บทที่ 6 งานเลี้ยงน้ำชา

สามวันต่อมา อวี้หนิงได้รับเชิญไปงานเลี้ยงน้ำชาที่จัดขึ้นโดยสมาคมพ่อค้าประจำเมืองหย่งอัน งานนี้จัดขึ้นทุกปีเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลธุรกิจใหญ่ในเมือง และในชาติที่แล้ว นี่คืองานที่อวี้เหมยเริ่มแสดงเล่ห์เหลี่ยมของตัวเองออกมาอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก

ห้องจัดเลี้ยงตกแต่งอย่างหรูหรา โต๊ะกลมสิบกว่าโต๊ะปูผ้า ปักลายมังกรและหงส์ นักดนตรีบรรเลงเพลงจีนโบราณเบา ๆ อยู่มุมหนึ่งของห้อง แขกเหรื่อในชุดกี่เพ้าและสูทตะวันตกเดินสนทนากันอย่างครึกครื้น

หวัง จินเสียงพาอวี้เหมยเดินแนะนำตัวกับแขกคนสำคัญหลายคน ขณะที่อวี้หนิงเดินตามหลังอย่างเงียบ ๆ สังเกตการณ์ทุกอย่างด้วยสายตาที่แหลมคมกว่าเดิม

"พี่อวี้หนิงคะ"

อวี้เหมยเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มหวาน "เห็นว่าพี่เพิ่งไปเยี่ยมโรงงานมาเมื่อวันก่อนใช่ไหมคะ ไม่เห็นพี่สนใจเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย"

น้ำเสียงของอวี้เหมยฟังดูเหมือนความห่วงใยธรรมดา แต่อวี้หนิงจับได้ถึงความหมายแฝงที่ซ่อนอยู่ นั่นคือการสอดแนมความเคลื่อนไหวของเธอ

"ก็เห็นว่าสักวันหนึ่งพี่คงต้องรับช่วงกิจการต่อจากท่านพ่อ เลยอยากเริ่มเรียนรู้ไว้แต่เนิ่น ๆ ไง" อวี้หนิงตอบอย่างสุขุมเยือกเย็น ไม่ปล่อยให้อวี้เหมยจับพิรุธได้

อวี้เหมยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายแปลกไปชั่วขณะก่อนจะยิ้มกลบเกลื่อนอีกครั้ง "พี่พูดถูกค่ะ อย่างนั้นแล้วเราสองคนต้องช่วยกันดูแลกิจการของครอบครัวนะคะ"

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่ ก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นที่ประตูทางเข้า เสียงโห่ร้องและเสียงแก้วแตกดังขึ้น มีชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มเดินนำหน้ากลุ่มทหารอีกสี่ห้าคนเข้ามาในงาน ใบหน้าเขาเข้มขรึม สายตาแหลมคมกวาดมองไปทั่วห้อง

"ท่านพันเอกหลี่!" เจ้าภาพงานรีบวิ่งออกไปต้อนรับด้วยความตื่นตระหนกปนยินดี "มีเกียรติอะไรที่ท่านมาเยือนงานเลี้ยงเล็ก ๆ ของพวกเราครับ"

อวี้หนิงจ้องมองชายหนุ่มคนนั้นอย่างไม่กะพริบตา หลี่เหวินอวี้ พันเอกหนุ่มผู้บังคับการกรมทหารประจำมณฑล ชื่อนี้คุ้นหูเธอมาก เพราะในชาติที่แล้ว เขาคือคนที่มีอำนาจมากที่สุดในเมืองหย่งอันช่วงหลังปี 1987 แต่เธอไม่เคยมีโอกาสได้พบเขาโดยตรงเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะตอนนั้นเธอกำลังนั่งอยู่ในคุกแล้ว

"ผมมาเพื่อสืบสวนเรื่องเงินบริจาคปลอมที่มีการแอบอ้างชื่อกองทัพไปหลอกลวงพ่อค้าในเมืองนี้"

หลี่เหวินอวี้พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"มีรายงานว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในงานเลี้ยงลักษณะนี้บ่อยครั้ง ผมจึงต้องมาตรวจสอบด้วยตัวเอง"

ห้องทั้งห้องเงียบกริบ ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความกังวล อวี้หนิงใช้ช่วงเวลานี้สังเกตหลี่เหวินอวี้อย่างละเอียด เขาสูงโปร่ง ท่าทางสง่างามแบบทหาร ใบหน้าคมเข้มมีเสน่ห์แบบผู้ชายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ดวงตาสีเข้มเปี่ยมด้วยความเฉลียวฉลาดและระแวดระวัง

จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งในชุดสูทหรูหราพยายามหลบหนีออกทางประตูหลัง หลี่เหวินอวี้สังเกตเห็นทันทีและสั่งให้ลูกน้องตามจับ เกิดความชุลมุนขึ้นเล็กน้อย มีคนวิ่งชนโต๊ะจนแก้วน้ำชาหล่นแตกกระจาย เศษแก้วกระเด็นไปทั่ว

อวี้หนิงที่ยืนอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุพยายามหลบแต่กลับสะดุดชายกระโปรงตัวเองจนเสียหลัก ทันใดนั้นมีแขนแข็งแรงโอบรอบเอวเธอไว้ทัน ดึงเธอออกจากเส้นทางที่เศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น

"ระวังหน่อยครับ"

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้ ๆ หู อวี้หนิงเงยหน้าขึ้นมองเจอกับดวงตาสีเข้มของหลี่เหวินอวี้ในระยะใกล้ชิด หัวใจเธอเต้นรัวผิดปกติ กลิ่นสบู่โกนหนวดอ่อน ๆ ผสมกลิ่นผ้าเครื่องแบบทหารลอยมาแตะจมูกเธอ

"ขอบคุณค่ะท่านพันเอก" อวี้หนิงรีบตั้งสติ ถอยห่างออกมาอย่างสุภาพ แต่ในใจกลับรู้สึกแปลกประหลาด นี่คือครั้งแรกที่เธอได้พบกับชายผู้นี้ในทั้งสองชาติ และความรู้สึกที่เกิดขึ้นในอกไม่ใช่แค่ความตื่นเต้นธรรมดา แต่เป็นสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกเธอว่าชายคนนี้จะมีความสำคัญต่อชีวิตเธออย่างมากในอนาคต

หลี่เหวินอวี้มองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง "คุณคือ..."

"หลินอวี้หนิงค่ะ ลูกสาวของท่านหลิน จงเหวย เจ้าของโรงงานทอผ้าเหวินเฉิง" อวี้หนิงแนะนำตัวอย่างสง่างามไม่แสดงความประหม่าออกมาให้เห็น

"หลิน อวี้หนิง..." หลี่เหวินอวี้พึมพำชื่อเธอราวกับจดจำใส่ใจ ก่อนจะพยักหน้าอย่างสุภาพ

"ขอโทษที่งานเลี้ยงของคุณต้องวุ่นวายเพราะภารกิจของผม ผมต้องขอตัวไปจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อน"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป