บทที่ 7 กุญแจสำคัญ
เขาหันหลังเดินจากไปพร้อมลูกน้อง อวี้หนิงยืนมองหลังร่างสูงโปร่งนั้นจนลับตา ใจยังคงเต้นแรงผิดปกติ เธอไม่รู้ว่าการพบกันครั้งนี้จะนำไปสู่อะไรในอนาคต แต่สัญชาตญาณของเธอบอกว่าหลี่เหวินอวี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้แผนทวงคืนทุกสิ่งของเธอสำเร็จลุล่วงได้
อวี้เหมยที่ยืนอยู่ไม่ไกลจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาอิจฉาริษยา ริมฝีปากเม้มแน่นเมื่อเห็นว่าพันเอกหนุ่มผู้ทรงอำนาจให้ความสนใจกับพี่สาวต่างมารดาของตัวเองมากกว่าที่เคยให้ความสนใจใคร เธอเดินเข้ามาหาอวี้หนิงทันทีที่เหวินอวี้เดินจากไป "พี่อวี้หนิงคะ ท่านพันเอกดูสนใจพี่มากเลยนะคะ แปลกจัง ปกติท่านไม่ค่อยสนใจใครแบบนี้เลย"
"คงเป็นแค่มารยาทที่เขาช่วยฉันไว้ไม่ให้ล้มน่ะค่ะ" อวี้หนิงตอบอย่างเรียบเฉย ไม่อยากให้อวี้เหมยจับสังเกตเห็นความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ
คืนนั้น อวี้หนิงนอนไม่หลับ ภาพใบหน้าคมเข้มของหลี่เหวินอวี้ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด
เธอไม่แน่ใจว่านี่คือจุดเริ่มต้นของความรักครั้งใหม่ หรือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพันธมิตรที่จะช่วยเธอทวงคืนทุกสิ่งที่เสียไปกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เธอรู้สึกได้ว่าชีวิตของเธอในชาตินี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอลุกขึ้นเดินไปเปิดหน้าต่าง มองดวงจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า ราวกับกำลังขอบคุณโชคชะตาที่นำพาโอกาสครั้งใหม่และคนที่อาจกลายเป็นพันธมิตรคนสำคัญเข้ามาในชีวิตของเธอในเวลาเดียวกัน
รุ่งเช้าหลังงานเลี้ยงน้ำชา อวี้หนิงตื่นขึ้นมาพร้อมภาพใบหน้าคมเข้มของหลี่เหวินอวี้ยังคงติดตาไม่จางหาย เธอสะบัดความคิดนั้นออกจากหัวแล้วลุกขึ้นแต่งตัว วันนี้เธอมีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการ นั่นคือการตามความคืบหน้าจากลุงจางเรื่องพฤติกรรมของอาจงเหอ
ก่อนจะออกจากห้อง เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในช่องลับใต้ลิ้นชักออกมาทบทวนอีกครั้ง รายชื่อสามชื่อที่เธอจดไว้ยังคงตรงหน้าเธอ ไป๋ลู่หราน หลินอวี้เหมย และหลินจงเหอ แต่ตอนนี้มีชื่อที่สี่เพิ่มเข้ามาในความคิดของเธอแล้ว หลี่เหวินอวี้ ชายผู้ที่อาจเป็นทั้งอันตรายและโอกาสในเวลาเดียวกัน
ที่โต๊ะอาหารเช้า หลินลู่หานกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อย่างเคร่งเครียด สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
"พ่อคะ มีอะไรหรือเปล่า" อวี้หนิงถามพลางนั่งลงที่โต๊ะ
หลินลู่หานพับหนังสือพิมพ์เก็บ ถอนหายใจเบา ๆ "ก็เรื่องที่พันเอกหลี่มาสืบสวนเมื่อวานน่ะลูก มีข่าวลือว่าบริษัทหลายแห่งในเมืองนี้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงเงินบริจาคทหาร พ่อเป็นห่วงว่าชื่อเสียงของตระกูลเราจะพลอยเสียหายไปด้วย ทั้งที่เราไม่เคยยุ่งเกี่ยวอะไรกับเรื่องแบบนั้นเลย"
อวี้หนิงเม้มปากแน่น ในชาติที่แล้วเธอไม่เคยรู้เรื่องคดีนี้มาก่อนเลย เพราะตอนนั้นเธอไม่สนใจกิจการของครอบครัว แต่ตอนนี้เธอเริ่มสงสัยว่าเรื่องเงินบริจาคปลอมอาจเชื่อมโยงกับอาจงเหอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
"พ่อคะ อาจงเหอเคยพูดถึงเรื่องเงินบริจาคให้กองทัพกับพ่อบ้างไหมคะ" เธอถามอย่างระมัดระวัง พยายามให้เสียงฟังดูเป็นความอยากรู้ธรรมดาของลูกสาว
หลินลู่หานคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ "ก็มีนะ เมื่อสักสองเดือนก่อนเขาแนะนำให้พ่อบริจาคเงินก้อนหนึ่งผ่านคนกลางที่เขารู้จัก บอกว่าจะช่วยให้ธุรกิจของเราได้รับความไว้วางใจจากทางการมากขึ้น พ่อก็ให้ไปตามที่เขาแนะนำ เพราะเชื่อใจเขาตลอดมา"
หัวใจอวี้หนิงเต้นแรง นี่คือหลักฐานที่ชัดเจนยิ่งกว่าที่เธอคาดคิด อาจงเหออาจเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการหลอกลวงเงินบริจาคที่หลี่เหวินอวี้กำลังสืบสวนอยู่จริง ๆ
"พ่อยังเก็บใบเสร็จหรือหลักฐานการบริจาคนั้นไว้ไหมคะ" เธอถามต่อ
"น่าจะยังอยู่ในตู้เซฟที่ห้องทำงานนะ ทำไมลูกถึงถามเรื่องนี้ล่ะ" หลินลู่หานมองลูกสาวด้วยสายตาสงสัยเล็กน้อย
อวี้หนิงยิ้มแก้เก้อ "ก็แค่กังวลแทนพ่อน่ะค่ะ กลัวว่าถ้ามีปัญหาจริง ๆ เราจะได้มีหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเราไว้ก่อน"
หลินลู่หานหัวเราะเบา ๆ ด้วยความปลื้มใจ "ลูกเราคิดรอบคอบขึ้นเยอะเลยนะ พ่อดีใจนะที่เห็นลูกเริ่มสนใจเรื่องพวกนี้"
หลังอาหารเช้า อวี้หนิงรีบไปหาลุงจางที่โรงงานทันที เธอพบเขากำลังตรวจสอบเครื่องทอผ้าอยู่ที่มุมหนึ่งของโรงงาน
"คุณหนู มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากรายงานครับ" ลุงจางกระซิบทันทีที่เห็นเธอ เขาพาเธอเดินไปยังห้องเก็บของเก่าที่ไม่มีคนพลุกพล่าน "เมื่อวานตอนเย็น ผมเห็นท่านจงเหอเอาเอกสารชุดหนึ่งใส่ซองสีน้ำตาลไปมอบให้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ประตูหลังโรงงาน ชายคนนั้นแต่งตัวดีมาก ดูไม่เหมือนคนธรรมดา แล้วก็ขึ้นรถเก๋งสีดำคันหรูขับออกไปเลย"
"ลุงจางจำทะเบียนรถได้ไหมคะ" อวี้หนิงถามอย่างจริงจัง
ลุงจางส่ายหน้า "มันมืดเกินไปครับ แต่ผมจำได้ว่ารถคันนั้นมีธงเล็ก ๆ ติดอยู่ที่กระจกหน้า เหมือนธงของสมาคมพ่อค้าฮ่องกงอะไรสักอย่าง"
คำพูดนั้นทำให้ทุกอย่างปะติดปะต่อกันในหัวของอวี้หนิง อาจงเหอกำลังติดต่อกับนักลงทุนฮ่องกงจริง ๆ และอาจกำลังวางแผนขายข้อมูลหรือทรัพย์สินของบริษัทให้คนนอกโดยที่พ่อไม่รู้เรื่อง เธอสัญญากับตัวเองว่าจะต้องหาทางเข้าถึงตู้เซฟในห้องทำงานของพ่อให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อตรวจสอบเอกสารบริจาคที่อาจเป็นกุญแจไขความจริงทั้งหมด
