บทที่ 9 9

"ผู้ใหญ่บ้านคะ... ฉันเพิ่งเสียสามีไปเมื่อสามวันก่อน งานศพเพิ่งจะผ่านพ้นไป ความเสียใจยังไม่ทันจางหาย ทำไมฉันถึงต้องมาเจอเรื่องโหดร้ายแบบนี้ด้วย" เสียงสะอื้นของหลินเยี่ยดังก้องไปทั่วลานบ้าน มันฟังดูร้าวรานจนแม้แต่ชาวบ้านที่จับกลุ่มนินทายังต้องเงียบเสียงลง

​            "พี่สะใภ้ใหญ่บอกว่าฉันคลุ้มคลั่งจะฆ่าพวกเขางั้นหรือคะ" หลินเยี่ยชี้มือที่สั่นเทาไปที่บานประตู "ผู้ใหญ่บ้านลองดูบานประตูบ้านฉันสิคะ มันเพิ่งถูกถีบจนพังยับเยินเมื่อคืนนี้ รอยรองเท้าขนาดใหญ่ของผู้ชายยังติดอยู่ที่เนื้อไม้อยู่เลย ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ กับเด็กกำพร้าอายุแปดขวบ อยู่ๆ กลางดึกก็มีชายฉกรรจ์ถีบประตูพังเข้ามาในบ้าน พวกเขาไม่ได้มาเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แต่พวกเขาเดินปรี่เข้ามาที่หีบเก็บเงินของฉัน แล้วขู่ว่าจะเอาเงินชดเชยชีวิตของสามีฉันไปจนหมด"

​พูดถึงตรงนี้ หลินเยี่ยก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นดินที่เย็นเฉียบ ปิดหน้าร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าเวทนา "ถ้าฉันไม่คว้ามีดสับฟืนมาป้องกันตัว ป่านนี้เงินก้อนสุดท้ายที่รัฐบาลมอบให้เพื่อเป็นทุนเลี้ยงดูหลานชายของวีรบุรุษแรงงาน คงถูกปล้นไปหมดแล้ว! กฎหมายบ้านเมืองสอนให้เราปกป้องทรัพย์สินของตัวเองไม่ใช่หรือคะ การที่หญิงม่ายพยายามปกป้องชีวิตและเงินก้อนสุดท้ายจากโจรปล้นบ้าน ถือเป็นความผิดที่ต้องถูกส่งตัวให้ตำรวจด้วยหรือคะ!"

​            คำพูดที่ฉะฉาน เป็นเหตุเป็นผล และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของหลินเยี่ย พลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือทันที

​ผู้ใหญ่บ้านจ้าวเบิกตากว้าง เขาเดินเข้าไปสำรวจบานประตูและพบรอยรองเท้าเปื้อนโคลนขนาดใหญ่ที่ประทับอยู่บนเนื้อไม้อย่างชัดเจน รอยนั้นมีขนาดใหญ่กว่าเท้าของหลินเยี่ยและหานตงหลายเท่า มันต้องเป็นเท้าของผู้ชายอย่างแน่นอน ซึ่งก็ชี้เป้าไปที่หานต้าจื้ออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

​            สายตาของผู้นำหมู่บ้านตวัดขวับไปมองสองผัวเมียตระกูลหานทันที แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด "หานต้าจื้อ! หวังชุยฮวา! พวกแกกล้าบุกรุกบ้านแม่ม่ายกลางดึกเพื่อปล้นเงินชดเชยงั้นเรอะ! สันดานพวกแกมันทำด้วยอะไร ถึงได้หน้าด้านหน้าทนรังแกคนตายไปแล้วแบบนี้!"

​หานต้าจื้อหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ขาสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่ เขารีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "มะ... ไม่ใช่นะครับผู้ใหญ่บ้าน พวกเราแค่... แค่มาหวังดี อยากจะช่วยเก็บเงินไว้ให้กลัวว่าหลินเยี่ยจะทำหาย"

​"หุบปาก!" ผู้ใหญ่บ้านจ้าวตวาดลั่น "ช่วยเก็บเงินอะไรกัน บุกพังประตูบ้านเขาดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้เขาเรียกว่าปล้น! ถ้าหลินเยี่ยไม่สู้ ป่านนี้เงินคงเข้ากระเป๋าพวกแกไปแล้ว หน้าไม่อายจริงๆ!"

​หวังชุยฮวาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบงัดไม้ตายสุดท้ายออกมา นางชี้มือไปที่ในบ้าน "แล้วเรื่องที่มันทรมานไอ้เด็กตงตงล่ะคะ! ฉันได้ยินเสียงเด็กมันร้องไห้เมื่อคืนนี้ นังนี่มันทุบตีหลานชายตัวเอง ผู้ใหญ่บ้านต้องจัดการมันนะคะ!"

​            จังหวะนั้นเอง ร่างเล็กๆ ของหานตงก็เดินออกมาจากหลังประตู เด็กชายไม่ได้สวมเสื้อบุนวมตัวนอก เผยให้เห็นเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อบางที่เต็มไปด้วยรอยขาดวิ่น แขนเสื้อที่ถลกขึ้นไปครึ่งหนึ่งเผยให้เห็นรอยเขียวช้ำและรอยแผลแตกที่หลังมืออย่างชัดเจน

​หานตงเดินเข้าไปเกาะชายเสื้อของหลินเยี่ยที่นั่งร้องไห้อยู่บนพื้น เขาช้อนดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาขึ้นมองผู้ใหญ่บ้านจ้าว ริมฝีปากเล็กๆ สั่นระริก

​            "ลุงจ้าวครับ... อาสะใภ้ไม่ได้ตีผม" เสียงของเด็กชายแหบพร่าและสั่นกลัวอย่างสมจริงที่สุด "แผลพวกนี้... เป็นแผลที่ป้าใหญ่ตีผมตอนที่ผมแอบไปขอข้าวกินที่บ้านใหญ่เมื่อหลายวันก่อนต่างหากครับ ป้าใหญ่บอกว่าผมเป็นตัวซวย พ่อแม่ตายแล้วยังจะมาแย่งข้าวหมากินอีก แล้วป้าใหญ่ก็เอาไม้ตีมือผมจนแตก"

​            พูดจบ หานตงก็ซุกหน้าลงกับไหล่ของหลินเยี่ย ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างน่าสงสาร "เมื่อคืนป้าใหญ่กับลุงใหญ่ถีบประตูเข้ามา ป้าใหญ่ชี้หน้าด่าอาสะใภ้ แล้วบอกว่าถ้าไม่ได้เงิน จะจับผมไปขายให้คนในเมืองเอาไปเป็นทาส... ลุงจ้าวครับ ผมกลัว ผมไม่อยากถูกเอาไปขาย อาสะใภ้เลยต้องเอามีดมาขู่ไล่พวกป้าใหญ่ไป อาสะใภ้ปกป้องผม... ฮือออ"

​            ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานบ้านทันที มีเพียงเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กชายที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจของทุกคนที่ได้ยิน

​ชาวบ้านที่เคยมุงดูด้วยความระแวงบัดนี้เปลี่ยนสายตาไปมองหวังชุยฮวาและหานต้าจื้อด้วยความรังเกียจขยะแขยงจนถึงขีดสุด การแย่งสมบัติคนตายก็ว่าเลวแล้ว แต่นี่ถึงขั้นตีเด็กกำพร้าและขู่จะนำไปขาย พวกเขามันไม่ใช่คนแล้ว!

​"หวังชุยฮวา! นังผู้หญิงใจดำ!" ป้าหวางที่อยู่บ้านติดกันทนไม่ไหว ตะโกนด่าขึ้นมาเป็นคนแรก "แกมันหน้าเนื้อใจเสือ รังแกได้แม้กระทั่งเด็กตัวแค่นี้ ยังมีหน้ามาใส่ร้ายหลินเยี่ยอีก ถุย!"

​"ใช่ๆ ไล่พวกมันออกจากหมู่บ้านไปเลย พวกสวะสังคม!" ชาวบ้านคนอื่นๆ เริ่มส่งเสียงประสาน ด่าทอสองผัวเมียจนแทบไม่มีที่ยืน

​            ผู้ใหญ่บ้านจ้าวโกรธจนหนวดสั่น เขาชี้หน้าหานต้าจื้อด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง "หานต้าจื้อ แกเป็นพี่ชายคนโต แต่กลับปล่อยให้เมียทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ ฉันขอสั่งในฐานะผู้นำหมู่บ้าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ครอบครัวบ้านใหญ่ไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินและการเลี้ยงดูหานตงอีก เงินห้าร้อยหยวนเป็นของหลินเยี่ยและหานตงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าพวกแกกล้ามาก่อกวนที่นี่อีกแม้แต่ครั้งเดียว ฉันจะให้คนงานในหมู่บ้านจับพวกแกมัดส่งสถานีตำรวจในตำบลข้อหาพยายามปล้นทรัพย์และค้ามนุษย์!"

​หวังชุยฮวาหน้าซีดเผือด นางทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง ไม่กล้าแม้แต่จะอ้าปากเถียง เพราะหลักฐานทั้งรอยรองเท้าที่ประตูและบาดแผลเก่าบนตัวของหานตงมัดตัวนางจนดิ้นไม่หลุด นางถูกชาวบ้านถ่มน้ำลายรดและถูกสามีลากตัวออกไปจากลานบ้านท่ามกลางเสียงก่นด่าสาปแช่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป