บทที่ 12 Wrong Place, Wrong Time, Wrong Person: ผิดที่ผิดทางผิดผีผิดคน -3

Wrong Place, Wrong Time, Wrong Person: ผิดที่ผิดทางผิดผีผิดคน -3

อนามิกานั่งลงบนโต๊ะตัวเองพอให้ได้หายใจหายคอได้คล่องสักพัก พนักงานเสิร์ฟก็เอาเครื่องดื่มสองแก้วมาเสิร์ฟให้บนโต๊ะ

“พี่ผู้หญิงที่มาด้วยกันสั่งให้เอาขึ้นมาให้ครับ” เขาบอกตามมา

คนที่ไม่รู้ว่าภัยนั้นมาใกล้ตัวเองอย่างน่ากลัวจึงรับมาอย่างงงงวย มือบางยกแก้วค็อกเทลโมฮิโต้ที่ถูกใส่ยานอนหลับอ่อนๆ ลงไปขึ้นดื่มอย่างชื่นอกชื่นใจ พลางมองสำรวจผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาในผับอย่างไม่ขาดสาย และต้องห้ามตัวเองไม่ให้หันกลับไปมองโต๊ะข้างๆ ที่เธอยังรู้สึกถึงกระแสความร้อนแรงที่ยังส่งมาอย่างต่อเนื่อง อนามิกาได้แต่คิดว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ชายที่เห็นผู้หญิงหน้าตาดีๆ เข้าหน่อยก็เท่านั้น

ทว่าดวงตากลมโตที่เคยเปิดกว้างของเธอกลับหนักอึ้งอย่างที่เธอก็ไม่อาจต้านทานความง่วงงุน ที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน ใบหน้างามส่ายไปมาเพื่อสลัดความง่วงทิ้งไป

มือบางยกขึ้นนวดขมับเบาๆ เปลือกตาที่หนักยิ่งกว่าลูกตุ้มเหล็กกะพริบขึ้นลงอย่างยากลำบากติดๆ กันหลายครั้ง ร่างเล็กที่เคยนั่งตรงโงนเงนราวกับต้นไม้โดนลมพัด แล้วจู่ๆ อนามิกาก็ล้มฟุบลงกับโต๊ะอย่างไม่อาจฝืนตัวเองได้อีกต่อไป

คนอยากกินของหวานจ้องมองภาพหญิงสาวที่คอพับคออ่อนอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง จามาลรายงานมาว่าหญิงสาวที่เขาสนใจออกอาการเล่นตัวไม่ยอมตกลงง่ายๆ เจ้าของร้านจึงจำต้องวางยานอนหลับอ่อนๆ ให้กับเธอ แน่นอนว่าสิ่งที่เขาต้องการคือร่างนิ่มๆ ของสาวสวยคนนี้ เขาไม่สนว่าจะต้องใช้วิธีการอะไรเพื่อให้ได้เธอมา…ตามประสาผู้ชายเอาแต่ใจอย่างเขา

และทันทีที่ร่างเล็กล้มฟุบลงกับโต๊ะ จามาลที่รู้หน้าที่ก็รีบเดินตรงไปยังโต๊ะเป้าหมายเพื่อจัดการอุ้มเหยื่อไปสังเวยนายของตนเอง หากเสียงทุ้มทรงอำนาจของนาซิมก็ร้องห้ามไว้

“ไม่ต้องฉันจัดการเอง”

ร่างสูงใหญ่ยิ่งกว่าหินผาของนาซิมลุกขึ้นยืนอย่างเร็ว ก่อนเดินตรงไปอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอก แล้วพาออกไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ตรงหลังร้าน โดยที่ไม่มีใครใส่ใจต่อสาวร่างเล็กที่สลบไสลอยู่ในอ้อมกอดเขาสักคน ราวกับว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นั้นเป็นเรื่องปรกติของที่นี่…

นาซิมนั่งมองร่างเล็กที่เคร่งครัดไปทั้งเนื้อทั้งตัวและกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงห้องสวีตของเขาอยู่ในขณะนี้ นัยน์ตาคมจ้องดวงหน้าหวานเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เงินถึงสองล้านบาทที่เขาจ่ายไปนั้นไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งเขาร่วงสักเส้น แต่มันก็มากเป็นประวัติการณ์ และเขายังไม่เคยต้องพาสาวคนไหนที่สลบไสลกลับมากับเขาสักคน ที่ผ่านมามีแต่แย่งกันเสนอตัวมากับเขาอย่างเต็มใจ

มือหนายกขึ้นลูบไล้ตรงแก้มนวลแดงก่ำจากฤทธิ์ค็อกเทล มันช่างดูน่ารักและดึงดูดให้เขาก้มลงสูดความหอมของเนื้อนางจนเต็มปอดอย่างอดใจไว้ไม่ไหว แล้วกลิ่นสาวก็ไม่ต่างกับเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยมที่ช่วยกระพือไฟปรารถนาในกายแกร่งของเขาสักนิด นาซิมลุกขึ้นจากเตียงไปเปลี่ยนเสื้อผ้ารอท่าสาวไว้ทันที เพราะถ้าเขายังขืนนั่งดูเธออยู่อย่างนี้เขาอาจจะห้ามใจและความต้องการเอาไว้ไม่ไหว และต้องทำอะไรที่เขาไม่อยากจะทำกับสาวน้อยคนนี้เลยสักนิด…

ร่างเล็กที่นอนหลับอย่างสบายบนเตียงใหญ่พลิกตัวเปลี่ยนท่านอน ก่อนเปิดเปลือกตากลมโตของตัวเองขึ้น แสงไฟที่สาดเข้าตาทันทีทำให้เธอต้องกะพริบตาขึ้นลงสองสามครั้งเพื่อปรับความคุ้นเคย และเพราะความคุ้นเคยของบรรยากาศภายในห้องที่เธอเห็นแวบๆ ก็ได้ทำให้อนามิกาหลับตาลงเตรียมกลับเข้าสู่นิทรารมณ์อีกครั้ง แต่เปลือกตาที่เพิ่งปิดลงไปกลับต้องเบิกโพลงขึ้นมาพร้อมกับร่างเล็กที่กระเด้งตัวขึ้นมานั่งตัวตรงบนกลางเตียงใหญ่ด้วยความตื่นตกใจ

เธอกลับมาที่รีสอร์ตได้อย่างไร นั่นคือสิ่งแรกที่เธอคิดขึ้นมา ก็เมื่อกี้เธอยังนั่งดื่มค็อกเทลอยู่ในผับกับบุลพรอยู่เลย อนามิกาคิดจนคิ้วผูกกันเป็นรูปโบ แทบหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ดวงตากลมโตสอดส่ายมองดูรอบๆ ห้องอย่างงงงวย

นี่มันรีสอร์ตของคุณพ่อชัดๆ แต่ไม่ใช่ห้องของเธอ แล้วมันห้องของใคร!?

“ตื่นแล้วหรือ ดีเลย จะได้ไม่เสียเวลา”

เสียงทุ้มที่ไม่ใช่ภาษาแม่ดังเข้ามากระทบโสตประสาทการได้ยินของเธอ อนามิกาหันไปมองทางต้นเสียงแล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเจ้าของเสียงทุ้มน่าเกรงขามนั่น

ผู้ชายคนนั้น คนที่เธอเห็นในผับ คนที่น่ากลัวที่สุดในความคิดของเธอ...

ร่างเล็กเด้งลุกขึ้นจากเตียงราวกับโดนดีดด้วยสปริง แต่ก็เกิดอาการเซเล็กน้อยเพราะร่างกายที่อ่อนแรงของตัวเอง แล้วอนามิกาก็วิ่งไปหลบที่มุมห้องทันทีอย่างที่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดในตัวสั่งเธอออกมา

“คุณเป็นใคร”

อนามิกาถามกลับด้วยภาษาสากล ใบหน้านวลของเธอตื่นตระหนกและซีดเซียวจากฤทธิ์ของยาที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ร่างเล็กเกาะกำแพงไว้แน่นเพื่อเป็นที่ยึดให้ร่างกายที่ยังอ่อนล้าได้ยืนนิ่งประจันหน้ากับเขาราวกับว่าเธอไม่เกรงกลัวเขา หากแท้จริงแล้วไม่ใช่สักนิด เธอยังไม่เคยต้องกลัวใครเท่านี้มาก่อนในชีวิต

“เป็นเจ้าของเธอยังไงล่ะสาวน้อย” เจ้าของอนามิกาตอบอย่างไม่แยแส ราวกับเธอคือสิ่งของชิ้นหนึ่งเท่านั้น

“หมายความว่ายังไง” อนามิกากระชากเสียงถาม ถลึงตาจ้องคนตรงหน้าเขม็งกลีบปากอิ่มถูกขบเข้าหากันอย่างข่มอารมณ์

ผู้ชายคนนี้เป็นใคร นอกจากหน้าตาดุดันน่ากลัวแล้ว ทำไมเขาถึงได้ตัวใหญ่อย่างนี้ เธอเติบโตมาท่ามกลางครอบครัวที่ผู้ชายทุกคนมีรูปร่างสูงใหญ่ คุณพ่อก็สูง ลุงแม็ทธิวก็สูงใหญ่ราวกับต้นมะพร้าว แต่ไม่มีใครทั้งสูงและทั้งใหญ่ได้เท่าเขาสักคน ร่างสูงของเขาอยู่ในชุดคลุมผ้าไหมที่มันเปิดเปลือยแผงอกซึ่งทำให้เธอใจสั่นด้วยอาการอย่างอื่นที่นอกเหนือไปจากอาการกลัว

“ก็หมายความว่าฉันซื้อเธอมาแล้วยังไงล่ะ” เสียงทุ้มของเขาราบเรียบ หากมีอานุภาพทะลุทะลวงสูงซึ่งแล่นปราดไปจับอยู่ที่ขั้วหัวใจดวงน้อยของเธอ

เหมือนฟ้าถล่มดินทลายตรงหน้าเธอ อนามิกาแทบหมดแรงจะหายใจ มันต้องมีอะไรผิดพลาดเป็นแน่ เขาต้องเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง แต่เธอคงไม่มีเวลาอธิบายอะไรให้เขาฟัง สิ่งที่ต้องทำคือหนีไปให้ไกลจากผู้ชายตัวโตตรงหน้าให้เร็วที่สุด

“ฉันว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ นี่ก็ดึกแล้ว ฉันขอตัว” คนทำใจดีสู้เสือลาแบบละมุนละม่อม ก่อนพาร่างเล็กของตัวเองค่อยๆ เดินเลียบกำแพงโดยมีสายตาคมมองตามไม่ห่างเพื่อตรงไปยังประตูห้อง มือบางจับลูกบิด แต่ก่อนที่เธอจะบิดลูกบิดเปิดประตู ร่างเล็กของเธอก็ลอยหวือขึ้นจากพื้นราวกับว่าตัวเธอนั้นเบาไม่ต่างกับปุยนุ่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป