บทที่ 4 เริ่มแผนการ
การพูดคุยดำเนินไปอย่างราบรื่น พ่อของเฉิน จื้อเหาเสนอวันหมั้นในอีกสามเดือนข้างหน้า ไป๋ลู่หรานรีบตอบรับอย่างกระตือรือร้นราวกับกลัวว่าจะพลาดโอกาส เธอถึงกับเสนอที่จะช่วยจัดเตรียมงานเลี้ยงหมั้นทั้งหมดด้วยตัวเอง ทั้งที่ปกติแล้วเรื่องแบบนี้ควรเป็นหน้าที่ของฝ่ายเจ้าสาวเป็นหลัก อวี้หนิงนั่งฟังอย่างเงียบ ๆ ใจคิดหาวิธีที่จะชะลอเรื่องนี้โดยไม่ทำให้พ่อของเธอเสียหน้าหรือสงสัยผิดปกติ
"พ่อคะ" อวี้หนิงเอ่ยขึ้นในที่สุด เมื่อได้จังหวะ "หนูอยากขอเวลาทำความรู้จักคุณเฉินให้มากกว่านี้ก่อนค่ะ การแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต หนูอยากมั่นใจจริง ๆ ว่านี่คือคนที่ใช่ หนูเชื่อว่าพ่อก็คงอยากเห็นลูกสาวมีความสุขในชีวิตแต่งงานจริงๆ ใช่ไหมคะ ไม่ใช่แค่แต่งงานตามธรรมเนียม"
หลินลู่หานหัวเราะเบา ๆ ด้วยความปลื้มใจในความรอบคอบของลูกสาว "ลูกพูดมีเหตุผล งั้นเราเลื่อนพิธีหมั้นออกไปก่อนก็ได้ ให้ทั้งสองคนได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น พ่อไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าถูกบังคับหรอกนะ"
ไป๋ลู่หรานชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะรีบยิ้มกลบเกลื่อน "ก็ได้ตามใจลูกสาวเรานะคะ ท่านนาย" แต่มือของเธอที่กำถ้วยชาแน่นขึ้นเล็กน้อยไม่ทันสังเกตตัวเอง
อวี้หนิงสังเกตเห็นความไม่พอใจแวบหนึ่งในดวงตาของแม่เลี้ยง นั่นยืนยันความสงสัยของเธอว่าไป๋ลู่หรานต้องการให้การหมั้นหมายเกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่ใช่เพียงความรักใคร่ในตัวลูกเลี้ยงอย่างแน่นอน บางทีอาจเป็นเพราะการหมั้นหมายที่เป็นทางการจะทำให้ทรัพย์สินบางส่วนต้องถูกโอนย้ายตามธรรมเนียม หรืออาจมีเหตุผลอื่นที่ซับซ้อนกว่านั้นที่เธอยังมองไม่เห็นในตอนนี้
เมื่อแขกกลับไปแล้ว อวี้หนิงขอตัวกลับห้องพักโดยอ้างว่าเหนื่อย แท้จริงแล้วเธอต้องการเวลาอยู่คนเดียวเพื่อวางแผนขั้นต่อไป เธอหยิบกระดาษกับปากกามาจดบันทึกรายชื่อคนที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ พร้อมเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเท่าที่ยังจำได้
รายชื่อแรกคือ ไป๋ลู่หราน เริ่มยักยอกเงินบริษัทช่วงปลายปี 1986
รายชื่อที่สอง คือ หลินอวี้เหมย ลอบมีความสัมพันธ์กับ เฉินจื้อเหาช่วงต้นปี 1987
รายชื่อที่สาม คือ หลินจงเหอ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการมากผิดปกติตั้งแต่ตอนนี้
เธอมองรายชื่อทั้งหมดด้วยสายตาเยือกเย็น เพิ่มบันทึกย่อยข้างชื่อแต่ละคน ทั้งจุดอ่อนที่พอจะจำได้ ความสัมพันธ์ที่น่าสงสัย และช่วงเวลาที่ควรเริ่มระวังตัวเป็นพิเศษ "คราวนี้ฉันจะไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป" เธอกระซิบกับตัวเอง "ฉันจะเป็นคนวางแผน ไม่ใช่คนถูกวางแผนใส่ร้าย"
หน้าต่างห้องเปิดรับลมเย็นยามเย็น อวี้หนิงมองออกไปยังท้องฟ้าสีส้มอมม่วง รู้สึกถึงพลังใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในตัว นี่คือโอกาสครั้งที่สองที่เธอจะไม่มีวันปล่อยให้หลุดลอยไปอีก เธอพับกระดาษบันทึกเก็บใส่ไว้ในช่องลับใต้ลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง ที่เธอจำได้ว่าไม่มีใครในบ้านรู้จักช่องลับนี้เลยแม้แต่คนเดียว เพราะเป็นที่ที่เธอเคยซ่อนของเล่นสมัยเด็กไว้
เช้าวันรุ่งขึ้น อวี้หนิงตัดสินใจไปเยี่ยมโรงงานทอผ้าเหวินเฉินเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ในชาติที่แล้วเธอไม่ค่อยได้ใส่ใจกิจการของครอบครัวมากนัก ปล่อยให้พ่อและอาจงเหอจัดการ ทุกอย่าง แต่ตอนนี้เธอรู้ดีว่าความประมาทเช่นนั้นคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวล่มสลาย เธอแต่งตัวเรียบง่ายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงขายาวสีเข้ม ไม่สวมเครื่องประดับฟุ่มเฟือยใด ๆ เพื่อให้ดูเป็นมิตรกับพนักงานมากที่สุด
โรงงานตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ห่างจากคฤหาสน์ประมาณสิบนาทีโดยรถยนต์
เสียงเครื่องทอผ้าดังกึกก้องตั้งแต่ยังไม่เข้าประตู คนงานหลายร้อยคนกำลังง่วนอยู่กับงานของตัวเอง กลิ่นฝ้ายและน้ำมันเครื่องลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เสียงล้อหมุนของเครื่องปั่นด้ายผสมกับเสียงคุยกันเบา ๆ ของพนักงานสร้างบรรยากาศที่คึกคักมีชีวิตชีวา ต่างจากภาพความทรงจำของโรงงานที่ร้างและเงียบเหงาในช่วงท้ายของชาติที่แล้วอย่างสิ้นเชิง
"คุณหนูอวี้หนิง" หัวหน้าคนงานชื่อลุงจาง เดินเข้ามาทักทายด้วยความประหลาดใจ เขาสวมเสื้อกันเปื้อนสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าเปื้อนเหงื่อจากการทำงานตั้งแต่เช้า "นานมากแล้วนะครับที่คุณหนูไม่ได้มาโรงงาน มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ"
"ลุงจางคะ วันนี้หนูแค่อยากมาดูงานเฉย ๆ ค่ะ อยากรู้ว่าเรามีปัญหาอะไรที่ต้องแก้ไขบ้างไหม" อวี้หนิงยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เธอจำได้ว่าลุงจางคือหนึ่งในคนงานที่ซื่อสัตย์ที่สุดของโรงงาน และเป็นคนที่พยายามเตือนพ่อเรื่องความผิดปกติทางบัญชีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปในชาติที่แล้ว แต่ไม่มีใครรับฟังเขา จนสุดท้ายเขาก็ถูกไล่ออกอย่างไม่เป็นธรรมเมื่อโรงงานเปลี่ยนมือไปแล้ว
ลุงจางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก "จริง ๆ แล้วก็มีเรื่องหนึ่งที่ผมกังวลอยู่ครับคุณหนู แต่ไม่แน่ใจว่าควรพูดดีไหม..." เขาเหลือบมองไปรอบ ๆ ราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยิน
"พูดมาเถอะค่ะลุงจาง หนูอยากรู้จริง ๆ" อวี้หนิงกระตุ้นอย่างจริงจัง เธอเดินนำเขาไปยังมุมเงียบ ๆ ของโรงงาน ห่างจากเสียงเครื่องจักรและสายตาคนอื่น
