออาหารที่แสนอบอุ่นผ่านพ้นไป เธอก็อาสาเป็นคนล้างชามและจัดการเก็บกวาดครัว ก่อนจะขอตัวกลับเข้ามาพักผ่อนในห้อง เมื่อได้อยู่คนเดียวเงียบๆ ความทรงจำส่วนลึกของร่างเดิมที่เคยถูกปิดผนึกไว้ก็ค่อยๆ ไหลทะลักเข้ามาปะติดปะต่อกันเป็นเรื่องราวที่ทำให้เธอต้องกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น

​ร่างเดิมเคยแอบได้ยินพวกผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านนินทากันตอนที่เธอยังเป็นเด็ก จึงได้รับรู้ความลับดำมืดเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเองและหลินอี้หานผู้เป็นแฝดพี่

​            แท้จริงแล้วพวกเธอไม่ใช่สายเลือดของตระกูลหลินในหมู่บ้านนี้ และไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเศรษฐีหลินในตัวอำเภอ แต่พ่อแม่ที่แท้จริงของพวกเธอคือยุวชนปัญญาชนจากเมืองหลวงที่ถูกส่งตัวมาใช้แรงงานในชนบทแห่งนี้เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน

​            พ่อของเธอชื่อเจียงจื่อหยวน ส่วนแม่ชื่อซูหว่านชิง ทั้งคู่เป็นปัญญาชนที่มีความรู้และหน้าตาหล่อเหลางดงามราวกับกิ่งทองใบหยก พวกเขารักกันและตกลงปลงใจแต่งงานกันที่นี่ แต่สวรรค์กลับไร้เมตตา ในปีที่ซูหว่านชิงตั้งครรภ์แฝด เกิดพายุฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก เจียงจื่อหยวนยอมสละชีวิตตัวเองกระโดดลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวกรากเพื่อช่วยชีวิตเด็กในหมู่บ้านที่กำลังจะจมน้ำ ทำให้เขาถูกกระแสน้ำพัดหายไปตลอดกาล

​            ซูหว่านชิงที่กำลังอุ้ยอ้ายหัวใจแตกสลาย ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วจากการทำงานหนักประกอบกับความตรอมใจ ทำให้เธอเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดในคืนที่มีพายุโหมกระหน่ำ คืนนั้นซูหว่านชิงคลอดเด็กหญิงฝาแฝดออกมาได้สำเร็จ แต่ตัวเองกลับตกเลือดอย่างหนักจนเสียชีวิตตามสามีไป ทิ้งให้ทารกน้อยสองคนต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก

​เรื่องราวควรจะจบลงที่หัวหน้าหมู่บ้านส่งตัวเด็กทั้งสองไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในเมือง แต่เรื่องเลวร้ายกลับเพิ่งเริ่มต้นขึ้น

​            ยายเฒ่าซุน หมอดูประจำหมู่บ้านที่มักจะทำตัวลึกลับและหากินกับความเชื่อของชาวบ้าน ได้ชี้หน้าทารกแฝดคนพี่และบอกว่าเด็กคนนี้คือหงส์ฟ้ามาเกิด ใครได้ไปเลี้ยงดูจะนำพาความมั่งคั่งร่ำรวยมาให้ ส่วนทารกแฝดคนน้องที่ตัวเล็กและดูอ่อนแอกว่า ยายเฒ่าซุนกลับตวาดเสียงกร้าวว่านี่คือดาวไม้กวาดกลับชาติมาเกิด เป็นตัวซวยที่จะนำความวิบัติและโชคร้ายมาสู่ทุกคนที่เข้าใกล้

​            คำทำนายนั้นแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ประจวบเหมาะกับที่เศรษฐีหลินเซิ่งเกา เจ้าของโรงงานทอผ้าในตัวอำเภอและภรรยาที่แต่งงานกันมาหลายปีแต่ไม่มีลูกเสียที กำลังมองหาเด็กมาอุปการะเพื่อแก้เคล็ดตามความเชื่อ พอพวกเขาได้ยินเรื่องคำทำนายของยายเฒ่าซุน ภรรยาของเศรษฐีหลินที่งมงายเรื่องพวกนี้อยู่แล้วก็ตาลุกวาว

