บทที่ 4 สูญเสียไปตลอดกาล

ตอนที่ 2. สูญเสียไปตลอดกาล

หลายชั่วโมงต่อมา 

@ห้องประชุม

“เอาเป็นว่าวันนี้ผมขอจบการประชุมเพียงเท่านี้ก็แล้วกันครับ ผมหวังว่าทุกคนจะทำตามแผนที่วางเอาไว้ได้อย่างไม่มีอะไรผิดพลาดนะ” 

เจ้าของใบหน้าหล่อในแว่นทำงานสีใสเอ่ยบอกลูกน้องเพื่อทำการจบประชุม วันนี้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ริกเตอร์ก้มสายตาไปมองนาฬิกาหรูบนข้อมือของตัวเอง ก่อนจะพบว่าเวลามันผ่านไปเร็วกว่าที่เขาคิด ตอนนี้เวลามันผ่านเลยมาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว เขาต้องรีบกลับไปทานข้างกับภรรยาและลูกสาวที่บ้าน 

ตึก ตึก ตึก! 

เสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งสาวเข้ามาในห้องประชุมอย่างเร่งรีบ ริกเตอร์เงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของฝีเท้านั้นที่มาหยุดอยู่ข้างเขา พร้อมกับน้ำเสียงเหนื่อยหอบของ ลิต้า เลขาของเขาที่เขาคิดว่าเธอเลิกงานไปแล้ว เมื่อหลายชั่วโมงก่อน 

“ผมนึกว่าคุณกลับบ้านไปแล้ว” 

“แฮ่ก~ กำลังจะกลับค่ะ แต่ว่ามีสายด่วน....”

ลิต้าพยายามสะกดกลั้นลมหายใจของตัวเองเอาไว้ เธอรีบวิ่งปรี่มาหาเจ้านายที่ชั้นบน เหตุก็เพราะได้รับสายด่วนจากโรงพยาบาลมาหมาดๆ เรื่องนี้มันสำคัญมากและมันเกี่ยวข้องกับริกเตอร์โดยตรง เธอเดาว่าเพราะเจ้านายกำลังเข้าประชุมอยู่ถึงได้ไม่รับโทรศัพท์ สายนั้นจึงถูกโอนมาหาเธอ 

“มีเรื่องอะไร” 

ท่าทางของเลขาสาวทำให้ริกเตอร์จำต้องเงยหน้าขึ้นไปถาม เพราะมันดูเหมือนจะเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ

“.....คือว่า ตอนนี้คุณเอมมี่อยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ เธอประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้ยังไม่ได้สติเลยค่ะ” 

“ว่าไงนะ!?” 

คำตอบที่ได้ยินทำเอาหัวใจแกร่งหล่นไปอยู่ที่พื้น ริกเตอร์หน้าชาไปพักใหญ่ ก่อนหัวใจจะบีบรัดขึ้นมาอัตโนมัติ กายแกร่งผุดลุกขึ้น โดยไม่สนอะไรอีกต่อไป ตอนนี้เขาต้องรีบไปที่โรงพยาบาล! ร่างสูงรู้แต่เพียงเท่านั้น!

“ที่ไหน!! ตอนนี้ภรรยาผมอยู่ที่ไหน!?” เขาตะโกนถามลูกน้องออกไปอย่างหลงลืมตัว 

“ระโรงพยาบาลนวมินทร์ค่ะ ดิฉันเรียกรถให้แล้ว รออยู่ด้านล่าง เรารีบไปกันเถอะค่ะ” 

เมื่อได้ยินข้อมูลทั้งหมดแล้ว กายแกร่งก็ไม่รอช้าที่จะเดินตัวเปล่าออกไปหาลิฟท์ ลิต้าจัดการจองรถเอาไว้รอตั้งแต่เมื่อห้านาทีก่อน เพราะเธอเห็นว่าถ้าให้เจ้านายขับรถไปเองคงไม่ดีแน่ในสถานการณ์แบบนี้ เธอเองก็เป็นคนหนึ่งที่รู้ว่าริกเตอร์รักภรรยาแค่ไหน เพราะไม่อยากให้อีกคนได้รับอันตรายเพิ่ม จึงดีกว่าถ้าเธอเรียกรถมาไว้รอเขา

ใช้เวลาราวๆสามสิบนาที ทั้งสองคนก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาล ริกเตอร์สาวเท้าเข้าไปหน้าห้องฉุกเฉินอย่างว่องไว เพื่อรีบถามหาภรรยาของตัวเองที่เขาเป็นห่วงจนกระวนกระวายอยู่ทุกขณะ

“ผมเป็นญาติของ เอมมี่ เบอร์แลน เธอประสบอุบัติเหตุเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน“ 

พยาบาลสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะช่วยค้นหาข้อมูล 

”ตอนนี้เธออยู่ที่ห้องผ่าตัดค่ะ“ 

”......“ 

ริกเตอร์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนหน้านี้เขาพยายามภาวนา ขอให้ภรรยาไม่เป็นอะไรมาก แต่พอได้ยินคำว่าผ่าตัด ร่างสูงยอมรับว่าตัวเองทั้งช็อคและไปไม่เป็น เพราะสถานการณ์ตอนนี้มันดูเหมือนจะเลวร้ายเป็นอย่างมาก

”ทางนี้ค่ะ ฉันจะพาคุณไปหาเธอ“ 

เขาได้สติ ในตอนที่พยาบาลเอ่ยประโยคถัดมา ก่อนจะรีบเดินตามคนตรงหน้าไปอย่างรวดเร็ว ด้วนหัวใจที่สั่นไหวราวจะถล่มลงมาเสียให้ได้

หลายนาทีต่อมา 

“เจ้านายคะ น้ำค่ะ” เสียงของลิต้าดังขึ้น ทำให้ริกเตอร์ที่นั่งอยู่บริเวณหน้าห้องผ่าตัดมานานหลายนาทีแล้วค่อยๆหันไปมอง 

เขาคิดว่าเลขาส่วนตัวของตัวเองกลับไปแล้วเสียอีก ตอนนี้เวลาก็ผ่านมานานมากแล้ว เขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่การผ่าตัดของเอมมี่จะจบลง เขาได้รับข้อมูลจากพยาบาลมาคร่าวๆว่าเอมมี่เสียเลือดมาก  เธอไม่ได้สติเลยหลังจากเกิดอุบัติเหตุ แถมยังซี่โครงหักและมีอาการหลายอย่างแทรกซ้อน ทำให้ต้องรีบเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วน ก่อนที่ตะเสียเลือดไปมากกว่านี้ 

เขานั่งกุมขมับมานานหลายนาทีแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลิต้าเดินหายไปจากตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ 

“ขอบใจ”

“คุณจะกลับไปก่อนก็ได้นะ ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนผม” 

เขาเอ่ยบอกลูกน้อง แต่ลิต้าค่อยๆนั่งลงข้างเขา เธอรู้สึกสงสารเจ้านายเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา ไม่เคยมีครั้งไหนที่เธอเห็นริกเตอร์มีอาการเศร้าและจิตหลุดขนาดนี้มาก่อน 

“ฉันรอเป็นเพื่อนดีกว่าค่ะ เผื่อทางตำรวจติดต่อมา ฉันจะได้ช่วยเคลียร์” ลิต้าเอ่ยบอกอย่างจริงใจ เพราะสำหรับเธอ ริกเตอร์เคยช่วยเหลือเธอเรื่องทุนเรียนเอาไว้เมื่อหลายปีมาแล้ว 

ถ้าไม่ได้เขา เธอก็คงไม่ได้ทำอาชีพที่มีเงินเดือนสูงลิ่บลิ้วขนาดนี้ เพราะฉนั้นถ้าสามารถช่วยเหลืออะไรในตอนที่เจ้านายตกที่นั่งลำบากได้ เธอก็อยากจะทำ 

แกร๊ก!

ในที่สุดเสียงประตูห้องผ่าตัดก็ถูกเปิดออก ร่างสูงรีบลุกขึ้นยืนอย่างมีความหวัง ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาหมอที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องอย่างรวดเร็วเพื่อถามถึงอาการของภรรยา

“ภรรยาของผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ เธอปลอดภัยแล้วใช่ไหม” 

เขามองผ่านเข้าไปด้านใน ในใจยังคงมีความหวังเต็มเปี่ยมว่าเอมมี่จะต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ เขาไม่เผื่อใจและอย่างไรซะ พระเจ้าก็จะต้องเข้าข้างเขาเสมอ นั่นคือคติประจำใจของพ่อหนุ่มลูกครึ่งตลอดมา แต่สีหน้าของหมอที่ค่อนข้างลำบากใจ ทำให้ใจแกร่งเริ่มกระตุก

