บทที่ 2 2
หานตงเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด แต่ในที่สุดสัญชาตญาณแห่งความกลัวก็ทำให้เขายอมคลายมือออก หมั่นโถวบูดกลิ้งหล่นลงไปบนพื้นดิน
หลินเยี่ยรู้สึกปวดหนึบในกระเพาะอาหาร ร่างกายนี้ไม่ได้กินอะไรตกถึงท้องมาสองวันเต็มแล้ว อาหารที่เหลืออยู่ในบ้านถูกญาติพี่น้องหน้าเลือดฝ่ายสามีขโมยไปจนหมดสิ้น หากไม่หาอะไรกินตอนนี้ เธอคงได้อดตายก่อนที่วายร้ายตัวน้อยจะโตมาล้างแค้นเสียอีก
ขณะที่เธอกำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอด ทันใดนั้นความรู้สึกประหลาดก็วาบขึ้นในหัว หลินเยี่ยหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ ภาพเบื้องหน้าของเธอเปลี่ยนจากกระท่อมซอมซ่อกลายเป็นพื้นที่กว้างขวางที่สว่างไสว แสงไฟนีออนสาดส่องลงมาบนชั้นวางสินค้าที่เรียงรายกันสุดลูกหูลูกตา เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ คลอกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำ
ซูเปอร์มาร์เก็ตไร้พรมแดน
นี่มันห้างสรรพสินค้าครบวงจรที่เธอเป็นเจ้าของในโลกปัจจุบันชัดๆ ทุกอย่างยังคงอยู่ครบถ้วน ตั้งแต่โซนอาหารสด โซนเบเกอรี่ ไปจนถึงโซนเครื่องใช้ไฟฟ้า ตรงหน้าของเธอมีหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงลอยอยู่ ปรากฏตัวอักษรสีฟ้าสว่างวาบ
{ระบบซูเปอร์มาร์เก็ตทำการเชื่อมต่อสำเร็จ}
{สถานะผู้ใช้งาน หลินเยี่ย}
{คะแนนสะสมปัจจุบัน 0 คะแนน}
{โบนัสการผูกระบบครั้งแรก ผู้ใช้สามารถเบิกสินค้าหมวดอาหารพื้นฐานได้ฟรี 1 ครั้ง (จำกัดจำนวนไม่เกิน 1 กิโลกรัม)}
หัวใจของหลินเยี่ยเต้นแรงด้วยความยินดี ในยุคแปดศูนย์ที่ข้าวยากหมากแพงและต้องใช้คูปองในการซื้อทุกสิ่งทุกอย่าง การมีห้างสรรพสินค้าส่วนตัวติดตัวมาด้วยคือสูตรโกงที่ทรงพลังที่สุด เธอรีบตั้งสติและพิจารณาอย่างรอบคอบ การเอาของแปลกประหลาดออกมาในตอนนี้รังแต่จะสร้างปัญหา เธอต้องการอาหารที่เรียบง่าย ให้พลังงานสูง และดูไม่ผิดสังเกตจนเกินไป
หลินเยี่ยเพ่งสมาธิไปที่โซนอาหารเช้า เธอเลือกหมั่นโถวแป้งขาวบริสุทธิ์ที่นึ่งจนฟูร้อนๆ และนมถั่วเหลืองอุ่นๆ หนึ่งกล่องใหญ่ การเบิกสินค้าเสร็จสิ้นลงในชั่วพริบตา
เมื่อลืมตาขึ้น หลินเยี่ยพบว่าตัวเองยังคงยืนอยู่ในกระท่อมที่หนาวเหน็บ หานตงยังคงจ้องมองเธอด้วยความระแวดระวัง เธอเดินตรงไปที่ตู้กับข้าวไม้ผุๆ ที่มุมห้อง ทำทีเป็นเปิดตู้และเอี้ยวตัวบดบังสายตาของเด็กชาย ก่อนจะดึงหมั่นโถวสีขาวนวลก้อนใหญ่สองก้อนและชามกระเบื้องบิ่นๆ ที่เทนมถั่วเหลืองอุ่นๆ ลงไปจนเต็มออกมาจากมิติวิเศษ
กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีชั้นดีและนมถั่วเหลืองที่ต้มจนหวานหอมลอยเตะจมูกทันที หานตงที่นั่งอยู่บนพื้นเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมา จมูกเล็กๆ ของเขาสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปลึกๆ โดยไม่รู้ตัว ท้องที่แบนราบส่งเสียงร้องโครกครากประท้วงอย่างรุนแรง เขาไม่เคยเห็นหมั่นโถวที่ขาวสะอาดและดูนุ่มฟูขนาดนี้มาก่อนในชีวิต แม้แต่ตอนที่พ่อแม่ของเขายังอยู่ อาหารที่ดีที่สุดก็ยังเป็นแค่แป้งข้าวโพดผสมธัญพืชหยาบๆ
หลินเยี่ยเดินกลับมาพร้อมกับอาหารในมือ เธอวางชามนมถั่วเหลืองและหมั่นโถวลงบนโต๊ะเตี้ยๆ ที่ขาหักไปข้างหนึ่งและต้องใช้ก้อนหินหนุนเอาไว้
"ลุกขึ้นมานั่งที่โต๊ะ" หลินเยี่ยออกคำสั่ง เสียงของเธอยังคงราบเรียบ
หานตงตัวสั่น เขาเหลือบมองอาหารสลับกับใบหน้าของหลินเยี่ย ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไร เธอจะหลอกให้เขาตายใจแล้วใส่ยาพิษลงไปในอาหารหรือเปล่า หรือว่านี่คืออาหารมื้อสุดท้ายก่อนที่เธอจะเอาเขาไปขายให้พวกค้ามนุษย์ในเมือง
"ฉันบอกให้ลุกขึ้นมา" หลินเยี่ยตวัดสายตาดุๆ มองเด็กชาย เธอเข้าใจความระแวงของเขา แต่เธอไม่มีเวลามาปลอบโยนอย่างอ่อนหวานในตอนนี้ "ถ้าเธอไม่กิน ฉันจะเอาไปโยนให้หมาป่าบนภูเขาเดี๋ยวนี้"
คำขู่กึ่งจริงกึ่งเล่นนั้นได้ผล หานตงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความหิวโหยที่กัดกินกระเพาะอาหารเอาชนะความหวาดระแวงได้ในที่สุด เขาค่อยๆ พยุงร่างที่สั่นเทาลุกขึ้น เดินลากเท้ามาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะ สายตาจดจ่ออยู่กับหมั่นโถวสีขาวราวกับถูกมนต์สะกด
"กินซะ" หลินเยี่ยหยิบหมั่นโถวก้อนหนึ่งขึ้นมาบิครึ่ง ไอร้อนลอยกรุ่นออกมา เธอส่งครึ่งหนึ่งให้เด็กชาย "ถ้าเธอตายไปเพราะความหิว ใครจะทำงานบ้านให้ฉัน รีบกินก่อนที่มันจะเย็น"
ข้ออ้างที่ฟังดูเห็นแก่ตัวและไร้เยื่อใยของหลินเยี่ย กลับทำให้หานตงรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ใช่แล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางทำดีกับเขาโดยไม่มีผลประโยชน์ เธอแค่กลัวว่าจะไม่มีคนคอยรับใช้เธอต่างหาก ความคิดนี้ทำให้เด็กชายกล้าที่จะยื่นมือที่สั่นระริกออกมารับหมั่นโถวไป
ทันทีที่สัมผัสถึงความนุ่มและอบอุ่นของแป้ง หานตงก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เขายัดหมั่นโถวคำโตเข้าปาก เคี้ยวอย่างกับคนบ้า รสชาติหวานล้ำและนุ่มนวลของแป้งสาลีชั้นดีกระจายซ่านไปทั่วลิ้น มันอร่อยจนน้ำตาหยดเล็กๆ ร่วงเผาะลงมาจากหางตาของเด็กชาย
หลินเยี่ยทอดสายตามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ในนิยายบรรยายไว้เพียงว่าเขาคือจอมมารที่ไร้ความปรานี แต่เบื้องหน้าของเธอในตอนนี้ เขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกทำร้ายจนบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นเพียงเหยื่อของความโหดร้ายในยุคสมัยที่แร้นแค้น
"ค่อยๆ กิน ไม่มีใครแย่งเธอหรอก ดื่มนมถั่วเหลืองนี่ด้วย จะได้ไม่ติดคอ" หลินเยี่ยเลื่อนชามไปตรงหน้าเขา ก่อนจะเริ่มกินหมั่นโถวในส่วนของตัวเองเงียบๆ รสชาติของมันธรรมดามากสำหรับชีวิตในยุคปัจจุบัน แต่สำหรับร่างกายที่อดอยากมานาน มันคืออาหารทิพย์ที่ช่วยเติมเต็มพลังงานที่ขาดหายไปได้อย่างยอดเยี่ยม
หานตงยกชามขึ้นดื่มนมถั่วเหลืองอึกใหญ่ ความอบอุ่นไหลลามลงไปในกระเพาะ ขับไล่ความหนาวเหน็บที่เกาะกินหัวใจมาตลอดหลายเดือนนับตั้งแต่พ่อแม่จากไป เขาแอบช้อนสายตามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้ด่าทอ ไม่ได้ใช้สายตารังเกียจมองเขาเหมือนทุกครั้ง เธอกินอาหารเงียบๆ ท่วงท่าการขยับตัวดูสงบนิ่งและเยือกเย็นแปลกตาไปจากเดิม
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงใจร้ายคนนี้ แต่ความอบอุ่นจากอาหารมื้อนี้ถูกสลักลึกลงไปในเศษเสี้ยวของหัวใจที่ด้านชาของเขาอย่างเงียบเชียบ
ติ๊ง!
เสียงระบบดังขึ้นในหัวของหลินเยี่ย พร้อมกับข้อความโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้า
{เป้าหมาย หานตง ความเกลียดชังลดลงเล็กน้อย}
{ได้รับคะแนนสะสมความดี 10 คะแนน}
{ปลดล็อกฟังก์ชัน แลกเปลี่ยนสินค้าทั่วไป ระดับที่ 1}
ริมฝีปากของหลินเยี่ยยกยิ้มขึ้นบางเบาจนแทบสังเกตไม่เห็น เธอใช้สายตาเยือกเย็นแต่ซ่อนความมุ่งมั่นเอาไว้จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กชายที่กำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
วายร้ายตัวน้อยเอ๋ย ในเมื่อสวรรค์ส่งฉันมาที่นี่แล้ว ฉันหลินเยี่ยคนนี้แหละจะเป็นคนเปลี่ยนชะตากรรมของเธอเอง ฉันจะไม่เลี้ยงเธอให้เป็นเด็กดีโลกสวยที่ถูกรังแกหรอกนะ แต่ฉันจะสอนให้เธอฉลาด เป็นจ้าวแห่งเล่ห์เหลี่ยม และร้ายให้ถูกคน เราจะเหยียบย่ำพวกที่เคยรังแกเราให้จมดิน และสร้างอาณาจักรของเราขึ้นมาด้วยกันในยุคแปดศูนย์นี้เอง!
