บทที่ 1 Returning for Love: คุณหมอคนใหม่กับลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาล - 1
เสียงประกาศของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่กล่าวว่า ขณะนี้กัปตันได้นำเครื่องลดระดับการบินลงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิแล้ว ได้เรียกสติของศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกลอย่าง ‘ณภัทร ธนวัทร’ ให้กลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง หลังจากดำดิ่งลงสู่ห้วงความคิดต่างๆ นานา ตลอดระยะเวลาการเดินทางเกือบหนึ่งวันเต็มๆ
โดยเฉพาะเรื่องราวเมื่อครั้งเยาว์วัยกับสาวน้อยแสนน่ารักในวัยเด็ก…เจ้าของสร้อยข้อมือ Hello Kitty ที่เขาถืออยู่ในฝ่ามือชื้นเหงื่อ เพราะเขากำลังตื่นเต้นที่จะได้เจอหน้าหญิงสาวที่อยู่ในดวงใจเขามาแสนเนิ่นนานอีกครั้ง
ณภัทรไม่ได้พบเจอสาวน้อยในดวงใจอีกเลยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะเขาต้องทุ่มเทให้กับการศึกษา จนสำเร็จเป็นศัลยแพทย์หนุ่มฝีมือดีและมีอนาคตไกล หากวันนี้เขากลับละทิ้งทุกอย่างจากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อกลับมาตามความรักครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตเขาซึ่งเกิดขึ้นกับสาวน้อยแสนซนเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว
ดวงตาคู่คมของหมอหนุ่มภายใต้แว่นตากรอบสีดำหนาเทอะทะ จ้องมองผ่านกระจกใสไปยังท้องฟ้าหมู่ดาวพร่างพราวและท้องทะเลด้านล่างอย่างตื่นตาตื่นใจ ดีใจที่ได้กลับมายังแผ่นดินเกิดของบุพการีของตนอีกครั้ง แต่เหนืออื่นใดคือการได้กลับมาทวงสัญญาในวัยเด็ก ที่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะจำได้หรือเปล่า หากตัวเขานั้นกลับจำมันได้อย่างแม่นยำและชัดเจนอยู่ในใจ…ราวกับเรื่องราวทั้งหลายเพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า
ณภัทรยกสร้อยข้อมือแทนใจขึ้นมองตรงหน้าอีกครั้ง นัยน์ตาสีนิลดำขลับที่จ้องมองรูปแมวน้อยน่ารักซึ่งห้อยต่องแต่งอยู่รอบๆ สร้อยข้อมืออยู่นั้น ทอประกายแสงแห่งรักสุดใจ เรียวปากได้รูปสีชมพูสุขภาพดีคลี่ยิ้มหวานราวกับว่ากำลังยิ้มให้กับเจ้าของสร้อยข้อมืออยู่ มือหนาหากเรียวงามกำสร้อยแทนใจไว้แน่น ก่อนนำมาทาบแนบตรงหัวใจของเขาซึ่งเต้นโครมครามอยู่อย่างผิดจังหวะ เป็นสัญญาณว่าหัวใจของเขาจะอยู่กับเจ้าของสร้อยข้อมือที่ชื่อ ‘พลอยไพลิน อัครศกุลไพศาล’ คนนี้คนเดียวและตลอดไป
‘น้องพลอยครับ พี่ภัทรกลับมาทวงสัญญาของเราแล้วนะครับ’
“อ๊ากกกกก ทำไมพ่อกลางต้องให้พี่ไปทำงานที่โรงพยาบาลด้วย”
เสียงร้องโหยหวนอย่างขัดอกขัดใจของพลอยไพลินดังขึ้น ขณะกลิ้งร่างอิ่มของตัวเองไปมาอยู่บนเตียงใหญ่ในห้องนอนซึ่งของตกแต่งทุกชิ้นเป็นสีชมพูหวานแหวว ซึ่งไม่ค่อยจะเข้ากับนิสัยสาวเปรี้ยวแสนซ่าของเธอ
“พี่ไม่อยากไปเลยเกด พี่จะทำยังไงดี”
ร่างเล็กเด้งขึ้นจากเตียง บ่นให้อนามิกาซึ่งเป็นน้องสาวที่อายุห่างกัน 4ปี และยืนยิ้มเย็นๆ อยู่ปลายเตียงฟัง ใบหน้างามของพลอยไพลินบึ้งตึงบิดเบี้ยวอย่างไม่พอใจ
“แต่พี่พลอยผัดคุณพ่อมาหลายครั้งแล้วนะคะ อีกอย่างไปทำงานที่นั่น ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายเลย เผื่อได้เจอคุณหมอหล่อๆ ด้วยนะคะ” อนามิกาเย้า รู้ทั้งรู้ว่าพี่สาวไม่ชอบหมอ ไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม โดยเฉพาะหน้าเดิมๆ ที่รู้จักมาตั้งแต่เด็กๆ แต่หายหน้าหายตากันไปนานหลายปี หากเธอทราบข่าวมาว่าพี่หมอณภัทรนั้น เพิ่งกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลของตัวเองเมื่อสองอาทิตย์ก่อน
“หมอที่โรงพยาบาลคนไหนหล่อบ้าง เห็นมีแต่แก่ๆ สูงอายุ หรือไม่ก็แต่งงงแต่งงานไปแล้วทั้งนั้น” พี่สาวเถียง
สาวสวยหน้าใส…พลอยไพลินใน วัย 26 ปี มีดวงตากลมโตไม่ต่างกับพี่สาวคนสวย…ลัลล์สลิตา เธอเติบโตขึ้นมาในฐานะลูกสาวคนโตของผู้เป็นน้าอย่างอนาคิน ซึ่งรักและเอ็นดูหลานสาวประดุจลูกของตัวเอง เนื่องจากมารดาของพลอยไพลินซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ ของอนาคินนั้นเสียชีวิตตั้งแต่วันแรกที่เด็กน้อยลืมตาดูโลก
และหลังจากเรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ เธอก็แหกกฎของตระกูลออกมาทำงานนักข่าวสายบันเทิงที่เธอรัก ซึ่งเป็นอาชีพประจำและเป็นอาชีพในฝันของเธอมาตั้งแต่เด็ก
ทว่าในขณะนี้ เธอกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจ เพราะหน้าที่ที่สัญญาไว้กับคุณพ่อกลางสุดหล่อ ว่าเมื่ออายุครบ 25 ปี เมื่อไร เธอจะเข้ารับตำแหน่งที่โรงพยาบาลของตระกูลทันที และเธอก็ผัดผ่อนมาแล้วเกือบปี จนมาถึงวันนี้ เช้านี้ ที่เธอต้องเข้าไปทำงานในแผนกประชาสัมพันธ์แบบเต็มตัว…
“ก็พี่หมอภัทรไงคะพี่พลอย” คนเป็นน้องยิ้มกริ่ม รู้ว่าคนเป็นพี่ต้องปรี๊ดแตก แล้วผิดเสียที่ไหนฟังเสียงเข้าสิ
“ว้ากกก อีตาหมอภัทร เกดลืมตาหรือเปล่า ถึงได้เห็นว่าอีตานั่นหล่อ” คนไม่ชอบหมอภัทรเป็นพิเศษร้องเสียงดังกว่าเดิม นี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอยิ่งไม่อยากไปทำงานที่โรงพยาบาล
ถ้าอีตาคนนี้ไม่เพิ่งย้ายมาทำงาน เธอคงยังมีกะจิตกะใจไปทำงานที่นั่นมากกว่านี้เป็นแน่
“พี่ภัทรหล่อนะคะ พี่พลอยไม่ดูให้ดีๆ เอง” อนามิกาเถียงพลางพาร่างเล็กของตัวเองไปนั่งบนเตียงด้วย
“หล่อของพี่ต้องเป็นแบบพีทเท่านั้น” พลอยไพลินพูดพลางทำนัยน์ตาชวนฝัน เมื่อนึกถึงแฟนหนุ่มซึ่งเป็นดาราชื่อดังมีงานล้นมืออยู่ในขณะนี้
“เกดว่า พี่ภัทรหล่อกว่าพี่พีทอีกค่ะ” อนามิกาไม่เห็นด้วยถึงจะไม่ได้เจอกับลูกชายเพื่อนของบิดาคนนี้มานาน แต่เธอยังจำผู้ชายผิวขาวอมชมพูคนนั้นได้ดี และถ้ามองให้ดี ณภัทรหน้าตาดีกว่าดาราหลายๆ คนที่เธอเคยเห็นมาเสียอีก
“เฮอะ เปลี่ยนเรื่องพูดเหอะ อย่าทำให้บรรยากาศเสียอารมณ์เสีย ตั้งแต่ยังไม่ถึงโรงพยาบาลเลย” พลอยไพลินเบ้หน้า “แล้วเกดจะไปอยู่กับคุณตากี่วัน” คนเป็นพี่เปลี่ยนเรื่องมาคุยเรื่องน้องสาวแทน
อนามิกาเพิ่งเรียนจบบริหารมาหมาดๆ และขออนุญาตบิดาไปเยี่ยมคุณตาเกรียงไกรที่บริหารงานรีสอร์ตของตระกูลอยู่ที่เกาะสมุย และเพื่อพักผ่อนสมองหลังจากคร่ำเครียดจากการเรียน รวมทั้งเพื่อจะได้ศึกษาดูงานไปในตัว เพราะในอนาคตเธอต้องเข้ารับตำแหน่งและดูแลธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตของอัครศกุลไพศาลที่มีอยู่มากมายหลายสาขานั่นเอง
“ยังไม่ทราบเลยค่ะ เกดเบื่อๆ น่ะค่ะ ว่าจะอยู่ที่นั่นนานหน่อย” อนามิกาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแฝงด้วยความโศกเศร้าอยู่ในใจเนื่องจากความรักที่ไม่สมหวัง บอกไปก็คงไม่มีใครเชื่อว่าสาวสวยพ่อรวยอย่างเธอนั้นกำลังอกหักดังเป๊าะ จนต้องหลบหนีไปหาที่ดามหัวใจสักพัก ความรักที่ต้องปิดเป็นความลับจากบิดาไม่พอ กลับต้องมาช้ำใจเมื่อฝ่ายชายปันใจให้หญิงอื่นอีกด้วย
แล้วน้ำเสียงเศร้าสร้อยของน้องสาวก็ทำให้พลอยไพลินรู้ถึงเหตุผลของการเดินทางไปพักผ่อนทันที
“นี่ยังลืมไอ้หมอนั่นไม่ได้อีกหรือ ลืมไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นไปได้แล้ว” พลอยไพลินสอนเสียงเข้ม นึกขึ้นมาแล้วดีกรีความโกรธแล่นขึ้นเป็นริ้วๆ หน็อย มาหลอกน้องสาวฉัน เจอหน้าจะฉะให้เละ
“แหม เกดไม่เคยอกหักนี่คะ ก็ต้องเจ็บนานหน่อย” สาวน้อยที่เพิ่งเสียรักแรกเสียงอ่อย
“อกหักเรื่องเล็ก อกเล็กเรื่องใหญ่เชื่อพี่เกด”
นักข่าวสาวที่เจนจัดอยู่ในวงการบันเทิงให้กำลังใจน้องสาวด้วยคำขวัญประจำตัว และมันก็เรียกรอยยิ้มหวานออกมาบนใบหน้างามของอนามิกาได้ดีเลยทีเดียว แล้วที่พี่สาวว่ามานั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับบุตรสาวของลัลล์สลิตาเลยสักนิด ในเมื่อแม่คัปซีลูกสาวและน้องสาวก็ไม่ได้แตกต่างไปแต่อย่างใด
“อีกอย่าง ผู้ชายมีอีกหนึ่งล้านแปดแสนคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน และไม่ได้เป็นเกย์เป็นตุ๊ดด้วย เพราะฉะนั้นจะต้องมีสักคนที่จะกลายเป็นเนื้อคู่ของเกด ไม่แน่เนื้อคู่ของเกดอาจจะรออยู่ที่สมุยก็ได้นะ” พี่สาวคนสวยปิดท้ายด้วยน้ำเสียงซุกซนตามด้วยยักคิ้วหลิ่วตาราวกับหนุ่มเจ้าชู้
“พูดไปก็เท่านั้นค่ะ จะมีสักคนที่คุณพ่อพอใจหรือเปล่าในหนึ่งล้านแปดแสนคนนั่น” อนามิกาปลงตก นี่ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่จะต้องกลายมาเป็นอุปสรรคความรักของเธอในอนาคต
“เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยวอรี่ทีหลัง ยังไงเสียพ่อกลางก็ห้ามเราไม่ได้ตลอดไปหรอก”
พลอยไพลินให้กำลังใจตัวเองด้วย เธอรู้ว่าอนาคินไม่ชอบใจเรื่องที่เธอตกลงเป็นแฟนกับดาราหนุ่มนั่นเท่าใดนัก แต่เพราะเธอยังไม่เคยทำอะไรให้ตัวเองต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง และอนาคินก็รับรู้ความเป็นไปทุกอย่าง จึงยังไม่ได้ลงมือทำอะไรเพื่อขัดขวางความรักของเธออย่างจริงจังก็เท่านั้น…
สองพี่น้องพูดคุยสัพเพเหระก่อนแยกย้ายกันไปเตรียมตัวเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายของตัวเอง…