“เราทำเต็มที่แล้วครับ ผมต้องขอแสดงความเสียใจจริงๆ เนื่องจากภรรยาของคุณเสียเลือดมาก และปอดของเธอฉีกขาดจากแรกกระแทก ทำให้ไม่สามารถยื้อชีวิตของเธอเอาไว้ได้ครับ” 

“.......” เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจของริกเตอร์ 

ตอนนี้สมองของเขาเหมือนขาดการติดต่อไปชั่วขณะ มันคือความมึนงงที่เขาไม่อยากจะยอมรับว่าตัวเองได้เสียภรรยาไปแล้วจริงๆ เช่นเดียวกับลิต้าที่ยกมือป้องปากด้วยความตกใจกับข่าวร้ายที่ได้ยิน 

“ไม่จริง! เอมมี่ยังไม่ตาย! ไม่จริงใช่ไหมหมอ! ทำไมคุณถึงช่วยเธอไม่ได้!” 

อาการเสียใจที่เกินรับไหว ทำให้ริกเตอร์ตะโกนโวยวายราวกับคนเสียสติ เขาพยายามจะพุ่งตัวเข้าไปด้านใน แต่หมอคนนั้นกลับห้ามเอาไว้ อีกทั้งเรี่ยวแรงที่เคยมีของเขามันค่อยๆทรุดลง หลังจากที่สมองเริ่มเข้าใจแล้วว่าเอมมี่ไม่ได้อยู่กับเขาอีกต่อไป  

เธอจากเขาไปแล้ว อย่างไม่มีวันกลับ.....

“ใจเย็นๆครับคุณ ผมเข้าใจดีว่าคุณเสียใจแค่ไหนแต่พวกเราทำเต็มที่แล้วครับ” 

ปึก!

สองขาหมดแรงจนล้มลงเบื้องหน้าของคนเป็นหมอ น้ำตาของลูกผู้ชายค่อยๆไหลออกมาจนอาบแก้ม ริกเตอร์ไม่เคยรู้สึกหัวใจแหลกสลายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เขาไม่อยากจะเชื่อว่าทุกอย่างมันจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในแบบที่เขาตั้งตัวไม่ทัน 

“คะคุณริกเตอร์คะ” ลิต้าที่ยืนอยู่ด้านหลัง เห็นสภาพของเจ้านายก็พลอยน้ำตาไหลไปด้วย 

ความแตกสลาย ความสิ้นหวัง ความเสียใจของเขา มันไหลมากองรวมกัน จนริกเตอร์รู้สึกไม่ต่างอะไรจากการตายทั้งเป็น เขารักเอมมี่มากๆ รักมากกว่าอะไรทั้งหมดในชีวิต แต่วันนี้สวรรค์กลับมาพรากเธอไปจากเขา 

ครืด~

จังหวะที่ร่างสูงกำลังนั่งชันเข่าอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่นั้น เสียงรถเข็นที่ถูกผ้าคลุมร่างของผู้เสียชีวิตเอาไว้ก็ได้ถูกเข็นออกมา ทันทีที่ได้เห็นร่างของภรรยาอยู่ภายใต้ผ้าสีขาวใบใหญ่ ร่างสูงก็ปล่อยโฮออกมามากกว่าเดิม

“ฮึก ไม่จริงใช่ไหมเอม ทำไมคุณถึงทิ้งผมไปง่ายๆแบบนี้” เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายขยับลุกขึ้นก่อนจะเดินมากอดร่างไร้วิญญาณของเอมมี่เอาไว้ 

ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปเปิดดูใบหน้าไร้สีที่เคยสวยสดเป็นอย่างมากออกมาดู พร้อมกับปล่อยโฮออกมาต่อหน้าทุกคนอย่างไม่อาย ริกเตอร์ยังคงทำใจไม่ได้ การสูญเสียครั้งนี้มันหนักหนาเกินไปสำหรับเขา เขาคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับเอมมี่ตลอดไปแต่วันนี้.....ทุกอย่างมันดับสลาย ในแบบที่ไม่มีทางหวนกลับคืนมาอีกแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป