บทที่ 7 ตัดสินใจ

ตอนที่ 5. ตัดสินใจ 

รุ่งเช้าวันต่อมา 

แกร๊ก~

เสียงมือเล็กบิดลูกบิดประตูออกมา ตอนเวลาตีห้าตรง แอนนาตั้งใจตื่นแต่เช้า เพราะวันนี้จะเป็นวันแรก ที่ลิลลี่จะได้กลับไปเรียนที่โรงเรียนตามปกติ หญิงสาวจึงตั้งใจว่า เธอจะตื่นมาทำอาหารเช้าให้เด็กน้อย เพื่อต้อนรับวันใหม่อย่างมีความสุข 

ตึก 

ตึก 

ทันทีที่เท้าเล็กสาวลงบันไดไป ใบหน้าสวยกลับค่อยๆชะงัก เมื่อเห็นว่าร่างสูงของเจ้าของบ้านกำลังจะขึ้นมาชั้นบน สภาพเสื้อเชิ้ตตัวเดิมตั้งแต่เมื่อวาน กับผมเผ้ากระเซอะกระเซิงของริกเตอร์ ทำให้คนแอนนาขมวดคิ้วเข้าหากันอัตโนมัติ ไหนจะกลิ่นเหล้าที่ลอยมาแตะจมูกเธอนั่นอีก 

นี่เขาอาบหรือดื่มมันกันแน่? 

ในขณะที่ริกเตอร์เอง เมื่อเหลือบสายตามาเห็นว่าน้องสาวของภรรยายืนอยู่ตรงนี้ เขาก็ชะงักไป 

“......” 

ทั้งสองแทบจะไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา เพราะแอนนาไม่รู้จะต้องพูดอะไรออกไปดี เธอกำลังอึ้งกับสภาพความเละเทะของเขาที่เธอเห็นอยู่ ตั้งแต่รู้จักกับพี่เขยมา เธอไม่เคยเห็นริกเตอร์ในสภาพนี้มาก่อน คนที่เคยมีแต่ความเนี๊ยบ ตอนนี้สิ่งนั้นมันไม่หลงเหลืออยู่แล้ว เหลือแต่คนที่กำลังรู้สึกมึนหัวสุดขีด 

ริกเตอร์นั่งดื่มอยู่ข้างล่างตั้งแต่เมื่อวาน จนเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ หลังจากงานศพของเอมมี่ผ่านไป เขาก็เอาแต่เมาหัวราน้ำอยู่อย่างนี้

“ดะเดี๋ยวก่อนค่ะ คือฉันมีคำถามอยากจะถามค่ะ” 

จังหวะที่กายแกร่งกำลังจะเดินผ่านเธอไปนั่นเอง แอนนาถึงได้สติ ว่าเธอมีบางอย่างอยากถามเขา เกี่ยวกับพี่เลี้ยงของลิลลี่ ร่างสูงชะงักกึก ก่อนจะค่อยๆเอี้ยวตัวหันมามองด้วยท่าทางเซๆเล็กน้อย 

”มีอะไร” 

เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ยังพอมีสติอยู่บ้างของเขา แอนนาจึงตัดสินใจถามต่อ 

“เรื่อง....พี่เลี้ยงของลิลลี่น่ะค่ะ” 

“คุณหาคนใหม่ได้หรือยังไงคะ?” 

ใบหน้าหล่อแน่นิ่งไปพอได้ยินคำถาม ไม่ต้องตอบกลับมา หญิงสาวก็รับรู้ได้ ว่าเขาคงยังไม่ได้ทำมันอย่างแน่นอน เพราะสีหน้าของเขา บ่งบอกออกมาแบบนั้น  แอนนาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เธอไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าเสาหลักของครอบครัวนี้กำลังดำดิ่งลงเหวลึก ริกเตอร์โฟกัสอยู่แค่ความเสียใจของเขา โดยหลงลืมลูกสาวที่น่ารักของตัวเองไปเสียสนิท 

“งั้นไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการให้” เธอตอบกลับเพราะรู้สึกว่าการทำแบบนั้นมันจะดีกว่า

เพราะถ้าปล่อยให้เธอรอเขา แอนนาก็ไม่รู้เลยว่าลิลลี่จะได้พี่เลี้ยงคนใหม่เมื่อไหร่ ปัญหาอาจจะไปตกอยู่ที่เด็กน้อยตาดำๆ หญิงสาวได้แต่คาดหวัง ว่าริกเตอร์จะสามารถตั้งหลักได้ภายในเร็ววัน เธอไม่อยากให้เขาจมอยู่ในความทุกข์ นานเกินไปกว่านี้เพราะมันคงไม่ส่งผลดีต่อใครแน่

“ขอบใจ” เขาขอบคุณเธอ ก่อนจะลากสังขารของตัวเองเดินขึ้นไปชั้นบน 

แอนนาถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะเดินลงไปด้านล่าง เป้าหมายของเธอคือห้องครัว แต่เมื่อเดินมาถึงโซฟาห้องนั่งเล่น หญิงสาวกลับต้องชะงักกับภาพที่เห็น ขวดเหล้าเบียร์เกลื่อนที่วางอยู่ กับแม่บ้านที่กำลังง่วนทำความสะอาด ทำให้เธอเผลอนึกสงสัยว่าพี่เขยของเธอนั้นดื่มแอลกอฮอล์ไปมากมายเท่าไหร่ ไม่แปลกใจเลยที่เค้าจะดูมีสภาพ หม่นหมองจนมองไม่ได้

หญิงสาวตัดใจจากภาพตรงหน้า เดินเลี้ยวเข้าไปในครัวก่อนจะเริ่มต้นทำอาหารให้หลานสาวของตัวเองอย่างสุดฝีมือ

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

“โอ้วโห้ อร่อยมากๆเลยค่ะ” 

“ลิลลี่อยากให้น้าแอนทำอาหารให้ทานทุกวันเลยค่ะ“ 

เด็กตัวน้อยยิ้มตอบแววตาวาววับ กับรสชาติอาหารที่แสนถูกอกถูกใจตรงหน้า รอยยิ้มนั้นทำให้แอนนารู้สึกเศร้าขึ้นมาแปลกๆ ยามนึกขึ้นได้ว่าอีกไม่นานหลังจากนี้ตัวเองจะต้องบินกลับไปทำงานที่อังกฤษ นั่นก็หมายความว่าเธอจะไม่ได้มองเห็นใบหน้าสดใสน่ารักของหลานอีกต่อไป

”จ้ะ เดี๋ยวน้าจะทำให้ทานทุกวันเลยนะ“ แอนนาเอ่ยตอบก่อนจะลูบผมเล็กไปมาอย่างเอ็นดู

“อิ่มหรือยังคะ ถ้าอิ่มแล้วก็ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไปโรงเรียนสายนะ” 

“อิ่มแล้วค่ะ หนูพร้อมไปโรงเรียนแล้ว“ 

เมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วหญิงสาวก็ทำหน้าที่ ไปส่งหลานที่โรงเรียนพร้อมกับคนขับรถด้วยความเต็มใจ

หลายวันต่อมา 

“เราเคยเลี้ยงเด็กมาก่อนไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยสัมภาษณ์ คนตรงหน้าด้วยความตั้งใจ

หลายวันมานี้แอนนามัวแต่ยุ่งอยู่กับการค้นหาพี่เลี้ยงเด็กคนใหม่ให้ลิลลี่ เพราะอีกไม่กี่วันเธอก็จะต้องบินกลับไปทำงานต่อแล้ว 

“เคยค่ะ ทิชาชอบเด็กค่ะ เพราะเคยช่วยแม่เลี้ยงน้องตอนเด็ก” 

“ทิชาเคยทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่ต่างประเทศด้วยนะคะ แต่ที่กลับมาเพราะสัญญาจบลงแล้วค่ะ” 

แอนนาติ๊กผ่านแทบทุกข้อ เพราะจากที่เธอสัมภาษณ์มาเกือบห้าคน ทิชาน่าจะเป็นคนที่ดูใจดีและใส่ใจเด็กมากที่สุดและมีมีประสบการณ์ค่อนข้างเยอะเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก 

“ขอบคุณสำหรับวันนี้มากนะคะ เดี๋ยวยังไงจะติดต่อกลับไปค่ะ” 

“ขอบคุณมากนะคะ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม สามารถโทรมาที่เบอร์ของทิชาได้ตลอดค่ะ ทิชาสะดวกรับสายตลอดเวลา” 

“ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่เดินไปส่งนะคะ” 

เมื่อการสอบถามเสร็จสิ้นแล้ว แอนนาจึงผุดลุกขึ้นก่อนจะผายมือให้คนตรงหน้า ในขณะเดียวกันนั้น เสียง ฝีเท้าเล็กกับค่อยๆวิ่งเข้ามามาหาเธอพอดี ลิลลี่โผเข้ากอด ผู้เป็นน้าด้วยความคิดถึง เมื่อกลับมาถึงบ้าน เด็กสาวที่ไปโรงเรียนมาทั้งวันก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งเข้ามาหาแอนนาด้วยสีหน้ามีความสุขดั่งเช่นทุกวัน

“ลิลลี่! ฮ่าๆๆ” 

“อะไรคะเนี่ย กอดน้าแรงไปไหม” 

“ก็ลิลลี่คิดถึงน้าแอนนานี่คะ” เด็กสาวตอบกลับด้วยคำหวาน

“สวัสดีจ้ะ” ทิชายกมือขึ้นทักทายอย่างเป็นมิตร 

ลิลลี่ที่เห็นคนไม่คุ้นหน้าก็ได้แต่หันไปมองหน้าแอนนา 

“พี่เขาคือใครเหรอคะ?” แววตาสดใสเมื่อครู่ถามอย่างสงสัย

“ลิลลี่ทำความรู้จักกับพี่เขาไว้สิคะ นี่พี่ทิชาค่ะ ในอนาคตพี่เขาจะมาเป็นพี่เลี้ยงให้หนูนะ”

เด็กน้อยค่อยๆหุบยิ้มลงเมื่อได้ยินแบบนั้น ความเงียบของหลานทำให้แอนนาเริ่มรู้สึกไม่แน่ใจ ว่าลิลลี่พร้อมที่จะมีพี่เลี้ยงคนใหม่หรือเปล่า 

“สวัสดีค่ะ” 

“ลิลลี่เหนื่อยจัง ขอไปทานน้ำก่อนนะคะ” ว่าจบเจ้าเด็กตัวเล็กๆก็เดินออกไปเลย 

ทำเอาแอนนารู้สึกงงเป็นไก่ตาแตก แต่ทิชากับรู้สึกเข้าใจถึงความรู้สึกของหนูน้อยคนนั้น 

“เอ่อ ขอโทษด้วยนะคะ ปกติแกเป็นคนอารมณ์ดีมากเลยค่ะ แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงได้เป็นแบบนี้”  แอนนาเอ่ยขอโทษแทนหลาน ที่เมินทิชา 

“ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณแอนนา ดูเหมือนน้องลิลลี่ จะอยากอยู่กับคุณแอนนามากกว่าพี่เลี้ยงใหม่นะคะ” 

คำพูดของทิชา ทำให้แอนนารู้สึกจุกอยู่ในใจอย่างบอกไม่ถูก ตอนนี้คงเป็นตาของเธอแล้วที่จะต้องทำอะไรบางอย่าง แอนนาเองก็มองออกเหมือนกันว่าลิลลี่ไม่ได้อยากมีพี่เลี้ยงคนใหม่ ทุกครั้งที่เธอพูดถึงเรื่องนี้เด็กน้อยจะเบี่ยงเบนไปเรื่องอื่น หรือเปลี่ยนเรื่องตลอดเวลา 

เธอคิดว่าตอนนี้ลิลลี่ น่าจะกำลังงอนเธออยู่แน่ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป