บทที่ 8 8
มื้อเช้าวันนี้หลินเยี่ยทำเมนูง่ายๆ เธอเบิกแป้งข้าวโพดเนื้อละเอียดจากระบบมาผสมกับน้ำ นวดจนเข้ากันแล้วนำไปย่างบนกระทะเหล็กจนกลายเป็นแผ่นแป้งจี่ที่หอมกรุ่น กินคู่กับไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่มที่เหยาะซีอิ๊วขาวลงไปเล็กน้อย รสชาติที่กลมกล่อมและเรียบง่ายทำให้หานตงกินจนแก้มตุ่ย แม้จะไม่มีเนื้อสัตว์เหมือนเมื่อคืน แต่สำหรับเขาแล้ว นี่คืออาหารเช้าที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยจดจำได้
ขณะที่ทั้งสองกำลังจัดการกับอาหารเช้า เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่ลานดินหน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นเคยของหวังชุยฮวา พี่สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหาน
"ผู้ใหญ่บ้านคะ ผู้ใหญ่บ้านต้องให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของเรานะคะ นังเด็กหลินเยี่ยมันเป็นบ้าไปแล้ว เมื่อคืนมันเอามีดอีโต้ไล่ฟันฉันกับตาเฒ่าของฉันจนเกือบตาย แถมมันยังขังไอ้เด็กตงตงไว้ในบ้าน ทรมานเด็กจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ผู้ใหญ่บ้านต้องเข้าไปดูให้เห็นกับตานะคะ!"
หลินเยี่ยชะงักแผ่นแป้งในมือ เธอวางมันลงบนชามอย่างใจเย็น นัยน์ตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยประกายความเย็นชาพาดผ่านดวงตาคู่นั้น เธอกะเอาไว้แล้วว่าคนหน้าหนาอย่างหวังชุยฮวาไม่มีทางยอมถอดใจจากเงินห้าร้อยหยวนง่ายๆ แน่ แต่ไม่คิดว่าจะกล้าบากหน้าไปลากผู้ใหญ่บ้านมาถึงที่นี่แต่เช้าตรู่ขนาดนี้
หานตงเงยหน้าขึ้นมองหลินเยี่ยด้วยความหวาดกลัว ร่างกายของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง มือเล็กๆ กำตะเกียบไม้แน่นจนข้อขาว เขาจำเสียงของลุงจ้าว ผู้ใหญ่บ้านได้ดี ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนเที่ยงธรรมและมีอำนาจมากที่สุดในหมู่บ้านผิงอัน ถ้าป้าใหญ่ใส่ร้ายอาสะใภ้สำเร็จ อาสะใภ้ต้องถูกจับไปแน่ๆ แล้วเขาจะต้องตกไปอยู่ในนรกของบ้านใหญ่อีกครั้ง
หลินเยี่ยเอื้อมมือไปกุมมือเล็กๆ ที่สั่นเทาของเด็กชายเอาไว้ ไออุ่นจากฝ่ามือของเธอทำให้หานตงชะงัก เขาเงยหน้ามองดวงตาที่สงบนิ่งและมั่นคงของเธอ
"ไม่ต้องกลัว" หลินเยี่ยกระซิบเสียงเบาแต่หนักแน่น "จำที่ฉันสอนเมื่อคืนได้ไหม อย่าแสดงความอ่อนแอให้ศัตรูเห็น ถ้าพวกมันอยากจะเล่นละครฉากใหญ่ เราก็จะเล่นบทเหยื่อที่น่าสงสารที่สุดให้พวกมันดู เธอรู้ใช่ไหมว่าต้องทำตัวยังไง"
หานตงนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่สมองอันชาญฉลาดของเขาจะประมวลผลคำพูดของหลินเยี่ยได้อย่างรวดเร็ว ในที่สุดสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดและความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น วายร้ายตัวน้อยพยักหน้าช้าๆ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นการคำนวณที่เยือกเย็นเกินวัย
ปัง ปัง ปัง!
เสียงทุบประตูดังสนั่นขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของผู้ใหญ่บ้านจ้าว "หลินเยี่ย อยู่ข้างในหรือเปล่า เปิดประตูให้ฉันหน่อย ฉันมีเรื่องจะสอบถาม"
หลินเยี่ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอปรับสีหน้าให้ดูซีดเซียวและอิดโรย ดวงตาหงส์ที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ถูกบีบเค้นให้น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้า เธอเดินไปปลดกุญแจทองเหลืองออกแล้วแง้มประตูให้เปิดออกเพียงครึ่งเดียว
ที่ลานหน้าบ้าน ผู้ใหญ่บ้านจ้าวยืนเอามือไพล่หลังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ขนาบข้างด้วยหวังชุยฮวาที่กำลังบีบน้ำตาแสร้งทำเป็นร้องไห้กระซิกๆ และหานต้าจื้อที่ยืนหดหัวอยู่ด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านอีกสี่ห้าคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นตามมามุงดูเหตุการณ์ด้วย
"ผู้ใหญ่บ้าน..." หลินเยี่ยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นสะท้าน เธอทำทีเป็นหวาดผวาทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับหวังชุยฮวา ร่างบางถอยกรูดไปด้านหลังหนึ่งก้าวราวกับนกน้อยที่ถูกพรานป่าข่มขู่
ผู้ใหญ่บ้านจ้าวขมวดคิ้ว เขาเป็นสหายเก่าแก่ของพ่อหานเว่ยกั๋ว จึงเอ็นดูชายหนุ่มที่เพิ่งจากไปไม่น้อย เมื่อเห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของหลินเยี่ย ความโกรธที่ถูกหวังชุยฮวาเป่าหูมาตลอดทางก็ลดลงไปหลายส่วน
"หลินเยี่ย พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอไปแจ้งความที่บ้านฉันแต่เช้าตรู่ บอกว่าเมื่อคืนเธอเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เอามีดอีโต้จะฆ่าพวกเขาสองผัวเมีย แถมยังทรมานหานตง มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงได้ทำเรื่องอุกอาจแบบนี้" ผู้ใหญ่บ้านจ้าวถามด้วยน้ำเสียงตำหนิแต่ก็เปิดโอกาสให้อธิบาย
"นั่นไงคะผู้ใหญ่บ้าน! ดูหน้ามันสิคะ มันทำหน้าซื่อตาใสหลอกคนอื่น!" หวังชุยฮวารีบแทรกขึ้นมาทันที ชี้หน้าด่าหลินเยี่ยฉอดๆ "เมื่อคืนมันถือมีดจะฟันหัวฉัน ถ้าตาเฒ่าของฉันไม่ดึงฉันหลบ ฉันคงหัวแบะไปแล้ว นังนี่มันจิตใจโหดเหี้ยม มันตั้งใจจะฆ่าปิดปากพวกเราเพื่อฮุบเงินชดเชยของเว่ยกั๋วเอาไว้คนเดียว ผู้ใหญ่บ้านต้องจับมันส่งตำรวจนะคะ!"
ชาวบ้านที่มุงดูเริ่มส่งเสียงซุบซิบนินทา สายตาหลายคู่มองมาที่หลินเยี่ยด้วยความหวาดระแวง
หลินเยี่ยไม่ได้ตอบโต้คำด่าทอเหล่านั้น เธอเพียงแค่ปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งหล่นลงมาอาบแก้มที่ซีดเซียว ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านราวกับใบไม้ร่วง เธอค่อยๆ ก้มหน้าลง ซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผู้ใหญ่บ้านด้วยสายตาที่ตัดพ้อและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
