บทที่ 9 พบกันอีกครั้ง

ทว่าก่อนจะแยกย้าย อี้หนานกลับเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางอ้ำอึ้ง "จริงสิ อวี้หนิง… มีอีกเรื่องที่ฉันอยากบอกเธอ ช่วงนี้ฉันได้ยินข่าวลือแปลกๆ เกี่ยวกับอวี้เหมยน้องสาวเธอ มีคนเห็นเธอไปพบกับผู้ชายปริศนาที่ไม่ใช่เฉินจื้อเหาอยู่บ่อยๆ ที่ร้านกาแฟนอกเมือง"

หัวใจของอวี้หนิงกระตุกวูบ นี่อาจเป็นเค้าลางแรกของเหตุการณ์ร้ายแรงที่กำลังจะเกิด แต่เธอเพิ่งเรียนรู้ว่าจะไม่ด่วนสรุป "ผู้ชายคนนั้นลักษณะเป็นยังไงพอรู้ไหม"

"เห็นหน้าไม่ชัดหรอก แต่แต่งตัวดูดี น่าจะเป็นคนมีเงิน" อี้หนานตอบ "ฉันแค่คิดว่าบอกไว้ก่อนน่าจะดี เผื่อเธอใช้ประโยชน์อะไรได้"

อวี้หนิงเอ่ยขอบคุณเพื่อนอีกครั้งก่อนแยกย้าย ในหัวเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างดูเหมือนจะเคลื่อนไหวเร็วกว่าชีวิตในชาติก่อนเสียอีก บางทีการที่เธอเริ่มตั้งคำถามและเคลื่อนไหว อาจไปสะกิดให้แผนการของฝั่งศัตรูเปลี่ยนทิศทางไปจากเดิมแล้วก็เป็นได้

เมื่อกลับถึงบ้าน อวี้หนิงตัดสินใจจับตาดูอวี้เหมยอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เธอเริ่มสังเกตพฤติกรรมของน้องสาวต่างมารดาอย่างละเอียด คอยบันทึกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนไร้ความหมาย ทว่าหากนำมารวมกันอาจเผยเบาะแสสำคัญบางอย่าง

ตกบ่ายวันนั้น อวี้เหมยเอ่ยปากขอยืมรถของบ้านออกไปข้างนอก โดยอ้างว่าจะไปเดินซื้อของกับเพื่อน ทว่าอวี้หนิงสังเกตเห็นว่าน้องสาวแต่งตัวประณีตผิดปกติ ทาปากสีแดงสด พร้อมฉีดน้ำหอมกลิ่นเย้ายวนซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เธอจะใช้ในการไปเดินตลาดธรรมดาๆ แน่นอน

อวี้หนิงตัดสินใจสะกดรอยตามไปเงียบๆ ยืมจักรยานของคนสวนปั่นทิ้งระยะห่างจากรถของน้องสาวเพื่อไม่ให้ถูกจับสังเกต รถของอวี้เหมยเลี้ยวไปจอดหน้าร้านกาแฟเล็กๆ นอกเมือง—ร้านเดียวกับที่อี้หนานเคยเอ่ยถึง อวี้หนิงซุ่มรออยู่หลังต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้าม มองเห็นอวี้เหมยเดินเข้าไปในร้านด้วยท่าทางกระตือรือร้น

ผ่านไปไม่นาน ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินตามเข้าไป อวี้หนิงหรี่ตามองอย่างตั้งใจ แม้ระยะจะไกลเกินกว่าจะเห็นชัดในทีแรก แต่เรือนร่างและท่วงท่าการเดินนั้นกลับคุ้นตาอย่างน่าประหลาด เธอค่อยๆ ปั่นจักรยานขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกระทั่งเห็นใบหน้าของชายคนนั้นได้อย่างชัดเจน

เฉินจื้อเหา... คู่หมั้นของเธอเอง!

