บทที่ 3 จุดเริ่มต้น

ตอนที่ 1. จุดเริ่มต้น 

หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ 

@สำนักงานอสังหาริมทรัพย์ 

ตึก

ตึก 

ตึก 

เสียงรองเท้าส้นเข็มดังขึ้นเป็นจังหวะเพื่อตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของสามี เอมมี่ เบอร์แลนด์ หญิงสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษพยายามฉีกยิ้มออกมา เมื่อตัวเองเดินมาหยุดอยู่บริเวณหน้าของทำงานของสามีมหาเศรษฐีของเธอ 

“สวัสดีค่ะคุณเอมมี่ คุณริกเตอร์อยู่ด้านในค่ะ” 

เสียงเลขาสาวเอ่ยรายงาน ทันทีที่เห็นว่าใครมาถึง 

”ขอบใจ“ เอมมี่ตอบรับเบาๆ เธออมยิ้มเล็กน้อย พยายามทำอารมณ์ให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  

เพียงไม่นานประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออก หญิงสาวตั้งใจยิ้มส่งไปให้สามีของตัวเอง แต่เขากลับยกมือขึ้นมาขัดเธอเอาไว้ ข้างหูของริกเตอร์มีโทรศัพท์เครื่องหรูแนบเอาไว้ไม่ห่าง บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขากำลังติดสายสำคัญ เพราะสีหน้าอันแสนจริงจังนั่น ทำให้รอยยิ้มที่เธอพยายามปั้นมาหายไปในชั่วพริบตา 

“ใช่ ตอนนี้โครงการใหม่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ ผมอยากให้พวกคุณรีบเคลียร์โปรเจ็คที่ค้างอยู่ตอนนี้ให้เร็วที่สุด” 

“ผมไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว” 

ปึก!

เสียงกระเป๋าราคาแพงถูกวางลงไปบนโต๊ะทำงาน เอมมี่จ้องหน้าสามีที่เคร่งเครียด ก่อนจะเหลือบสายตามองบนไปหนึ่งครั้ง พักหลังๆมานี้ริกเตอร์แทบจะไม่มีเวลาให้เธอเลย เขาเอาแต่โฟกัสไปที่งานจนแทบจะไม่มีเวลาให้เธอ 

หลายนาทีผ่านไป 

“ตอนนี้ยอดจองห้องที่คอนโดใหม่ใกล้จะเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ผมอยากให้คุณกระตุ้นยอดขาย.....”

“เห้อ” 

เอมมี่นั่งมองสามีเดินไปเดินมาอยู่อย่างนั้น จนเธอเริ่มเบื่อ อีกไม่นานความอดทนของเธอจะหมดลง นี่ก็ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้วที่ริกเตอร์เอาแต่คุยโทรศัพท์อยู่แบบนั้นและปล่อยให้เธอรอ โดยไม่รู้เลยว่าจะต้องทนรออีกต่อไปนานเท่าไหร่? 

และในที่สุด....ความอดทนของหญิงสาวก็หมดลง 

ฟึ่บ!

เธอตัดสินใจหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาสะพายเอาไว้บ่นบ่า ก่อนจะลุกขึ้น จ้องหน้าเขาด้วยแววตาโกรธเคือง เธอเป็นภรรยาของเขาก็จริง แต่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากการเป็นอากาศ เขาจะเห็นความสำคัญของเธอ ก็ต่อเมื่อเธอไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วใช่ไหม

คิดได้แบบนั้นหญิงสาวก็ตั้งท่าจะเดินออกไป แต่ริกเตอร์ที่เห็นว่าภรรยาเริ่มโกรธก็รีบคว้าแขนของเธอเอาไว้ เข้าใจได้ในทันทีว่าสีหน้านั้นหมายความว่ายังไง ก่อนที่เขาจะขอตัววางสายสำคัญนั้นลงไปแล้วหันมาสนใจภรรยาที่กำลังยืนทำหน้าบูดบึ้งอยู่

“ที่รัก....คุณจะไปไหน?” ริกเตอร์เอ่ยถามเอมมี่ทันทีที่เขาวางสายโทรศัพท์ไปแล้ว 

“จะให้เอมอยู่ทำไมคะ ในเมื่อคุณไม่เคยคิดที่จะสนใจเอม” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่างอนอีกคนอย่างเห็นได้ชัด

ริกเตอร์ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกผิด เขารู้ดีว่าตัวเองบ้างานมากแค่ไหน แต่ทุกอย่างที่เขาทำไป มันล้วนแต่เป็นเรื่องสำคัญ รอบตัวของริกเตอร์ตอนนี้มีแต่เรื่องสำคัญที่เขาต้องจัดการเต็มไปหมด เขาอยากจะชดเชยให้ภายหลัง ทันทีที่โครงการใหม่เปิดตัวขึ้น 

“ที่รัก....ริกขอโทษนะ เอมก็รู้ว่าที่ริกทำทุกอย่างก็เพื่อเอมและลูก” 

“.....แต่มันก็เกินไปอยู่ดี ริกไม่มีเวลาให้เอมมานานแล้วนะ งานวันเด็กที่โรงเรียนลูก ริกยังไม่มีเวลาว่างไปเลย”

“แบบนี้จะไม่ให้เอมโกรธได้ยังไง ดูอย่างวันนี้สิ” 

“เอมมานั่งรอริกเป็นชั่วโมง แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าริกจะเสร็จงานแล้วหาเวลามาให้เอมสักนิด” 

“แล้วแบบนี้เอมต้องรอไปถึงเมื่อไหร่อะริก....เมื่อไหร่ริกจะกลับมาสนใจเอมเหมือนเดิมเสียที”

เอมมี่กอดอก กล่าวประชดประชันสามีออกไปยาวเหยียด ริกเตอร์ได้ยินแบบนั้นก็แทบกุมขมับ เขายอมรับความผิดนี้ของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว แต่ถึงแบบนั้นความจริงที่ว่าเขายังต้องทำงานต่อให้เสร็จ มันก็ไม่เปลี่ยนแปลงไป 

“เอม ริกขอโทษนะครับ เอาไว้วันศุกร์นี้ เราไปเที่ยวกันนะ เอมอยากไปไหนเลือกมาได้เลย ริกจะเคลียร์ตารางงานให้เอมกับลูก จะอยู่กับเอมทั้งวัน สัญญาว่าริกจะไม่รับโทรศัพท์แม้แต่สายเดียว” 

ริกเตอร์ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปโอบเอวภรรยาเอาไว้ คางคมได้รูปเกยเอาไว้บนไหล่มนเบาๆ น้ำเสียงออดอ้อน ร่างกายกำยำที่แผ่ความอบอุ่นมากระจายกอดเธอเอาไว้ ทำให้เอมมี่รู้สึกผ่อนแรงความโกรธลงเล็กน้อย 

ก็ถ้าเขาสัญญาว่าจะพาเธอไปเที่ยวอย่างที่พูดเอาไว้จริงๆ เอมมี่ก็จะยอมลองให้โอกาสสามีได้ทำตามคำพูดอีกสักครั้ง 

“จริงนะคะ.....คุณไม่ได้หลอกให้เอมดีใจเล่นใช่ไหม” 

“ไม่ครับที่รัก ริกสัญญา....เราจะไปเที่ยวกันนะ“ มือหนาชูนิ้วก้อยขึ้นมาก่อนจะยื่นมันไปให้หญิงสาว 

เอมมี่เห็นแบบนั้นจึงยอมเลื่อนนิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวก้อยกับเขาเอาไว้ ก่อนที่ใบหน้าสวยของเอมมี่จะยิ้มออกมา อย่างน้อยๆริกเตอร์ก็ยังคิดที่จะอยากให้ความสนใจแก่เธออยู่บ้าง เธอแต่งงานกับเขามาห้าปี ชายหนุ่มมักจะบ้างานมากกว่าสิ่งอื่นเสมอ เธอรู้จักเขาดี....แต่ด้วยความที่ริกเตอร์นั้นรวยมากพอที่จะทำให้เอมมี่มีชีวิตที่สุขสบาย หญิงสาวถึงไม่เคยงอนเขาได้นานข้ามวัน

“ก็ได้ค่ะ เอมรักคุณนะคะ“ 

ฟอด~

จมูกนั้นๆกดหอมลงไปบนแก้มหนาหนึ่งครั้ง ก่อนที่ใบหน้าหล่อคมของริกเตอร์จะคลี่ยิ้มออกมา หลังจากที่ตัวเองสามารถทำให้ภรรยาหายงอนได้สำเร็จ 

“ผมก็รักคุณ” 

ครืด~ ครืด~ 

จังหวะที่ทั้งสองกำลังปรับความเข้าใจกันนั้น จู่ๆเสียงโทรศัพท์ของเอมมี่ในกระเป๋าสวยสุดหรูกลับดังขึ้น ทำให้หญิงสาวรีบหยิบมันขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าใครโทรเข้ามา ร่างสวยก็ชะงักไป ก่อนจะหันมาถามบางอย่างกับสามี 

“เพื่อนเอมโทรมาน่ะค่ะ” 

“ริกคะ วันนี้คุณจะกลับบ้านตอนไหนเหรอคะ?” เอมที่เอ่ยถาม ทำให้ริกเตอร์หันมามอง

“วันนี้ผมมีประชุมตอนเย็น อาจจะกลับค่ำหน่อย อย่าเพิ่งโกรธผมนะ ประชุมนี้สำคัญจริงๆ“

ริกเตอร์พยายามอธิบายให้ภรรยาเข้าใจ เพราะเขากลัวเอมมี่จะโกรธเขาอีก แต่คราวนี้กลับผิดคาด หญิงสาวได้ยินแบบนั้นค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะเอื้อมมือไปจับไหล่แกร่งของชายหนุ่มเอาไว้เบาๆ 

”ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เอมเข้าใจ เอาไว้วันศุกร์เราไปเที่ยวกันนะคะ“ เธอเอ่ยบอกด้วยสีหน้ายิ้มหวาน ผิดกับคนที่โกรธเขาเมื่อครู่ 

”ครับที่รัก ขอบคุณนะที่เข้าใจผม“ 

”ค่ะ ถ้างั้นเอมขอตัวก่อนนะคะ พอดียัยเมย่าโทรมาหาเอมน่ะค่ะ สงสัยอยากชวนไปดื่มชา“ 

”ขับรถดีๆนะเอม เดี๋ยวผมโทรหาตอนเลิกงาน“ 

”ค่ะ ไว้เจอกันนะคะริก“ เอมมี่ไม่รอช้าที่จะหอมแก้มหนาอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไป 

ด้านนอก....

“ฮัลโหล อยู่ไหนของนาย!”

“ฉันโทรไปสิบสายทำไมไม่รับ!” 

เอมมี่บ่นใส่ปลายสายของบทสนทนาออกไปด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย ท่าทางนั้นของเธอดูอารมณ์เสีย เสียจนเลขาหน้าห้องของริกเตอร์อดรู้สึกสงสัยไม่ได้ว่าหญิงสาวกำลังคุยกับใคร แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะไม่สนใจ เพราะอีกฝ่ายได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป