บทที่ 8 พี่เลี้ยงคนใหม่
ตอนที่ 6. พี่เลี้ยงคนใหม่
หลายนาทีต่อมา
แกร๊ก~
เสียงมือเล็กบิดลูกบิดประตูเข้ามาในห้องของหลานสาวอย่างช้าๆ เพื่อสอดส่องดูว่าลิลลี่กำลังทำอะไรอยู่ ถ้าที่เห็นทำเอาแอนนายืนนิ่งไปเล็กน้อยเพราะลิลลี่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่บนเก้าอี้
“ลิลลี่ ทำอะไรอยู่หรอคะ”
“ลิลลี่กำลังทำการบ้านค่ะ” เด็กน้อยตอบกลับด้วยนะน้ำเสียงปกติ แต่หน้าไม่ยอมหันมามองผู้เป็นน้าเลยแม้แต่น้อย
แอนนาที่เห็นแบบนั้นก็ค่อยๆเดินไปนั่งลงบนเตียง
“ปกติน้าต้องเป็นคนสอนไม่ใช่หรอคะ ทำไมวันนี้ถึงทำคนเดียวล่ะ” เธอถามต่อ รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเด็กน้อยกำลังรู้สึกเศร้า
“ค่ะ อีกไม่กี่วันน้าแอนก็จะจะกลับไปแล้วนี่คะ ลิลลี่ต้องฝึกทำด้วยตัวเองไว้ เผื่อตอนน้าแอนไม่อยู่จะได้ชินค่ะ”
แอนนารู้สึกเจ็บปวดอยู่ในใจ เมื่อได้ยินคำตอบของเด็กไร้เดียงสา คิดได้แบบนี้เธอก็ไม่รอช้าที่จะตัดสินใจ เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ลิลลี่คงมีความสุขมากกว่านี้ ถ้ามีเธอคอยอยู่ข้างๆทดแทนมารดาที่เสียไป
“ลิลลี่คะน้าแอนมีอะไรจะบอกค่ะ น้าแอนตัดสินใจแล้วนะคะ”
เธอว่าพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหัวเล็กเบาๆ
"พี่เลี้ยงคนใหม่ของลิลลี่ คือน้าแอนเองค่ะ น้าแอนจะไม่กลับไปหาคุณตาแล้วค่ะ จะอยู่ที่นี่กับลิลลี่“
มือน้อยๆชะงักกึก ก่อนจะค่อยๆหันหน้ามามองคนข้างๆ ลิลลี่โผล่เข้ากอดแอนนาด้วยความรู้สึกดีใจที่สุดในชีวิต เพราะทั้งชีวิตของลิลลี่ไม่มีใครดูแลเธอได้ดีเท่ากับน้าแอนนาอีกแล้ว หญิงสาวกอดหลานเอาไว้แน่น สายใยผูกพันธ์ของเธอสองคนรัดกันแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“จริงหรอคะน้าแอน!!”
“ลิลลี่ดีใจที่สุดเลยค่ะ! ลิลลี่รักน้าแอน!”
“หึ น้าก็รักลิลลี่จ้ะ”
รุ่งเช้าวันต่อมา
“ลิลลี่อยากลงไปช่วยนะทำอาหารเช้าเหรอจ๊ะ”
“ใช่ค่ะ ลิลลี่อยากทำอาหารเก่งเหมือนน้าแอน วันนี้ลิลลี่อยากทานแซนด์วิชทูน่าค่ะ”
เสียงสองน้าหลานเดินจูงมือกันลงไปข้างล่างด้วยความสดใสตั้งแต่เช้า แม้วันนี้จะตื่นสายเล็กน้อย แต่เมื่อหลานสาวตัวน้อยขอลงไปทำอาหารด้วยแอนนาก็ไม่คิดขัดข้อง หลังจากที่เธอตัดสินใจอยู่ต่อที่นี่ในระยะยาว แอนนาได้ทำการโทรไปขอลาออกจากโรงเรียนที่เธอเป็นครูอยู่ ซึ่งโชคดีที่ทุกฝ่ายนั้นเข้าใจ ส่วนบิดาของเธอเองก็เห็นด้วยกับการที่เธอจะอยู่ดูแลลิลลี่ที่นี่ต่อ อีกไม่นานอดัมคงบินกลับมาเยี่ยมเยียนทุกคนอีกครั้ง เพราะที่อังกฤษตอนนี้ เหลือเพียงแค่บิดาของเธอคนเดียวที่ยังอาศัยอยู่
“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวน้าแอนจะสอนทำนะคะ”
เพล้ง!
“.......!?”
“แดดดี๊”
ภาพตรงหน้าที่เห็นทำเอาทั้งสองคนหยุดชะงักไป ภาพที่แม่บ้านและทิม ผู้ช่วยของริกเตอร์ กำลังกำลังพยายามพยุงเค้าขึ้นมาจากโซฟาในสภาพเละตุ้มเป๊ะ เพื่อส่งเค้าขึ้นไปนอนยังชั้นบน แอนนาเม้มปากแน่นแทบจะกุมขมับ นี่คือภาพที่เธอไม่อยากให้หลานสาวเห็นมากที่สุด แต่สุดท้ายก็ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่มีวันไหนเลยที่ริกเตอร์ไม่กินเหล้าดึกดื่นจนถึงเช้าอย่างเมามาย เขาแทบไม่มีเวลามาสนใจลูกสาวด้วยซ้ำ ขวดเหล้าเกลื่อนกลาดนั่น คงเป็นยาพิษชั้นดีที่ทำให้เขาสภาพดูเละเทะแบบนี้สินะ
“คุณแอนนา” ทิมเมื่อเห็นว่าใครเดินลงมาก็ได้แต่ก้มหัวให้ เขาพยายามลากเจ้านายขึ้นไปห้องนอนมาหลายนาทีแล้ว แต่ไม่เป็นผล
เพราะอีกฝ่ายเอาแต่ล้มตัวลงนอนโซฟา ตอนนี้สติสัมปชัญญะของริกเตอร์ไม่หลงเหลืออยู่แล้วจริงๆ
“ไปห้องครัวกันดีกว่าจ้ะลิลลี่”
หญิงสาวเลือกที่จะเมินภาพนั้นไป ก่อนจะดึงตัวหลานให้เดินเข้าไปห้องครัวด้วยกัน เธอจัดการนำอุปกรณ์ สำหรับการเตรียมอาหารออกมาวาง โดยมีสายตาของลิลลี่ยืนมองอยู่ติดๆ ก่อนที่เด็กน้อยจะเอ่ยถามออกมา
“น้าแอนคะ แดดดี้เป็นอะไรหรอคะ?”
น้ำเสียงอันไร้เดียงสาของลิลลี่ทำให้แอนนารู้สึก เวทนาอยู่ในที เด็กน้อยตาดำๆช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยเกี่ยวกับเรื่องราวของผู้ใหญ่ ลิลลี่ไม่ควรที่จะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วยซ้ำ ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งรู้สึกสงสาร เธอไม่อาจตอบได้เลยว่านานเท่าไหร่ริกเตอร์ถึงรู้สึกดีขึ้นได้
ร่างสูงร้อยหกสิบเจ็ดเซนติเมตร ค่อยๆย่อตัวลงนั่งด้านหน้าของหลานสาว ก่อนจะเอ่ยอธิบายอะไรบางอย่างออกไป
“แดดดี๊เค้าแค่ยังเศร้าเรื่องแม่อยู่นะคะ” เธอไม่อยากให้ลิลลี่คิดมากเลยจริงๆ
“แดดดี๊เมาทุกวันเลยหรอคะ”
“ลิลลี่แทบจะไม่ได้เห็นหน้าแดดดี้เลย”
น้ำเสียงนั้นปนไปด้วยความสลดนิดๆ ทำเอาแอนนารู้สึกใจหาย ก่อนจะเอ่ยปลอบ
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกลูก ช่วงนี้แดดดี้เค้ายุ่งๆเรื่องงานด้วยน่ะ ถ้าแดดดี้เค้าว่างเมื่อไหร่ ไว้เราค่อยชวนแดดดี้มาทานข้าวด้วยกันนะคะ”
ลิลลี่พยักหน้าตอบรับ เมื่อเห็นรอยยิ้มหวานๆ ของหลานสาวแอนนาก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย เธอตัดสินใจพาลิลลี่เบี่ยงประเด็นมาคิดเรื่องทำอาหาร แสนสนุกแทนที่จะไปนั่งเศร้า เรื่องของผู้ใหญ่แบบนั้น
@ห้องนอนใหญ่
“อะอ๊ะ”
เสียงครวญครางร้องออกมาจากริมฝีปากหนา ทุกๆครั้งที่ตื่นมาริกเตอร์จะรู้สึกทรมานแบบนี้ และเค้ายินดีที่จะรับความทรมานนั้นเข้ามาอยู่ในหัวใจ เพราะต่อให้เค้าจะเมามายจากแอลกอฮอล์มากแค่ไหน แต่ความเจ็บปวดในตอนที่ตื่นมามันก็ยังน้อยไปกว่าการยังจำได้ว่า คนที่เขารักที่สุดได้จากไปแล้วตลอดกาล
“......”
กายแกร่งค่อยๆลุกขึ้นนั่งบนเตียง เตียงที่เคยมีความทรงจำอันแสนงดงาม ยังอยู่ตรงนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ริกเตอร์ก็เห็นแต่ภาพของเอมมี่ แม้เขาจะอยากได้เธอกลับคืนมามากแค่ไหน แต่ส่วนลึกของหัวใจก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ และนั่นคือสิ่งที่ย้ำเตือนทำให้เขาเจ็บปวดที่สุดทุกครั้งที่ลืมตาตื่น ประธานหนุ่มจึงตัดปัญหา โดยการนั่งดื่มเหล้าทุกวันตั้งแต่ตอนตื่น จนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน เขาทำแบบนี้ซ้ำๆ จนกว่าความรู้สึกเจ็บปวดพวกนั้น มันจะทุเลาลงสักวันหนึ่ง
“คงเที่ยงแล้วสินะ” เค้าบ่นพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นแสงแดดส่องผ่านม่าน
แกร๊ก~
“เจ้านายครับ” ทิมที่เปิดประตูเข้ามา พุ่งตัวเข้ามาหาคนที่เพิ่งตื่นนอนอย่างว่องไว เพราะตอนนี้เขาได้รับข่าวด่วนมาจากตำรวจ ที่เป็นเจ้าของคดีอุบัติอุบัติเหตุของเอมมี่
“มีอะไร” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไป
“ตำรวจติดต่อมาครับบอกว่าตอนนี้เจอโทรศัพท์คุณเอมมี่แล้ว”
ใบหน้าหล่อที่แฝงไปด้วยความไร้เรี่ยวแรง ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่สมอง จะค่อยๆปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างเข้าหากัน หลังจากที่เขาได้คุยกับตำรวจไปรอบที่แล้ว ไม่มีใครพบเจอโทรศัพท์ของเอมมี่เลย สิ่งที่ทำให้ริกเตอร์สนใจไม่ใช่เรื่องนั้น แต่มันคือไทม์ไลน์การขับรถของเอมมี่ ที่วันนั้นเธอบอกเขาว่า เธอจะไปไปหาเพื่อน แต่ในวันที่เพื่อนของเธอมาที่งานศพ กลับบอกเขาว่าวันนั้นไม่ได้มีนัดกับเอมมี่
อีกทั้งถนนที่หญิงสาวประสบอุบัติเหตุ มันยังอยู่ห่างจากบ้านของพวกเขามากๆ แล้วริกเตอร์รู้ดีว่าภรรยาของเขาแทบจะไม่เคยไปฝั่งนั้นเลย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาอยากเริ่มหาคำตอบ ว่าแท้ที่จริงแล้ว วันนั้นเอมมี่ไปไหน เธอควรรอเขาอยู่ที่บ้าน ไม่ใช่ไปโผล่ที่นั่น คิดได้แบบนี้ริกเตอร์ก็เริ่มสงสัยว่าการตายของภรรยาเขามันคืออุบัติเหตุ หรือมีใครบางคนจงใจทำให้เธอเสียชีวิตกันแน่
“ที่ไหน“
”บริเวณป่าข้างทาง ที่ใกล้กับอุบัติเหตุครับ“
”แต่ตำรวจบอกว่าโทรศัพท์ได้รับความเสียหายมาก เครื่องเปิดไม่ติดครับ เว้นแต่จะไปหาช่างที่มีฝีมือในเรื่องนี้มาเปิดให้“ ริกเตอร์เสนอความคิด
”จัดการหาช่างซะ!” เขาตอบกลับอย่างรวดเร็วด้วยอารมณ์พุ่งแรงที่อยากได้รับคำตอบนั้นไวๆ
“ครับ” ทิมก้มหน้าตอบรับคำสั่ง ก่อนจะทำท่าเดินออกไป
“เดี๋ยว”
“คืนนี้ฉันจะไปดื่มกับไมเคิล”
“นายต้องไปด้วย”
“ครับเจ้านาย” ทิมตอบรับก่อนจะเดินออกไป
เมื่ออยู่คนเดียว ริกเตอร์ก็ฝืนร่างกายที่แฮงค์เหล้าของตัวเองลุกขึ้นไปอาบน้ำ ร่างแกร่งไร้อาภรณ์ในห้องน้ำ เริ่มสอดส่องสายตามองหาใบมีดโกณ เพื่อที่จะนำมาจัดการใบหน้าอันแสนรกรุงรังของตัวเอง นาสแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้ใส่ใจในรูปร่างของตัวเอง หลายวันมานี้เขาปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรมถึงขั้นนี้เลยหรือ
เขาถามตัวเองในกระจก เมื่อได้เห็นรูปร่างของตัว