หัวใจของอวี้หนิงเต้นระรัวแทบระเบิด แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าในอนาคตทั้งคู่แอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งหลังหลังเธอ แต่การได้มาเห็นหลักฐานคาตาตั้งแต่ตอนนี้—ก่อนพิธีหมั้นหมายจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการเสียอีกกลับทำให้น้ำตาร้อนผ่าวด้วยความโกรธแค้นและสมเพช โกรธที่คนทั้งคู่ไร้ซึ่งยางอาย และสมเพชที่พ่อของเธอยังคงหลงเชื่อใจคนพวกนี้อย่างไม่ลืมหูลืมตา

เธอซุ่มสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ มองผ่านกระจกร้านเห็นคนทั้งคู่นั่งชิดติดกัน อวี้เหมยหัวเราะคิกลูกไม้พร้อมเอียงศีรษะซบไหล่เฉินจื้อเหาอย่างฉอดแฉด กิริยาออดอ้อนนั้นคือพฤติกรรมของคนรักที่คุ้นเคยกันมานาน หาใช่ท่าทีของน้องสาวว่าที่เจ้าสาวที่มีต่อพี่เขยไม่

อวี้หนิงขบฟันแน่น ในชาติก่อนเธอโง่เขลาจนไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยกระทั่งวันแต่งงานของทั้งสอง วันเดียวกับที่เธอถูกจับกุมต่อหน้าแขกเหรื่อทั้งงาน ทว่ายามนี้เธอมีหลักฐานเชิงประจักษ์แล้วว่าความสัมพันธ์ฉาวโฉ่นี้เริ่มต้นเร็วกว่าที่เธอเคยคาดไว้มาก

เธอปั่นจักรยานกลับบ้านด้วยจิตใจที่ปั่นป่วน ว้าวุ่นคิดหาทางรับมือ หากเปิดโปงตอนนี้โดยไร้หลักฐานมัดแน่น อวี้เหมยกับเฉินจื้อเหาคงพร้อมใจกันปฏิเสธและแถแก้ไขสถานการณ์ได้ง่ายดาย ซ้ำร้ายจะยิ่งทำให้พวกมันไก่ตื่น ไร้โอกาสสืบหาเบาะแสอื่นต่อ

ดังนั้น เธอจึงเลือกที่จะอดทน… เฝ้ารอช่วงเวลาที่เหมาะสม รวบรวมหลักฐานให้รัดกุมที่สุด เพื่อรอจังหวะน็อกศัตรูให้ดิ้นไม่หลุดในรวดเดียว และปกป้องตนเองรวมถึงครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

เมื่อกลับถึงห้องพัก อวี้หนิงเปิดสมุดบันทึกรับ ออกแรงจรดปากกาลงข้างชื่อของอวี้เหมยและเฉินจื้อเหา จดบันทึกวัน เวลา และสถานที่นัดพบลับๆ นี้ไว้ละเอียด พร้อมวางแผนหาทางถ่ายภาพเก็บเป็นหลักฐานในครั้งต่อไป เพื่อนำไปแฉต่อหน้าพ่อชนิดที่พวกมันไม่มีทางแก้ตัวได้อีกเลย

สองวันให้หลัง อวี้หนิงได้รับเทียบเชิญจากกองบัญชาการทหารประจำมณฑล ให้เข้าพบพันเอกหลี่เหวินอวี้เป็นการส่วนตัว เธอประหลาดใจไม่น้อย นึกไม่ถึงว่าเขาจะเคลื่อนไหวรวดเร็วถึงเพียงนี้

อวี้หนิงสวมชุดกี่เพ้าสีม่วงอ่อนเรียบหรู แล้วนั่งรถตรงไปยังกองบัญชาการทหารใจกลางเมือง อาคารเทาทึบตั้งสง่าดูเข้มขรึมและเกรงขามสมเป็นสถานที่ราชการทหาร นายทหารยามหน้าประตูตรวจบัตรเชิญอย่างถี่ถ้วนก่อนอนุญาตให้เธอผ่านเข้าไป

หลี่เหวินอวี้นั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ แฟ้มเอกสารจัดวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ เขาเงยหน้าขึ้นทันทีที่เธอเดินเข้ามา แววตาคมกริบดุจเดิม ทว่ากลับแฝงประกายอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับหนแรกที่พบกัน

"ขอบคุณที่สละเวลามาครับ คุณหลิน" เขาลุกขึ้นต้อนรับอย่างสุภาพ ท่าทีต่างจากความห่างเหินในงานเลี้ยงอย่างสิ้นเชิง

"ไม่ทราบว่าท่านพันเอกมีธุระอะไรหรือคะ" อวี้หนิงถามอย่างสุขุม แม้ในใจจะลุ้นระทึกไม่น้อยด้วยความกังวลว่าเบาะแสที่ส่งผ่านอี้หนานจะสืบสาวมาถึงตนหรือไม่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป