บทที่ 5 ตรอมใจ

ตอนที่ 3. ตรอมใจ 

วันต่อมา

@วัดแห่งหนึ่ง 

เสียงพระสวดดังระงมไปทั่ววัด แขกเหรื่อต่างพากันเดินทางมาร่วมงานสวดอภิธรรมของเอมมี่กันอย่างไม่ขาดสาย แม้จะรู้สึกเจ็บปวด ไม่ต่างอะไรจากชีวิตแหลกสลาย แต่ริกเตอร์ก็ยังคงต้องฝืน หอบสังขารตัวเองมาพบปะกับทุกคน เขาอยากทำสิ่งสุดท้ายให้ภรรยาได้อย่างดีที่สุด เขาอยากส่งเธอให้ไปสู่สุคติเป็นครั้งสุดท้ายให้สมเกียรติกับการเป็นภรรยาของเขา

“แด๊ดคะ แม่ไปไหนเหรอคะ?” น้ำเสียงไร้เดียงสาของเด็กน้อยวัยห้าขวบดังขึ้นถามบิดา 

ลิลลี่จ้องมองผู้เป็นพ่อด้วยแววตาสงสัย ตั้งแต่เมื่อวานนี้เด็กสาวก็ไม่ได้เจอแม่เลย มันทำให้เกิดคำถามมากมายเต็มไปหมด ทำไมถึงได้มีรูปแม่ตั้งอยู่ข้างหน้าด้วย เด็กสาวไม่เข้าใจ ริกเตอร์ค่อยๆย่อตัวนั่งลง เขาพยายามไม่ร้องไห้ออกมาต่อหน้าลูก เขาต้องเข้มแข็งและตั้งสติ เพื่อจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย 

มือหนาเอื้อมไปลูบหัวทุยเล็กเบาๆก่อนจะเอ่ยตอบ 

”แม่....เขาไม่อยู่กับเราแล้ว”

“ต่อจากนี้หนูจะมีแค่พอ เราต้องเข้มแข็งนะ” 

“มะแม่ทิ้งเราไปเหรอคะ” ถ้อยคำที่ผู้เป็นพ่อเอ่ยบอก ทำให้เด็กสาวรู้สึกสั่นไหว ด้วยสมองอันน้อยนิด ทำให้ลิลลี่เข้าใจว่า แม่ทิ้งเราไปแล้ว

“อย่าร้องไห้นะคะ ลูกรักของพ่อ แม่เขาไม่ได้ทิ้งเราไปไหนหรอก เขามีเหตุผลจำเป็นที่ไม่สามารถกลับมาหาเราได้แล้ว“ 

เสียงเข้มพยายามกลั้นความหวั่นไหวในใจเอาไว้ แววตาสดใสของลูกสาว หน้าตาที่ถอดแบบออกมาจากผู้เป็นแม่อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้ริกเตอร์แทบจะร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ทุกครั้งที่เขาเห็นหน้าของลิลลี่ มันทำให้เขาหวนไปคิดถึงเอมมี่อยู่ทุกครั้ง 

อีกด้าน 

ตึก 

ตึก 

เสียงฝีเท้าของคนที่เดินเข้ามาใหม่ ทำให้แขกหลายคนต่างหันไปมอง ใบหน้าหวานสวยที่เดินตามหลังบิดามานั้น รู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นหลายสายตากำลังจับจ้องมายังตัวเอง ‘แอนนา เฮมตัน‘ น้องสาวต่างสายเลือดของเอมมี่ เดินตามบิดาบุญธรรมของเธอเข้าไปในศาลากลางวัดด้วยความรู้สึกเสียใจที่ไม่น้อยไปกว่าใคร 

“สวัสดีครับคุณอดัม” เสียงของ‘ทิม’ ดังขึ้น เขาคือลูกน้องคนสนิทของริกเตอร์ เมื่อเห็นว่าบุคคลสำคัญเดินเข้ามา จึงไม่รอช้าที่จะเข้ามาต้อนรับ 

“ริกเตอร์อยู่ไหน” อดัมเอ่ยถามหาลูกเขย 

เขาคือพ่อของเอมมี่ ที่หลังจากรู้ข่าวว่าลูกสาวประสบอุบัติเหตุและเกิดการสูญเสีย จึงไม่รอช้าที่จะพาบุตรบุญธรรมอย่างแอนนาบินลัดฟ้ามาจากอังกฤษอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้น ทำให้เขาแทบจะเป็นลมล้มพับไปกับพื้น 

“ตรงนั้นครับ” ทิมตอบกลับ พร้อมกับผายมือไปอีกฝั่ง 

“น้าแอนนา!” 

น้ำเสียงหวานหูของเด็กน้อย ทำให้แอนนาคลี่ยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่ลิลลี่จะพุ่งตัวเข้ามากอดผู้เป็นน้าสุดที่รักด้วยความคิดถึง เธอกับลิลลี่ไม่มีโอกาสได้เจอกันบ่อยนัก แต่เด็กสาวดูเหมือนจะสนิทกับเธอมากเป็นพิเศษ เพราะความใจดีของแอนนา ทำให้ลิลลี่รู้สึกสบายใจที่จะอยู่ด้วย 

“ลิลลี่~” 

หญิงสาวโอบกอดลิลลี่ไว้ในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกเอ็นดูปนสงสารเด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร แต่กลับต้องมาสูญเสียแม่ไปตลอดกาล 

“เป็นยังไงบ้าง” หลังจากทุกสายตาจับจ้องไปยังน้าหลานเสร็จสิ้นแล้ว อดัมก็ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปถามลูกเขย 

“ผมยังทำใจไม่ได้” ริกเตอร์ยอมรับอย่างเต็มปาก เขาหันไปมองรูปภาพสวยงามของเอมมี่ที่ตั้งตระหว่านอยู่เบื้องหน้าของตัวเอง ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่อกด้านซ้าย

อดัมที่ได้ยินแบบนั้นก็เอื้อมมือไปแตะไหล่แกร่งของลูกเขยเบาๆเพื่อให้กำลังใจ เขารู้ว่าริกเตอร์รักเอมมี่มากแค่ไหน เขาเองก็เคยผ่านช่วงที่ต้องสูญเสียภรรยาไปเหมือกัน เพราะฉนั้นเขาเข้าใจดีว่าความรู้สึกนั้นเป็นยังไง มันอาจจะดูโหดร้ายกับริกเตอร์มากกว่าเขาเสียอีก เพราะเขาเสียภรรยาไปในตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาได้นานกว่ายี่สิบปีแล้ว แต่ของริกเตอร์กับเอมมี่ มันเพิ่งผ่านมาได้แค่ไม่กี่ปีเท่านั้น 

ลูกสาวของเขา....ช่างอายุสั้นเสียจริง 

“ฉันเข้าใจดี เวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่าง” 

“คุณตา~ หนูคิดถึงคุณตาจังเลยค่ะ” เสียงใสของหลานสาวทำให้อดัมก้มลงไปมองก่อนจะฝืนยิ้ม 

“ตาก็คิดถึงหนู เราไปไหว้แม่หนูกันเถอะหลานตา“ อดัมเดินจูงมือลิลลี่เข้าไปหาแม่ด้วยความรู้สึกสงสารปนเอ็นดูหลานสาวอย่างสุดหัวใจ  

ทำให้ที่ตรงนี้เหลือแค่ริกเตอร์กับแอนนาที่กำลังยืนจ้องหน้ากันอยู่ ทุกครั้งที่ได้สบตากับพี่เขย แอนนามักจะรู้สึกเกร็งตลอด เพราะรังศีความน่าเกรงขามของเขา ทำให้เธอทำตัวไม่ถูก สายตาคู่นั้นมันดูคมกริบเสียจนเธอแอบกลัวในบางครั้ง 

”เสียใจด้วยนะคะ“ หญิงสาวเอ่ยบอกเขาเบาๆ 

“ขอบคุณ” 

เจ้าของใบหน้าหล่อที่ดูอิดโรยเพราะนอนไม่หลับมาทั้งคืนก็ได้แต่พยักหน้าตอบ 

ระหว่างสองคนนั้นไม่ได้มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้นอีก เพราะสมองของริกเตอร์ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและร่างกายที่รู้สึกเหมือนคนไร้เรี่ยวแรงตลอดเวลา งานทุกอย่างของเขาถูกโยนให้เพื่อนสนิทอย่าง‘ไมเคิล‘รับไปดูแลต่อ เพราะสภาพของเขาตอนนี้ แค่ยืนทรงตัวให้อยู่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย 

หลายวันต่อมา

@คฤหาสน์เบอร์สัน 

“เลื่อนไปก่อน” 

“อืม ฉันไม่รู้ว่าตอนไหนถึงจะพร้อม” 

“เอาที่แกเห็นว่าดี ตัดสินใจไปเลย” 

เสียงทุ้มตอบกลับปลายสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากเรื่องวุ่นวายทุกอย่างจบสิ้นลง ริกเตอร์ก็จมอยู่กับความเสียใจ และแน่นอนว่าเขายังไม่พร้อมที่จะกลับไปทำงานที่บริษัท แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดี เพราะเขามีเพื่อนรักอย่างไมเคิลคอยจัดการงานให้ เขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะพร้อมสำหรับการกลับไปนั่งแท่นผู้บริหารอีกครั้ง

ร่างสูงรู้แต่เพียงว่า เขายังทำใจยอมรับความจริงไม่ได้ ว่าภรรยาสุดที่รักของเขา ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว 

ฟึ่บ!

เสียงร่างหนาทิ้งตัวพิงหลังลงบนโซฟา ดวงตาคมเข้มที่เคยมีพลัง บัดนี้แฝงไปด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าที่เคยเกลี้ยงเกลา เริ่มถูกปกคลุมไปด้วยหนวดครึ้ม ริกเตอร์แทบจะไม่มีอารมณ์ในการหันมาสนใจตัวเอง เขาเอาแต่คิดถึงเรื่องราวของเอมมี่ซ้ำไปซ้ำมา จนความเสียใจมันกัดกินชีวิตของเขาไปทีละน้อย ท่าทางซูบผอมและดูโทรม มันเป็นเครื่องบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ว่าร่างสูงกำลังรู้สึกเสียศูนย์มากแค่ไหน เขาแทบไม่เป็นอันกินอันนอน ไม่มีกระจิตกระใจไปสนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย 

โดยเฉพาะลูกสาวที่รอคอยความรักจากเขาอยู่ ริกเตอร์รู้ว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาคือลิลลี่ แต่เพราะความเจ็บปวดที่เกินห้ามไหว มันทำให้เขาได้แต่นอนแน่นิ่งจ้องมองเพดานห้องอยู่อย่างนี้ เขาไม่อยากลุกหรือเคลื่อนไหวร่างกายของตัวไปไหนเลยทั้งนั้น

ชีวิตของเขา.....ไม่ต่างอะไรจากได้สูญสิ้นทุกอย่างไปหมดแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป