บทที่ 11 Wrong Place, Wrong Time, Wrong Person: ผิดที่ผิดทางผิดผีผิดคน -2

Wrong Place, Wrong Time, Wrong Person: ผิดที่ผิดทางผิดผีผิดคน -2

สายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจ้องสาวร่างเล็กที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้านเขม็งจากบนชั้นสองของผับที่เขามานั่งอยู่ได้สักพักแล้ว นาซิมจ้องผู้หญิงคนนั้นยามเยื้องกรายยามยิ้มยามหัวเราะยามพูดคุยอย่างไม่อาจละสายตาได้ และเขาก็รู้สึกถูกตาต้องใจสาวร่างเล็กแต่ดูแล้วน่าจะอวบอัดไปทั้งเนื้อทั้งตัวเป็นอย่างบอกไม่ถูก…

“ฉันสนใจผู้หญิงคนนั้น” เสียงทุ้มทรงอำนาจออกคำสั่งให้ลูกน้องคนสนิทที่รู้หน้าที่ว่าตนต้องทำอย่างไร…

จามาลเดินลงมาติดต่อกับวัลลพเจ้าของผับซึ่งแท้จริงแล้วเป็นทั้งนายหน้าค้าเนื้อสดทั้งเจ้าของโต๊ะรับพนันบอลและธุรกิจผิดกฎหมายอีกมากมาย วัลลพที่รู้ดีว่าลูกค้าคนสำคัญคนนี้เป็นใคร จึงไปดำเนินการติดต่อสาวให้ลูกค้ารายใหญ่ในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาทันที…

วัลลพออกมาดูเป้าหมายยังบริเวณตัวร้านก็พบว่าสาวปริศนาคนนั้นมาเที่ยวกับลูกหนี้รายสำคัญของตน จึงให้ลูกน้องไปเรียกตัวบุลพรมาคุยเจรจาเป็นการส่วนตัวทันที…

“มาที่ผับนี้ก็ดีนะคะ เสียงไม่ดังมากเท่าไหร่” อนามิกาพูดขึ้นเมื่อมาถึงผับเป้าหมายซึ่งเป็นที่รู้ดีกันในคนวงในว่าเป็นผับที่เปิดให้ลูกค้าเงินหนามาเลือกซื้อเลือกหาสาวๆ ที่พร้อมจะมาเสนอขายตัวเองหรือทางร้านมีนำเสนอไว้ให้ และสาวๆ ที่มาที่นี่ล้วนแล้วเข้ามาเพื่อโชว์ตัวเองทั้งนั้น แต่โชคไม่ดีสำหรับอนามิกาที่เธอไม่ใช่คนวงใน…

“ค่ะ ร้านนี้เขารับลูกค้ามีระดับขึ้นมาหน่อยน่ะค่ะ” บุลพรชมได้ไม่เต็มปากนัก เพราะหล่อนรู้ดีว่าผับนี้มีความชั่วร้ายอะไรแอบแฝงอยู่บ้างก่อนจะจับจูงอนามิกาตรงเข้าไปนั่งที่โต๊ะที่ยังว่างอยู่

“คุณบุ๋มอยากจะสั่งอะไรก็ตามสบายเลยนะคะ เกดเป็นเจ้ามือเองค่ะ” นายสาวเสนออย่างใจป้ำเธอพกเงินสดมาจำนวนหนึ่งกับคีย์การ์ดเข้าห้องสวีตของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้พกอะไรที่จะโชว์หลักฐานว่าตัวเองเป็นใคร เพราะไม่ได้ตั้งใจจะมาเข้าผับหรือบาร์ แต่ดูเหมือนผับบาร์ที่นี่เปิดให้ทุกคนเข้าออกกันตามสบายโดยไม่มีการตรวจบัตร

“งั้นบุ๋มไม่เกรงใจนะคะ” บุลพรยิ้มพรายพลางชะเง้อตัวร้องเรียกพนักงานเสิร์ฟมารับออร์เดอร์ แต่ปรากฏว่าหล่อนกลับเห็นพนักงานในร้านพยักพเยิดส่งสัญญาณชี้ให้ขึ้นไปชั้นสอง พร้อมกับเรียกตัวให้เข้าไปคุยกันหลังร้าน

“ขึ้นไปนั่งชั้นสองกันดีกว่าค่ะ เสียงไม่ดังมาก เวลาคุยกันไม่ต้องตะโกนจนเสียงหายหมด” บุลพรเสนอก่อนขอตัวไปคุยกับเจ้าของร้านซึ่งหล่อนคิดว่าคงไม่พ้นเรื่องหนี้ของแฟนหนุ่มของหล่อนเป็นแน่

“คุณลูกเกดเดินไปหาที่นั่งได้เลยค่ะ เดี๋ยวบุ๋มไปสั่งเครื่องดื่มให้ที่บาร์ และขอแวะไปห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะคะ” หล่อนบอก อนามิกาพยักหน้ารับ ก่อนพาร่างเล็กเพรียวของตัวเองเดินขึ้นไปยังชั้นสองโดยที่มีนัยน์ตาคมของหนุ่มนักล่าเหยื่อมองอยู่อย่างไม่คลาดสายตาสักวินาทีเดียว

“ไม่ได้หรอกพี่ นั่นลูกเจ้านายหนูนะ”

บุลพรปฏิเสธแทบไม่ทันเมื่อได้ยินข้อเสนอจากเจ้าของร้านหน้าเลือดว่ามีคนสนใจในตัวอนามิกา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองตกลงซื้อขายเนื้อสดกัน หรือแม้แต่ตกลงขายตัวเองปลดหนี้ปลดดอกบุลพรก็เคยทำมาแล้ว และตัวเธอเองก็มีอาชีพเสริมคือพาสาวๆ มาส่งให้เจ้าของผับ แต่สาวๆ ส่วนใหญ่ก็มาด้วยความเต็มใจ และเธอก็ได้ค่านายหน้าเพียงนิดหน่อยเท่านั้น

“ถึงแม้ว่าลูกค้าเขาจะจ่ายหนี้ให้แกหมดงั้นหรือนังบุ๋ม” วัลลพใช้เหยื่อมาล่อและมันก็ได้ผล เพราะบุลพรตาวาวขึ้นมาทันทีแต่ก็ยังอึกอักกลัวจะมีการสาวมาถึงเธอจนได้อยู่ดี

และเจ้าของร้านก็เห็นท่าทีลังเลของอีกฝ่ายดีจึงเพิ่มเงินรางวัลให้ เพราะทางลูกค้ารายใหญ่ประกาศิตมาแล้วว่าเท่าไหร่เท่ากัน

“เอางี้มึงเป็นหนี้กูอยู่ห้าแสน กูให้มึงล้านหนึ่งเลย” เจ้าของร้านเสนออย่างใจป้ำเพราะอย่างไรเขาจะต้องได้มากกว่านี้เป็นสองเท่าเป็นแน่

ส่วนคนฟังที่อับจนหนทางอยู่พอดีก็ตาโตยิ่งกว่าเมื่อครู่เป็นล้านเท่า บุลพรบวกลบคูณหารในใจ ได้เงินแล้วแอบหนีไปที่อื่นเลยก็ได้ เงินเหลืออีกตั้งห้าแสนตั้งตัวได้สบายๆ หล่อนก็เลยตอบตกลงแบบไม่คิดหน้าคิดหลังอีกแล้ว หล่อนมาทำงานหาเงินต่างบ้านต่างเมืองอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว นี่คงเป็นโอกาสดีที่จะได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหนสักแห่ง

วัลลพจึงไปตกลงค่าตัวสาวปริศนากับจามาลและเขาก็ได้เงินสดสองล้านบาทมาไว้ในมืออย่างง่ายดาย ส่วนนายหน้าค้าเนื้อสดเมื่อได้เงินล้าน หลังจากหักหนี้หักสินแล้วก็นำเงินที่เหลือห้าแสนเผ่นออกไปทางหลังร้าน เตรียมตัวแพ็กกระเป๋าหนีออกจากเกาะด้วยเรือเฟอร์รี่เที่ยวเช้าสุดในวันรุ่งขึ้นทันที

อนามิกาเดินขึ้นไปหาที่นั่งบนชั้นสองของผับตามคำบอกของเพื่อนร่วมโต๊ะที่หักหลังเธอไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร่างเล็กชะเง้อคอมองหาโต๊ะว่าง เมื่อเห็นว่ามีโต๊ะว่างอยู่ตรงมุมห้องด้านในสุดจึงเดินอมยิ้มตรงไปยังโต๊ะตัวเป้าหมายทันที หากในขณะที่เธอกำลังเดินผ่านโต๊ะตัวใหญ่ซึ่งติดกับโต๊ะที่ว่างอยู่ ขนแขนอนามิกาลุกเกรียวโดยไม่ทราบสาเหตุและรู้สึกได้ถึงสายตาร้อนระอุที่กำลังแผดเผาเธออยู่ จนต้องหันไปมอง…

แล้วอนามิกาก็ต้องผงะด้วยความตกใจกับสายตาคมกริบของผู้ชายหน้าตาคมเข้มติดไปทางดุดันที่กำลังจ้องเขม็งมายังเธอ ร่างเล็กสะท้านเยือกไปทั้งตัวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตากลมโตที่เบิกโพลงอย่างตื่นกลัวและประสานแน่นิ่งอยู่กับดวงตาคมของเขาต้องเสหลบกลับมามองทางเดิน แล้วรีบเดินดุ่มๆ ผ่านหน้าโต๊ะของผู้ชายคนนั้นไปอย่างเร็ว หากเธอยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เพราะมั่นใจว่านัยน์ตาคู่คมนั้นยังมองตามมาไม่ห่าง

อนามิกาถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเดินมาถึงโต๊ะที่ตัวเองหมายตาเอาไว้ ก่อนนั่งลงโดยเลือกหันหลังไปทางโต๊ะผู้ชายหน้าตาน่ากลัวคนนั้น หัวใจที่สั่นราวกับนั่งรถไฟตีลังกาค่อยๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ พลางภาวนาให้เพื่อนร่วมโต๊ะที่ชิ่งหนีไปโดยที่เธอไม่รู้กลับมาเร็วๆ

นาซิมจ้องสาวไทยร่างเล็กที่เขาหมายตาเอาไว้ราวกับจะกลืนกินสาวเจ้าไปทั้งเนื้อทั้งตัว ร่างเล็กแต่แสนเย้ายวนยามก้าวเดินขึ้นบันไดมาสะกดให้สายตาของเขาตรึงอยู่กับเธอได้ตลอดราวกับต้องมนต์สะกด เนินอกที่โผล่พ้นเสื้อสายเดี่ยวตัวเล็กก็ช่างยั่วยวนตาชวนให้ใบหน้าคมของเขาก้มลงไปซุกซบและดื่มกินอย่างหิวกระหาย และเขารู้ว่ามันต้องให้ความรู้สึกดีอย่างที่เขาจินตนาการไว้แน่ๆ

แล้วดวงตากลมโตแสนตื่นตระหนกคู่นั้นก็ดูน่าพิสมัยให้ค้นหา กลีบปากอิ่มที่เผยอค้างไว้ด้วยความตื่นตกใจก็น่าก้มลงฉกชิมรสของความหวาน แค่ได้เห็นเพียงภายนอกผู้หญิงคนนี้ก็ทำให้เลือดในกายเขาพลุ่งพล่านไปทั้งตัว นาซิมแทบรอให้ร่างเล็กนอนครวญครางอย่างรัญจวนใจอยู่ใต้ร่างใหญ่ของเขาไม่ไหว…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป