บทที่ 8 ครอบครัวอาจตกอยู่ในอันตราย
คืนนั้น เมื่อทุกคนในคฤหาสน์หลับใหลไปแล้ว อวี้หนิงลอบย่องออกจากห้องนอนของตัวเอง เดินไปตามทางเดินมืด ๆ สู่ห้องทำงานของพ่อ หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นปนกลัว เธอรู้ดีว่าถ้าถูกจับได้ว่าแอบเข้าไปในห้องทำงานยามวิกาลคงยากที่จะอธิบาย
ประตูห้องทำงานไม่ได้ล็อก เธอค่อย ๆ ผลักเข้าไปอย่างเงียบที่สุด แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ส่องสว่างพอให้เห็นเงาของตู้เซฟเหล็กสีดำตั้งอยู่มุมห้อง เธอจำรหัสได้ลาง ๆ จากความทรงจำในชาติที่แล้ว วันเกิดของแม่ผู้ล่วงลับ
มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะหมุนตัวเลข หนึ่ง เก้า ห้า สอง หนึ่ง สอง หนึ่ง เสียงคลิกดังเบา ๆ ประตูตู้เซฟเปิดออก
ภายในมีเอกสารสำคัญวางเรียงเป็นระเบียบ โฉนดที่ดิน สัญญาธุรกิจ และซองสีน้ำตาลที่เธอตามหา เธอหยิบมันออกมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง ภายในเป็นใบเสร็จรับเงินบริจาคจำนวนห้าหมื่นหยวน ลงนามโดยองค์กรที่ชื่อ "มูลนิธิสนับสนุนกองทัพภาคตะวันออก" พร้อมลายเซ็นของอาจงเหอในฐานะพยาน
ชื่อองค์กรนี้ฟังดูเป็นทางการมาก แต่อวี้หนิงไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยในทั้งสองชาติ เธอพลิกดูเอกสารต่อไปพบว่ามีที่อยู่ติดต่อเป็นตู้ไปรษณีย์ธรรมดา ไม่ใช่สำนักงานจริง นั่นยิ่งตอกย้ำความสงสัยของเธอว่าองค์กรนี้อาจเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อฟอกเงินหรือหลอกลวงเท่านั้น
จู่ ๆ เสียงฝีเท้าดังขึ้นนอกห้อง อวี้หนิงตกใจสุดขีด รีบเก็บเอกสารกลับเข้าที่เดิมและปิดตู้เซฟอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหลบเข้าไปด้านหลังม่านหนาข้างหน้าต่าง
ประตูเปิดออก เสียงคนเดินเข้ามาพร้อมแสงไฟฉายเล็ก ๆ ที่ส่ายไปมา อวี้หนิงกลั้นหายใจ มองผ่านช่องม่านเห็นเงาของชายคนหนึ่งเดินตรงไปที่ตู้เซฟทันที นั่นคืออาจงเหอ
เขายืนอยู่หน้าตู้เซฟครู่หนึ่ง ราวกับกำลังฟังเสียงอะไรบางอย่าง ก่อนจะหันไปมองรอบห้องด้วยความระแวง อวี้หนิงรู้สึกได้ถึงเหงื่อเย็นที่ไหลซึมออกมาตามหลัง เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
ในที่สุดอาจงเหอก็ผละจากตู้เซฟ เดินออกจากห้องไปโดยไม่ได้เปิดมันแม้แต่น้อย บางทีเขาอาจแค่มาตรวจดูว่าทุกอย่างยังปกติดีหรือไม่ อวี้หนิงรอจนแน่ใจว่าไม่มีเสียงฝีเท้าอีกแล้วจึงค่อย ๆ ย่องออกมาจากหลังม่าน รีบกลับห้องนอนของตัวเองด้วยหัวใจที่ยังเต้นแรงไม่หยุด
คืนนั้นเธอนอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพิ่งพบเจอ องค์กรบริจาคปลอม อาจงเหอที่ดูกระวนกระวายผิดปกติ และความเชื่อมโยงกับคดีที่หลี่เหวินอวี้กำลังสืบสวนอยู่ เธอตัดสินใจว่าจะต้องหาทางส่งข้อมูลนี้ไปถึงมือพันเอกหนุ่มโดยที่ไม่เปิดเผยตัวว่าเป็นคนให้ข้อมูล เพราะถ้าอาจงเหอรู้ว่าเธอเป็นคนแฉ ชีวิตของเธอและครอบครัวอาจตกอยู่ในอันตรายก่อนเวลาอันควร
ปรับเกลาให้ภาษาสละสลวย กระชับ อ่านไหลลื่นยิ่งขึ้น โดยยังคงอารมณ์และรายละเอียดเดิมไว้อย่างครบถ้วนครับ
รุ่งเช้า อวี้หนิงขุ่นคิดหาวิธีส่งข่าวถึงหลี่เหวินอวี้อยู่นาน ในที่สุดก็นึกถึงเพื่อนสนิทที่ไม่ได้ติดต่อกันเลยในชาตินี้—สวี่อี้หนาน นักข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ผู้เป็นคนเดียวในชาติก่อนที่ยังคงเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของเธอ แม้ไร้ซึ่งอำนาจจะช่วยเหลือก็ตาม
เธอเขียนจดหมายสั้นๆ นัดพบอี้หนานที่ร้านน้ำชาเล็กๆ ริมถนนสายหลัก ร้านเดิมที่พวกเธอเคยมานั่งคุยกันสมัยเรียน
อี้หนานมาตรงเวลา เธอสวมชุดกระโปรงลายดอกเรียบง่าย ถือกระเป๋าหนังใบเก่าผ่านการใช้งาน "อวี้หนิง! หายหน้าไปนานเลยนะ นึกว่าลืมเพื่อนคนนี้ไปแล้วซะอีก" เธอเอ่ยทักพร้อมยิ้มให้อย่างอบอุ่น
"ขอโทษทีนะ ช่วงนี้ที่บ้านมีเรื่องยุ่งๆ น่ะ" อวี้หนิงตอบด้วยความจริงใจ อุ่นวาบในใจที่ได้เจอเพื่อนอีกครั้ง ชาติก่อนเธอไม่เคยเห็นคุณค่าของมิตรภาพนี้จนกระทั่งสายเกินไป
หลังไถ่ถามสารพัดสุขดิบครู่หนึ่ง อวี้หนิงก็โยนหินถามทางอย่างระมัดระวัง "อี้หนาน เธอยังทำข่าวสายอาชญากรรมกับธุรกิจอยู่ไหม ฉันมีเรื่องอยากให้ช่วยสืบ… แต่ต้องเก็บเป็นความลับสุดยอด ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าได้เบาะแสมาจากฉัน"
อี้หนานมองเธอด้วยสายตาสงสัยปนตื่นเต้น สัญชาตญาณนักข่าวเริ่มทำงานทันที "ฟังดูจริงจังนะเนี่ย เล่ามาสิ"
อวี้หนิงเล่าเรื่ององค์กรการกุศลบังหน้าที่เธอพบในตู้เซฟ โดยเว้นไม่เอ่ยชื่อจงเหอ เพียงอ้างว่าได้ยินมาจากคนในวงการธุรกิจว่ามีกลุ่มคนลักษณะนี้เคลื่อนไหวในเมือง และอาจเชื่อมโยงกับคดีที่ฝ่ายทหารกำลังซุ่มสืบอยู่
"'มูลนิธิสนับสนุนกองทัพภาคตะวันออก' งั้นเหรอ" อี้หนานรีบจดลงสมุดโน้ต ดวงตาเป็นประกาย "น่าสนใจมาก! ถ้าขุดเจอเบาะแสจริง นี่ต้องเป็นข่าวใหญ่ที่สุดในรอบปีของสำนักพิมพ์เราแน่"
"แต่เธอต้องระวังตัวให้มากนะ" อวี้หนิงกำชับเสียงเครียด ยื่นมือไปจับมือเพื่อนไว้แน่น "คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่คนธรรมดา ถ้าเขารู้ว่าเธอกำลังขุดเรื่องนี้ เธออาจตกอยู่ในอันตราย"
อี้หนานยิ้มให้มั่นใจ "ฉันทำอาชีพนี้มาตั้งกี่ปี รู้มือดีน่า ไม่ต้องห่วงหรอก เอาเป็นว่าถ้าได้ความยังไง ฉันจะส่งข้อมูลตรงให้ทางการทหารเอง จะได้ไม่มีใครสืบย้อนมาได้"
อวี้หนิงพยักหน้า ถอนหายใจอย่างโล่งอก นี่คือแผนการที่สมบูรณ์แบบ ข้อมูลจะส่งถึงมือหลี่เหวินอวี้โดยไร้ร่องรอยมาถึงเธอ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เพื่อนรักได้ทำข่าวใหญ่สร้างชื่อ เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวอย่างแท้จริง
