บทที่ 1 1

เสียงหวีดหวิวของลมหนาวพัดลอดผ่านรอยแยกของผนังดินโคลนเข้ามาปะทะใบหน้า ความเย็นเยือกเสียดแทงลึกไปถึงกระดูกจนร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงเตาต้องสะดุ้งสุดตัว

​            หลินเยี่ยเบิกตากว้างพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ความรู้สึกแรกที่โจมตีระบบประสาทคืออาการปวดร้าวที่ขมับราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบอย่างแรง และความรู้สึกที่สองคือแขนขวาของเธอกำลังยกค้างอยู่ในอากาศ มือเรียวผอมเกร็งแน่นกำท่อนฟืนไม้เนื้อแข็งเอาไว้ในท่าที่เตรียมจะฟาดลงไปสุดแรงเกิด

​            "อย่าตีผม ผมหิว ผมแค่หิว"

​            เสียงแหบพร่าและสั่นเทาของเด็กชายตัวเล็กๆ ดึงสติของหลินเยี่ยให้กลับมาจดจ่อกับภาพตรงหน้า

​เด็กชายคนหนึ่งอายุประมาณเจ็ดแปดขวบกำลังขดตัวกลมอยู่บนพื้นดินที่เย็นเฉียบ ร่างกายของเขาผอมโซจนเห็นซี่โครงปูดโปนผ่านเสื้อผ้าฝ้ายสีหม่นที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนและคราบสกปรก ใบหน้าเล็กๆ นั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและเขม่าควันไฟ แววตาที่ช้อนมองขึ้นมาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แต่ในส่วนลึกของดวงตากลมโตคู่นั้นกลับซ่อนความเกลียดชังและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของสัตว์ป่าที่จนตรอกเอาไว้

​            สองมือเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยแผลแตกเพราะความหนาวเย็นกำลังโอบกอดหมั่นโถวสีคล้ำก้อนหนึ่งเอาไว้แนบอก มันเป็นหมั่นโถวที่แข็งราวกับก้อนหินและมีรอยด่างสีเขียวของเชื้อราเกาะอยู่ประปราย

​            หลินเยี่ยชะงักงัน ท่อนฟืนในมือสั่นระริก เธอเป็นถึงประธานกรรมการบริหารบริษัทค้าปลีกระดับประเทศที่เพิ่งจะประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แล้วทำไมเธอถึงมาโผล่ในกระท่อมผุพังที่ดูเหมือนยุคโบราณแบบนี้ได้ แถมเธอกำลังจะลงไม้ลงมือกับเด็กที่ผอมแห้งราวกับไม้เสียบผีอีกต่างหาก

​ทันใดนั้นความทรงจำมากมายที่ไม่ใช่ของเธอก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก หลินเยี่ยหลับตาแน่น กัดริมฝีปากเพื่อข่มความเจ็บปวดขณะที่ปล่อยให้ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ไหลเวียนเข้ามาจนปะติดปะต่อกันได้อย่างสมบูรณ์

​ปี 1983 หมู่บ้านผิงอัน มณฑลทางตอนเหนือที่ห่างไกลความเจริญ

​เจ้าของร่างนี้มีชื่อเดียวกับเธอคือหลินเยี่ย หญิงสาววัยสิบเก้าปีที่ถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงานกับหานเว่ยกั๋ว ชายหนุ่มอนาคตไกลในหมู่บ้าน แต่ยังไม่ทันจะได้เข้าหอ สามีหมาดๆ ของเธอก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตระหว่างเข้าไปทำงานในเหมืองแร่ ทิ้งให้หลินเยี่ยต้องกลายเป็นแม่ม่ายตั้งแต่ยังสาว แถมยังต้องรับภาระเลี้ยงดูหลานชายกำพร้าของสามี ซึ่งก็คือเด็กชายที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้

​หานตง

​            ชื่อนี้ทำให้หัวใจของหลินเยี่ยกระตุกวูบ เธอจำได้แม่นยำ นี่ไม่ใช่แค่การย้อนเวลาธรรมดา แต่เธอหลุดเข้ามาอยู่ในหนังสือนิยายดราม่าเคล้าน้ำตาเรื่อง ลมหนาวแห่งยุคแปดศูนย์ ที่เธอเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนก่อน นิยายเรื่องนี้โด่งดังมากในโลกอินเทอร์เน็ตเพราะความบีบคั้นอารมณ์และจุดจบที่น่าสยดสยอง

​            ในนิยายต้นฉบับ หานตงคือตัวร้ายระดับบอสที่ทรงอิทธิพลและโหดเหี้ยมที่สุดในเรื่อง เขาเติบโตมาจากการถูกทารุณกรรมโดยอาสะใภ้ใจยักษ์ ซึ่งก็คือร่างที่เธอสิงอยู่นี่เอง อาสะใภ้คนนี้ทั้งทุบตี ใช้งานหนัก และปล่อยให้เขาอดอยากจนต้องคุ้ยขยะกิน ความมืดมิดในวัยเด็กหล่อหลอมให้หานตงกลายเป็นปีศาจไร้หัวใจ เมื่อเขาเติบโตขึ้นและมีอำนาจล้นมือ สิ่งแรกที่เขาทำคือการกลับมาจับอาสะใภ้คนนี้ตัดเส้นเอ็นทั้งมือและเท้า แล้วโยนลงไปในบ่อเลี้ยงสุนัขหิวโซเพื่อให้ถูกฉีกทิ้งทั้งเป็น

​            หลินเยี่ยลืมตาขึ้นช้าๆ เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมเต็มแผ่นหลังแม้ว่าอากาศรอบกายจะหนาวจัด เธอจ้องมองใบหน้าเล็กๆ ของวายร้ายในอนาคตที่ตอนนี้เป็นเพียงเด็กชายผู้น่าสงสารที่กำลังหิวโหยจนต้องขโมยหมั่นโถวขึ้นรามากิน

​            หนังสือนิยายเรื่องนั้นบรรยายไว้ชัดเจนว่า วันนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญ อาสะใภ้จับได้ว่าหานตงขโมยอาหาร เธอจึงใช้ท่อนฟืนทุบตีเขาจนแขนซ้ายหัก และไม่ได้พาไปหาหมอ ทำให้แขนของเขาผิดรูปไปตลอดชีวิต ความเจ็บปวดและรอยแผลเป็นในวันนี้นี่เองที่เป็นสลักปลดล็อกความแค้นทั้งหมดในใจของเด็กชาย

​หลินเยี่ยผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ เธอเป็นนักธุรกิจที่ผ่านสมรภูมิการค้ามาอย่างโชกโชน การตื่นตระหนกโวยวายไม่ใช่สไตล์ของเธอ ในเมื่อทะลุมิติมาแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือการเอาชีวิตรอดและเปลี่ยนอนาคตที่เลวร้ายนี้เสีย

​แกร๊ก

​            ท่อนฟืนในมือถูกโยนทิ้งลงบนพื้นดินอย่างไม่ไยดี เสียงของมันทำให้ร่างเล็กของหานตงสะดุ้งเฮือก เขาหลับตาปี๋ เตรียมรับความเจ็บปวดที่คุ้นเคย แต่รออยู่นานก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

​            "ทิ้งของสกปรกนั่นไปซะ" เสียงของหลินเยี่ยแหบพร่าจากการขาดน้ำ แต่ยังคงความราบเรียบและเด็ดขาดเอาไว้

​            หานตงค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขามีความสับสนระคนหวาดระแวง มือเล็กยิ่งกอดหมั่นโถวขึ้นราแน่นกว่าเดิม ราวกับมันคือสมบัติชิ้นสุดท้ายในชีวิต เขาไม่เชื่อหรอกว่าผู้หญิงใจร้ายคนนี้จะปล่อยเขาไปง่ายๆ เธอต้องมีแผนการอะไรที่โหดร้ายกว่าการทุบตีแน่ๆ

​            "ฉันบอกให้ทิ้งมันไป หูหนวกหรือไง" หลินเยี่ยกดเสียงต่ำลง เธอรู้ดีว่าการเปลี่ยนท่าทีมากะทันหันเกินไปจะยิ่งทำให้เด็กที่หวาดระแวงอย่างเขาสงสัยและต่อต้าน การสวมบทบาทเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มงวดแต่มีเหตุผลคือทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้

บทถัดไป