​            เศรษฐีหลินเดินทางมาที่หมู่บ้านและยัดเงินก้อนใหญ่ใส่มือหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อขอรับเลี้ยงทารกแฝดคนพี่ไปเพียงคนเดียว และตั้งชื่อให้ว่าหลินอี้หาน ส่วนทารกคนน้องที่เป็นตัวซวย ภรรยาของเศรษฐีหลินสั่งอย่างเลือดเย็นให้นำไปทิ้งไว้บนภูเขาหลังหมู่บ้าน ปล่อยให้ตายไปเองเพื่อไม่ให้เป็นเสนียดจัญไรแก่หมู่บ้าน

​            ในคืนฤดูหนาวที่หิมะตกหนัก ทารกน้อยที่ถูกห่อด้วยผ้าขี้ริ้วบางๆ ถูกทิ้งไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ เสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยแผ่วลงเรื่อยๆ จนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมหนาว

​            และในตอนที่ชีวิตเล็กๆ กำลังจะหลุดลอยไป หลินต้าจื้อและหวังชุ่ยฮวา สองสามีภรรยาชาวนาที่เพิ่งกลับจากการไปหาหมอในเมืองเพราะหวังชุ่ยฮวาแท้งลูกเป็นครั้งที่สาม ก็เดินผ่านมาพบเข้าพอดี

​ทั้งคู่ไม่สนใจคำทำนายบ้าบอของยายเฒ่าซุน ไม่สนใจว่าเด็กคนนี้จะเป็นตัวซวยมาจากไหน หวังชุ่ยฮวาอุ้มทารกน้อยที่ตัวเย็นเฉียบขึ้นมากอดไว้แนบอก ใช้ไออุ่นจากร่างกายของตัวเองต่อลมหายใจให้เด็กน้อย และพาเธอกลับมาเลี้ยงดูที่กระท่อมดินซอมซ่อแห่งนี้ พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่าหลินเฟยเฟย

​นี่คือความจริงทั้งหมดที่หลินเฟยเฟยคนเดิมแอบรู้มา แต่ด้วยความโง่เขลาและอยากได้อยากมี เธอจึงพยายามทำตัวร้ายกาจเพื่อเรียกร้องความสนใจจากหลินอี้หาน หวังลึกๆ ว่าถ้าตัวเองรวยหรือมีชีวิตที่ดีเทียบเท่าแฝดพี่ คนในหมู่บ้านอาจจะเลิกด่าว่าเธอเป็นตัวซวยเสียที แต่วิธีการที่ผิดพลาดกลับทำให้ทุกคนยิ่งเกลียดชังเธอมากขึ้นไปอีก

​            "งมงายสิ้นดี" หลินเฟยเฟยแค่นยิ้มหยันในความมืด

​            คำทำนายบ้าบออะไรกัน ก็แค่เรื่องหลอกลวงที่ยายเฒ่าซุนกุขึ้นมาเพื่อรับเงินสินบนจากใครบางคน หรือไม่ก็เป็นการเดาสุ่มเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองเท่านั้นแหละ และการที่หลินอี้หานทำตัวเป็นแม่พระผู้แสนดี ชอบเอาของเหลือใช้มาบริจาคให้เธอ ก็คงเพราะลึกๆ แล้วหลินอี้หานรู้ความจริงเรื่องนี้ดี รู้ว่าตัวเองไม่ใช่คุณหนูตระกูลเศรษฐีที่แท้จริง แต่เป็นแค่เด็กกำพร้าลูกยุวชนปัญญาชนเหมือนกัน หลินอี้หานถึงได้ชอบเหยียบย่ำเธอเพื่อตอกย้ำสถานะที่สูงส่งกว่าของตัวเอง

​            "หลินอี้หาน ในเมื่อเธอชอบสวมหน้ากากดอกบัวขาวนัก ฉันนี่แหละจะเป็นคนกระชากหน้ากากนั่นออกมาให้ทุกคนเห็นสันดานที่แท้จริงของเธอเอง" หลินเฟยเฟยกระซิบกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

​หญิงสาวหลับตาลงเพื่อพักผ่อนเอาแรง พรุ่งนี้เธอมีศึกใหญ่ที่ต้องไปเผชิญ นั่นคือการหาเงินก้อนแรกจากตลาดมืด

​            รุ่งอรุณมาเยือนพร้อมกับเสียงไก่ขัน หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เธอสูดอากาศเย็นเยียบของฤดูใบไม้ร่วงเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะเรียกใช้งานมิติวิเศษอีกครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป