บทที่ 6 อยากให้เป็นแม่อีกคน
ตอนที่ 4. อยากให้เป็นแม่อีกคน
ด้านล่าง
“อร่อยมากเลยค่ะคุณตา~”
แอนนาอมยิ้มให้กับท่าทางเจริญอาหารของหลานสาวที่ดูเหมือนจะมีความสุขดี แม้จะเพิ่งสูญเสียแม่ของตัวเองไปอย่างไม่มีวันหวนกลับแต่เด็กน้อยก็ยังคงมีความร่างเริงตามประสาเด็กทำให้เธอรู้สึกเบาใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้แอนนารู้สึกอดกังวลไม่ได้ นั่นก็คือ เธอกลัวหลานสาวจะไม่ได้รับความอบอุ่นอย่างที่ควรจะเป็น
“อร่อยก็กินเยอะๆนะหลานตา” อดัมเอ่ยบอกก่อนจะเลื่อนมือไปลูบหัวเล็กเบาๆ
“พรุ่งนี้พ่อต้องบินกลับด่วนนะ ดูเหมือนที่สมาคมจะมีเหตุการ์ณสำคัญเกิดขึ้น พ่อต้องรีบไปจัดการ” ก่อนจะหันมาพูดกับลูกสาวคนเล็ก
“เราจะกลับพร้อมพ่อเลยไหม”
“จริงๆแอนลายาวไปจนถึงอาทิตย์หน้าเลยค่ะ อีกอย่างตอนนี้ที่โรงเรียนก็มีครูคนใหม่เข้ามาช่วย ไม่น่าจะมีอะไรน่าเป็นห่วงมาก”
“แอนอยากอยู่เป็นเพื่อนลิลลี่ต่ออีกสักหน่อย”
หญิงสาวตอบความตั้งใจของตัวเองออกไป แม้ที่ผ่านมา เธอกับเอมมี่จะไม่ได้สนิทอะไรกันมาก แต่ด้วยความที่แอนนาชอบเด็กเป็นทุนเดิม และตอนอยู่ที่อังกฤษเธอทำงานเป็นครูสอนนักเรียนชั้นอนุบาล ทำให้หญิงสาวมีความผูกพันธ์กับลิลลี่มากเป็นพิเศษ แม้เธอจะไม่ใช่สายเลือดที่แท้จริงของเฮมตัน เธอคือสาวไทยที่บังเอิญได้มีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในครอบครัวนี้ แต่เธอก็มองและรักลิลลี่เหมือนหลานสาวแท้ๆของตัวเอง
เธอไม่อยากให้เด็กสาวรู้สึกโดดเดี่ยวในวันที่ไม่มีแม่ ถึงจะมีบิดาคอยอยู่ข้างๆ แต่เธอรู้ดีว่าพ่อกับแม่ ต่างให้ความอบอุ่นในรูปแบบที่ต่างกัน
“เอาแบบนั้นก็ได้ อยู่ช่วยริกเตอร์ต่อสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน พ่อก็ห่วงๆว่าฝั่งนั้นจะดูแลลูกคนเดียวได้ไหม“
เพราะที่ผ่านมาริกเตอร์คือหัวหน้าครอบครัวที่ประสบความสำเร็จในเรื่องธุรกิจ เขาเก่งเรื่องการงาน แต่เรื่องในบ้านอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบเต็มร้อย นั่นคือความท้าทายที่ผู้ชายหลายคนต้องเผชิญในชีวิต ทุกคนเข้าใจดีว่าการเสียภรรยาไปแบบไม่ทันตั้งตัว มันไม่ง่ายเลย ที่จะเริ่มต้นเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ
ขณะเดียวกันนั้น
ตึก ตึก
“น้องลิลลี่“
”พี่การ์ตูน จะไปไหนเหรอคะ?“ ลิลลี่ที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้า หยุดชะงักไปทันควัน
เมื่อหันไปเห็นพี่เลี้ยงของตัวเองหอบข้าวของพะรุงพะรังออกมาจากห้องนอน ราวกับจะย้ายที่อยู่อย่างไรอย่างนั้น
”น้องลิลลี่ พี่ขอโทษนะคะ พี่ต้องกลับบ้านด่วนค่ะ ตอนนี้ที่บ้านพี่น้ำท่วม พ่อแม่พี่ลำบากมาก ไม่มีคนคอยดูแลพวกท่านค่ะ“
”น้องลิลลี่ ไม่มีพี่ต้องเป็นเด็กดีนะคะ“ การ์ตูนเดินเข้ามากอดเด็กน้อย
ลิลลี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มน้ำตาเอ่อคลอ เธอเพิ่งจะเสียแม่ไป แล้วตอนนี้พี่เลี้ยงที่ลิลลี่สนิทที่สุด ก็กำลังจะทิ้งเธอไปเหมือนกัน ความจริงแล้วการ์ตูนไม่ได้อยากลาออกเลย แต่ตอนนี้สถานการ์ณที่บ้านเธอนั้นวุ่นวายมาก หญิงสาวจึงต้องจำใจลาออกแบบกระทันหันเช่นนี้
“ฮึก พี่การ์ตูนจะทิ้งลิลลี่ไปอีกคนเหรอคะ”
“เดี๋ยวนะคะ นี่น้องการ์ตูนลาออกเหรอคะ?” แอนนาเอ่ยถามอีกคนออกไปด้วยความสงสัย เรื่องนี้มันดูรวดเร็วมากจนเธอตกใจ
อีกอย่าง.....ริกเตอร์ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย หลังจากเสร็จงานศพของพี่สาวเธอ เขาก็เอาแต่เก็บตัวเงียบ แทบจะไม่ได้เห็นหน้าเขาด้วยซ้ำ ถ้าลิลลี่ไม่มีพี่เลี้ยง แล้วเด็กน้อยจะใช้ชีวิตยังไง คิดได้แบบนั้นแอนนาก็เริ่มวิตกกังวลมากขึ้นกว่าเดิม เกี่ยวกับชีวิตในอนาคตของหลาน
“ใช่ค่ะคุณแอนนา ตูนไม่อยากออกเลยค่ะ แต่ไม่มีทางเลือก”
“แล้วนี่.....บอกพ่อของลิลลี่หรือยังคะ?”
“บอกแล้วค่ะ คุณริกเตอร์อนุญาตให้ออกค่ะ”
“......” ได้ยินแบบนั้นแอนนาก็เงียบไป เธอไม่รู้ว่าริกเตอร์เตรียมตัวหาพี่เลี้ยงคนใหม่ให้ลิลลี่หรือยัง
เธอคงต้องถามเขา เพราะช่วงนี้เธอพอช่วยเลี้ยงหลานได้ แต่คงไม่ใช่ตลอดไป เพราะเธอเองก็ต้องบินกลับอังกฤษเพื่อไปทำงานที่โรงเรียน
“ถ้างั้นขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ พี่ไปก่อนนะคะน้องลิลลี่ ไว้พี่จะแวะมาหานะคะ”
“พี่การ์ตูนสัญญาแล้วนะคะ ลิลลี่จะรอค่ะ” เด็กน้อยพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ก่อนจะโอบกอดการ์ตูนด้วยความรักใคร่ที่บริสุทธิ์
โชคดีที่ลิลลี่เป็นคนปรับตัวไวและเป็นเด็กที่ค่อนข้างเข้มแข็ง ถึงได้ไม่งอแงไปกับสิ่งรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นแอนนาก็ยังคงเป็นห่วง ช่วงแรกมันอาจจะดูเหมือนเด็กยอมรับได้ดี แต่พอนานวันไปเข้า ถ้าชีวิตขาดการเลี้ยงดูที่อบอุ่น สม่ำเสมอ เธอกลัวเหลือเกินว่าจะมีความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้นกับเด็กสาว
ตกดึก
“น้าแอนคะ แม่กับพี่การ์ตูน.....จะไม่กลับมาหาลิลลี่แล้วใช่ไหมคะ?”
จู่ๆน้ำเสียงเศร้าสร้อยของเด็กน้อยวัยห้าขวบก็เอ่ยถามขึ้น ทันทีที่นิทานเรื่องสนุกจากปากของแอนนาจบลง ความเศร้านั้นมันทำให้แอนนาค่อยๆหุบยิ้มลงและรู้สึกจุกที่อกอย่างพูดไม่ออก เธอเองก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้ในตอนที่พ่อแม่ทิ้งไป มันแย่มาก แอนนารู้ดี แต่เธอก็มั่นใจเช่นกันว่าลิลลี่จะต้องผ่านมันไปได้
“ลิลลี่คะ ไม่ต้องเศร้าหรอกนะคะ ทั้งสองคนไม่ได้ทิ้งลิลลี่ไปไหนเลยค่ะ“
”พวกเขาอยู่ในนี้ อยู่ในหัวใจและความทรงจำของลิลลี่ไงคะ“
”เดี๋ยววันหนึ่ง ลิลลี่ก็จะได้เจอกับพวกเขาอีกครั้งแน่นอนค่ะ“
แอนนาเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงหวานหู ทำให้เด็กน้อยที่เศร้าอยู่ในตอนแรกรู้สึกใจชื้นขื้นมาบ้าง อย่างน้อยๆก็ยังมีหวังที่จะได้เจอพวกเขาใช่ไหม
“ก็ได้ค่ะ ลิลลี่จะรอ”
“เก่งมากค่ะเด็กดี พร้อมนอนหรือยังคะ“
”พร้อมค่ะ“
”โอเคค่ะ เดี๋ยวน้าแอนนาปิดไฟ แล้วเราเข้านอนกันดีกว่านะคะ^^“
เมื่อแสงไฟถูกดับลง ทั้งสองก็นอนกอดกันกลมอยู่บนเตียงใหญ่ นับตั้งแต่ที่บินมาถึงไทย แอนนาก็ตัวติดกับลิลลี่ไม่ห่าง ซึ่งมันช่วยได้มาก มันทำให้เด็กสาวที่โหยหาแม่ รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากผู้เป็นน้า
“ลิลลี่อยากจะอยู่กับน้าแอนนาตลอดไปเลยค่ะ”
“ถ้าแม่จากไปแล้ว ลิลลี่อยากได้น้าแอนนาเป็นแม่อีกคน”
“......”
น้ำเสียงสลึมสะลือบ่มงึมงัมออกมา ก่อนจะหลับไหลเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างว่องไวด้วยความเหนื่อยล้า ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าลิลลี่ผล็อยหลับลงไปแล้ว และแอนนาได้ยินคำพูดพวกนั้นของหลานทั้งหมด หัวใจของเธอกระตุกหวิว รู้สึกเอ็นดูปนสงสารลิลลี่เป็นอย่างมาก ถ้าเธอสามารถอยู่ที่นี่กับลิลลี่ได้ไปตลอด มันก็คงดี
เธอไม่อยากให้เด็กน้อยขาดแม่ไป....อยากให้ลิลลี่ได้มีความสุข ตามประสาเด็กที่ควรจะเป็น
