บทที่ 7 7

หลินเฟยเฟยชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนขวางทางอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แรงปะทะนั้นทำเอาเธอเซถอยหลังไปสองก้าวและเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น โชคดีที่มือหนาและแข็งแรงดุจคีมเหล็กของอีกฝ่ายคว้าต้นแขนของเธอเอาไว้ได้ทัน

​            "ขายดีจังเลยนะไอ้หนู ทำกำไรไปได้ตั้งเยอะ แบ่งค่าคุ้มครองให้พวกพี่บ้างสิวะ"

​เสียงยียวนกวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นบุหรี่ราคาถูกที่ลอยมาแตะจมูก หลินเฟยเฟยเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสองคนสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวทหารเก่าๆ ยืนจ้องเธอด้วยสายตามาดร้าย หนึ่งในนั้นคือคนที่กำลังจับแขนเธอไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บ

​            นักเลงคุมถิ่น!

​หลินเฟยเฟยกัดฟันกรอด เธอพยายามจะสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ก็สู้แรงของชายร่างยักษ์ไม่ได้

​            "ปล่อยผมนะ ผมไม่มีเงินหรอก ที่ขายไปก็เอาไปใช้หนี้หมดแล้ว!" เธอแกล้งทำเสียงสั่นหวาดกลัวตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด

​            "อย่ามาตอแหล! กูยืนดูมึงรับเงินจนกระเป๋าตุงอยู่ตั้งนาน คิดจะหลอกพวกกูเหรอ ส่งเงินมาให้หมดถ้าไม่อยากโดนกระทืบตายคาตรอกนี้!" นักเลงคนที่สองตะคอกเสียงดังพลางล้วงมีดพกเล่มเล็กออกมาแกว่งไปมาข่มขู่

​            สถานการณ์เริ่มตึงเครียด ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างรีบก้มหน้าก้มตาเดินหนี ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวเพราะรู้ดีว่าพวกนักเลงเหล่านี้โหดเหี้ยมแค่ไหน หลินเฟยเฟยใจเต้นระรัว สมองคำนวณหาทางหนีทีไล่ เธอไม่มีทางยอมยกเงินก้อนแรกที่หามาด้วยความเหนื่อยยากให้พวกสวะนี่เด็ดขาด ถ้าจวนตัวจริงๆ เธอจะเตะผ่าหมากมันแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต

​            แต่ก่อนที่หลินเฟยเฟยจะได้ลงมือทำตามแผน เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอก็ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกนักเลง ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบและทรงอำนาจจนทำให้อากาศรอบบริเวณดูเหมือนจะลดต่ำลงไปหลายองศา

​            "ใครอนุญาตให้พวกแกมารีดไถคนในถิ่นของฉัน"

​            นักเลงทั้งสองคนชะงักกึก ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด พวกเขารีบปล่อยแขนของหลินเฟยเฟยแล้วหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความหวาดผวา

​            หลินเฟยเฟยลูบต้นแขนที่แดงเถือกของตัวเองพลางมองเลยไหล่ของพวกนักเลงไป ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิทกำลังเดินเข้ามาช้าๆ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลัก สันกรามชัดเจน ดวงตาดุดันและล้ำลึกเหมือนหมาป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ ที่หางตาด้านซ้ายมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่ไม่ได้ทำให้ความหล่อลดลง แต่กลับเพิ่มเสน่ห์อันตรายให้เขาดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น

​เซี่ยจินเหิง!

​            ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของหลินเฟยเฟยทันที ชายผู้เป็นฝันร้ายของทุกคนในเมือง ผู้คุมกฎแห่งตลาดมืดที่แท้จริง และที่สำคัญ... เขาคือตัวร้ายสุดโหด

บรรยากาศในตรอกแคบๆ หลังโรงงานทิ้งร้างเย็นเยียบลงกะทันหันราวกับมีพายุหิมะพัดผ่าน ทั้งที่แสงแดดยามสายกำลังสาดส่อง

​            นักเลงร่างยักษ์ทั้งสองคนหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ มือที่ถือมีดพกสั่นเทาจนแทบจะทำหลุดร่วงลงพื้น เมื่อเห็นชัดเจนว่าเจ้าของเสียงทุ้มต่ำและเรือนร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาคือใคร

​            พี่เหิง หรือเซี่ยจินเหิง ผู้คุมกฎแห่งตลาดมืดที่ไม่มีใครกล้าล่วงเกิน

​            "พี่เหิง! ผะ...ผมไม่รู้ว่าเป็นพี่เหิงครับ" นักเลงคนที่จับแขนหลินเฟยเฟยเมื่อครู่รีบปล่อยมือออกทันทีราวกับจับโดนถ่านร้อนๆ เขาก้มหัวปะหลกๆ จนแทบจะติดเข่า เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก

​เซี่ยจินเหิงหยุดยืนห่างจากพวกเขาสามก้าว นัยน์ตาสีเข้มดุจรัตติกาลตวัดมองชายฉกรรจ์ทั้งสองด้วยความสมเพชและรังเกียจ กลิ่นอายความอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขากดดันจนคนหายใจไม่ออก

​"ฉันเคยตั้งกฎไว้ว่ายังไง ตลาดมืดแห่งนี้อนุญาตให้ค้าขายได้อย่างเสรีตราบใดที่จ่ายค่าเช่าพื้นที่ให้คนของฉัน แต่ห้ามใครหน้าไหนมาทำตัวเป็นหมาลอบกัด รีดไถคนทำมาหากินสุจริต พวกแกหูหนวกหรือสมองกลวงถึงได้จำไม่ได้" น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ไม่ได้ตะคอกเลยสักนิด แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ทำให้คนฟังขนลุกซู่

​"ผะ...ผมผิดไปแล้วครับพี่เหิง ผมหน้ามืดไปหน่อย เห็นไอ้เด็กนี่มันขายซาลาเปาแป้งขาวได้เงินเยอะ เลยอยากจะขอแบ่งค่าเหล้าแค่นั้นเองครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับพี่!"

​"ไสหัวไป" เซี่ยจินเหิงเอ่ยสั้นๆ คำเดียว

​นักเลงทั้งสองคนเบิกตากว้าง รีบเก็บมีดพกแล้วหันหลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปอย่างรวดเร็วราวกับเห็นผี ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองด้านหลัง ทิ้งให้ตรอกแห่งนี้เหลือเพียงความเงียบงัน

​หลินเฟยเฟยที่ยืนนิ่งสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลาลอบกลืนน้ำลายลงคอ รัศมีความโหดและอำนาจบารมีของตัวร้ายในเรื่องนี้ไม่ใช่ของปลอมเลยจริงๆ แค่ยืนพูดเรียบๆ คำเดียวก็ทำเอานักเลงเจ้าถิ่นวิ่งหางจุกตูดได้ ช่างเป็นผู้ชายที่อันตรายและทรงเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้จริงๆ

​            เมื่อเห็นว่าตัวปัญหาไปแล้ว หลินเฟยเฟยก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย ซ่อนใบหน้าที่เปื้อนขี้เถ้าไว้ใต้ผ้าเก่าๆ ทำทีเป็นเด็กหนุ่มบ้านนอกที่กำลังหวาดกลัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป